เสนอทบทวนอ่าง”ห้วยขะยุง” กรมชลจับมือทัพภาค2ดันก่อสร้าง/ยันช่วยแก้ปัญหาน้ำ-ความมั่นคง
วันที่ 28/7/2009
http://www.naewna.com/news.asp?ID=171990.
นายทรรศนันทน์ เถาหมอ ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 8 เผยว่า กรมชลประทานและกองทัพภาคที่ 2 ได้เสนอให้มีการทบทวนการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยขะยุง ต.ละลาย อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ใหม่อีกครั้ง เนื่องจากเป็นโครงการที่มีความจำเป็นต่อมั่นคงของประเทศตามแผนแม่บทการจัดระบบป้องกันพื้นที่ชายแดนในเขตภาคอีสานตอนล่าง รวมทั้งสามารถส่งน้ำเพื่อประโยชน์ทางด้านการเกษตรไม่น้อยกว่า 20,000 ไร่ มีน้ำอุปโภคบริโภคอย่างพอเพียง และยังช่วยป้องกันและบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในเขต อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ได้อีกด้วย
สำหรับอ่างเก็บน้ำห้วยขะยุงเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง มีความจุ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 309 ล้านบาท ตามแผนงานจะแล้วเสร็จในปี 2553 แต่ขณะนี้เกิดความล่าช้าไปมาก ทางด้านผลกระทบจากการก่อสร้างนั้น มีพื้นที่ของราษฎรได้รับผลกระทบบ้าง แต่กรมชลประทานมีแผนในการช่วยเหลือ โดยจะจ่ายค่าชดเชยให้ราษฎรที่เดือดร้อนจากโครงการอย่างเหมาะสม เป็นธรรมและเป็นที่พอใจ
ส่วนผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มีการสูญเสียพื้นที่ป่าบ้างเป็นธรรมดา แต่ก็คุ้มค่าเมื่อเทียบกับผลประโยชน์ที่ได้รับ โดยเฉพาะในเรื่องของความมั่นคง เนื่องจากอ่างฯห้วยขะยุงเป็นการก่อสร้างปิดช่องทางระหว่างไทยกับกัมพูชาที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นป่าเขาสูง สลับซับซ้อน เอื้อต่อกำลังไม่ทราบฝ่ายและขบวนการกระทำผิดกฎหมายเข้าไปใช้ประโยชน์ จึงจำเป็นจะต้องการสร้างเครื่องกีดขวางตามแนวทางรุกดังกล่าว ด้วยการสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยขะยุงขึ้นมาเพื่อจัดระเบียบพื้นที่ชายแดน และเพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชา ชนในพื้นที่ นอกจากนี้พื้นที่ป่าที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวสามารถปลูกป่าทดแทน เพื่อสร้างความอุดมสมบูรณ์ขึ้นมาภายหลังได้
พัฒนาผลิตภัณฑ์ทรัพยากรชีวภาพ วางมาตรฐานปลอดภัย-รุกตลาดโลก
วันที่ 28/7/2009
http://www.naewna.com/news.asp?ID=171989.
นายวิวัฒน์ วินิจฉัยกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง(ประเทศไทย) จำกัด หรือ เซ็นทรัลแล็ป กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทฯได้ลงนามบันทึกความร่วมมือในการวิเคราะห์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่ผลิตจากฐานทรัพยากรชีวภาพชุมชนกับ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ สพภ. เพื่อเป็นกลไกหนึ่งในการช่วยให้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากฐานทรัพยากรชีวภาพมีความปลอดภัย
”ปัจจุบันมีชุมชนในพื้นที่จังหวัดต่างๆ สร้างสรรค์สินค้าโดยใช้วัตถุดิบทางธรรมชาติที่มีอยู่ในชุมชนออกมามากมาย ซึ่งหากต้องการให้สินค้าเหล่านั้นเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค ก็จำเป็นต้องมีการผลิตที่ได้มาตรฐานปลอดภัยที่สามารถพิสูจน์เชิงวิทยาศาสตร์ได้ ซึ่งเซ็นทรัลแล็ปมีผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการจัดทำระบบมาตรฐานความปลอดภัย จึงร่วมมือกับ สพภ. เพื่อใช้ผลการตรวจวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการบ่งบอกถึงเรื่องคุณภาพผลิตภัณฑ์ มาตรฐานความปลอดภัย” นายวิวัฒน์ กล่าว
นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ประธานกรรมการบริหาร สพภ. เปิดเผยว่า มีรายงานจากโครงการใช้ประโยชน์ทรัพยากรชีวภาพของชุมชนว่า มีผลิตภัณฑ์จากชุมชนมากกว่า 80 รายการที่คุณภาพการผลิตและคุณภาพผลิตภัณฑ์ยังไม่ได้มาตรฐาน จึงได้ร่วมมือกับเซ็นทรัลแล็ปทำการวิเคราะห์ วิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ให้ผู้บริโภคทั่วไปมั่นใจว่าเป็นสินค้าที่มีความปลอดภัย ซึ่งในอนาคตจะกำหนดให้มีการรับรองมาตรฐานด้านอื่นๆ ที่สูงขึ้น อาทิ GAP GMP อย. เป็นต้น
“หมอดิน”เดินสายเปิดทางขับเคลื่อน “โรงปุ๋ยชุมชน”
วันที่ 28/7/2009
http://www.naewna.com/news.asp?ID=171988.
นายฉลอง เทพวิทักษ์กิจ รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการติดตามประเมินผลการดำเนินงานของโรงปุ๋ยอินทรีย์ชุมชน งบ CEO ปี 2552 และการจัดทำแผนพัฒนาโรงปุ๋ยอินทรีย์ปี 2553 กรมพัฒนาที่ดินจึงจัดประชุมเชิงปฏิบัติการขึ้น 4 ครั้ง ใน 4 ภาค แบ่งเป็น ครั้งที่ 1 ในวันที่ 6 – 7 สิงหาคม ที่โรงแรมโลตัสปางสวนแก้ว จ.เชียงใหม่ ครั้งที่ 2 วันที่ 13-14 สิงหาคม ที่โรงแรมขอนแก่นโฮเต็ล จ.ขอนแก่น ครั้งที่ 3 วันที่ 17-18 สิงหาคม ที่โรงแรมไดมอนด์พลาซ่า จ.สุราษฎร์ธานี และครั้งที่ 4 วันที่ 24-25 สิงหาคม ที่โรงแรมมารวยการ์เด้นท์ กทม.
รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดประชุมขับเคลื่อนโรงปุ๋ยอินทรีย์ 4 ภาคที่จัดขึ้นครั้งนี้ นอกจากจะได้ติดตามประเมินผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาโรงปุ๋ยอินทรีย์ในปีที่ผ่านมาแล้ว ยังจะก่อให้เกิดการร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน เกี่ยวกับปัญหาอุปสรรคและข้อจำกัดของโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อนำไปสู่การวางแนวทางการแก้ไขปัญหา พร้อมกันนี้จะเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ของเกษตรกรผู้บริหารโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ และวิธีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ รวมทั้งให้มีการระดมความคิด และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐและเกษตรกรผู้บริหารโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ในการร่วมกันจัดทำแผนพัฒนาโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ปี 2553 เพื่อนำไปใช้ในการขับเคลื่อนให้โรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ สามารถดำเนินการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ได้อย่างมีคุณภาพ และผ่านเกณฑ์มาตรฐานปัจจัยการผลิตทางการเกษตร (Q) ของกรมพัฒนาที่ดิน
ประเทศไทยมีฝนเป็นแห่งๆ ถึงกระจายในระยะนี้
วันที่ 27/7/2009
http://www.naewna.com/news.asp?ID=171910.
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ (27 กค.52) เป็นดังนี้
ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ น่าน ตาก สุโขทัย พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดหนองคาย นครพนม ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี และราชบุรี ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และนราธิวาส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ใกล้ฝั่งทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 1 เมตร ส่วนห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่ง ๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต ตรัง และสตูล ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ผุด1สหกรณ์1โรงปุ๋ยอินทรีย์ 4หน่วยงานผนึกกำลังลดต้นทุนผลิต/นำร่อง200แห่งทั่วปท.
วันที่ 27/7/2009
http://www.naewna.com/news.asp?ID=171838.
นายศุภชัย โพธิ์สุ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า มีแนวคิดจะจัดทำโครงการนำร่อง 1 สหกรณ์ 1 โรงปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร โดยให้สหกรณ์ผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพดีราคาถูกจำหน่ายให้กับสมาชิก เบื้องต้นตั้งเป้าหมายดำเนินการนำร่องจำนวน 200 สหกรณ์ทั่วประเทศ โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์คัดเลือกสหกรณ์ที่มีโรงผลิตปุ๋ยและมีศักยภาพในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ หรือสหกรณ์ที่ประสบความสำเร็จมีการผลิตและจำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์อยู่เดิมมาเป็นต้นแบบเข้าร่วมในโครงการ
นายศุภชัย กล่าวว่า จากการสำรวจของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ในการทำบัญชีรับ-จ่ายในครัวเรือนของเกษตรกร พบว่าเรื่องปุ๋ยเป็นปัจจัยการผลิตที่ทำให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรสูง โดยต้องนำปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศในราคาที่แพง จึงเห็นว่าสหกรณ์การเกษตรเป็นสถาบันเกษตรกรที่มีสมาชิกแน่นอน มีกลไกการตลาดที่ชัดเจน รวมทั้งมีทุนในการดำเนินงานที่จะสามารถรองรับโครงการนี้ได้ ประกอบกับแต่ละอำเภอ มีสหกรณ์การเกษตรอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าอำเภอละ 1 แห่ง ซึ่งน่าจะมีศักยภาพในการขับเคลื่อนโครงการนี้ให้เกิดประโยชน์ได้ โดยจะเน้นการผลิตปุ๋ยอินทรีย์เป็นหลัก หากจำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมีบ้าง จะใช้เฉพาะเป็นส่วนผสมที่จำเป็นบางส่วนเท่านั้น
”โครงการนี้จะทำงานอย่างบูรณาการระหว่างกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กรมวิชาการเกษตรและกรมพัฒนาที่ดิน โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์จะเป็นแม่งานหลัก กรมพัฒนาที่ดินเป็นหน่วยงานตรวจวิเคราะห์คุณภาพดินและแร่ธาตุต่างๆ ในแต่ละพื้นที่ เพื่อดูว่าดินแต่ละแห่งมีคุณภาพอย่างไร สารอาหารที่อยู่ในดินขาดมีอะไรบ้าง ควรจะเพิ่มเติมแร่ธาตุอะไร รวมทั้งร่วมกับกรมวิชาการเกษตรดูแลเรื่องการกำหนดสูตรปุ๋ย เพื่อให้สหกรณ์ได้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ที่ตรงกับสภาพดินที่ควรจะปรับปรุงในพื้นที่แห่งนั้น โดยตั้งเป้าหมายลดค่าใช้จ่ายเรื่องปุ๋ยลงประมาณ 30-40% คาดว่าโครงการนี้จะเริ่มดำเนินการได้ประมาณต้นเดือนสิงหาคมนี้” นายศุภชัย กล่าว
ทำแม่บททรัพยากรชีวภาพ ผลักดันสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ/ทส.ประกาศเป็นแผนแห่งชาติ
วันที่ 27/7/2009
http://www.naewna.com/news.asp?ID=171837.
นายอภิวัฒน์ เศรษฐรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ สพภ. เผยว่า สพภ. อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำนโยบายเศรษฐกิจฐานชีวภาพ เพื่อเป็นกรอบหลักในการดำเนินการพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพของประเทศ ในการสร้างความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน รวมทั้งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจบนฐานภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น
ดังนั้น สพภ. จึงจัดสัมมนาเชิงนโยบาย “ทรัพยากรชีวภาพเพื่อเศรษฐกิจไทย” ขึ้น เพื่อนำเสนอนโยบายเศรษฐกิจฐานชีวภาพของประเทศไทยสู่สาธารณชน รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปจัดทำแผนแม่บทดังกล่าว
”ขณะนี้มูลค่าการตลาดของเศรษฐกิจฐานชีวภาพทั่วโลกเติบโตอย่างมาก สำหรับประเทศไทยการพัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพเป็นทั้งศักยภาพและโอกาสของประเทศ เพราะทรัพยากรชีวภาพมีความสำคัญต่อความสมดุลยั่งยืนของระบบนิเวศน์ การให้บริการพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อม เป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของประชาชนและเป็นวัตถุดิบต้นน้ำ นำไปสู่การพัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ รวมทั้งยกขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ” นายอภิวัฒน์ กล่าว
ขณะที่ นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนของรัฐบาลของประกาศให้การพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ เป็นปฏิบัติการแห่งชาติ เพราะเป็นไปแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 และนโยบายรัฐบาล จึงเป็นสิ่งที่ทุกหน่วยของรัฐบาล ต้องหนุนให้ทรัพยากรชีวภาพสร้างเศรษฐกิจของชาติอย่างยั่งยืน
”ในรัฐธรรมนูญกล่าวถึงความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น ไว้ในหลายมาตรา ขณะที่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับปัจจุบัน ก็มีการกำหนดเรื่องนี้เป็น 1 ใน 5 ยุทธศาสตร์ เรื่องทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อมจึงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องมีกรอบและแผนงานในทิศทางเดียวกันทั้งประเทศ” นายสุวิทย์ กล่าว
เตือนพันธุ์ยางปลอมระบาด
วันที่ 27/7/2009
http://www.naewna.com/news.asp?ID=171836.
นายจิรากร โกศัยเสวี รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เผยว่า ขณะนี้พบผู้ประกอบการหลายรายจำหน่ายพันธุ์ยางโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมวิชาการเกษตร และไม่ขยายพันธุ์ยางจากต้นยางพันธุ์ดีตามที่กรมวิชาการเกษตรแนะนำ หากเกษตรกรหลงเชื่อซื้อตามคำชี้ชวนและนำไปปลูก ผลเสียหายจะไม่เพียงแต่จะตกกับเกษตรกรเท่านั้น ยังกระทบไปถึงผลผลิตยางและเศรษฐกิจของประเทศด้วยที่ต้องเสียเงินหลายหมื่นล้านบาท ดังนั้นเกษตรกรควรเลือกซื้อพันธุ์ยางจากแปลงขยายพันธุ์ยางที่ได้รับอนุญาตจากกรมวิชาการเกษตรเท่านั้น
นายจิรากร กล่าวอีกว่า พันธุ์ยางแต่ละพันธุ์ของกรมวิชาการเกษตรกว่าจะได้เป็นพันธุ์ยางแนะนำออกมา เพื่อให้เกษตรกรได้ปลูกกันอย่างถั่วถึงต้องใช้เวลาในการปรับปรุงพันธ์นานถึง 25 – 30 ปี โดยใช้แผนการปรับปรุงพันธุ์ตามมาตรฐานสากล ตั้งแต่การผสมพันธุ์ การคัดเลือกพันธุ์ เปรียบเทียบพันธุ์ขั้นต้น – ขั้นปลาย และทดสอบในพื้นที่ต่างๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้พันธุ์ที่มีลักษณะดีเด่น คือ ให้ผลผลิตสูงทั้งน้ำยาง หรือเนื้อไม้ และพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ปลูก ต้านทานโรค
เพื่อมิให้เกิดปัญหา ผู้ประกอบการรายใดขยายพันธุ์ต้นยางและจำหน่ายพันธุ์ต้นยาง โดยไม่มีใบอนุญาตอยู่ในขณะนี้ ขอให้รีบมาขอใบอนุญาตให้ถูกต้อง มิฉะนั้นจะมีความผิดตามกฎหมาย ต้องระวังโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท รวมทั้งริบต้นยางหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของต้นยางที่เกี่ยวเนื่องกับความผิดในคดีเพื่อนำไปทำลาย ทั้งนี้ขณะนี้สถาบันวิจัยยาง มีเอกสารพันธุ์ยางแนะนำปี 2550 ฉบับล่าสุด ที่เกษตรกรสามารถเลือกพันธุ์ยางพันธุ์ชั้น 1 ไปปลูกในสภาพพื้นที่ที่เหมาะสมทั้งในพื้นที่แหล่งปลูกเดิม และแหล่งปลูกใหม่ รวมทั้งสามารถขอรับคำแนะนำในการเลือกซื้อพันธุ์ยางที่เหมาะสมต่อการปลูกยางได้ที่สถาบันวิจัยยางทุกแห่ง
กรมอุตุฯ ประกาศเตือนภัย พายุ “นกเตน” ฉบับที่ 12
วันที่ 31/7/2011
http://www.naewna.com/news.asp?ID=273111.
สำนักพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 04.00 น.วันนี้ (31 ก.ค.54) พายุโซนร้อน “นกเตน” (NOCK-TEN) ได้ขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนแล้ว และมีศูนย์กลางบริเวณประเทศลาวตอนบน หรือที่ละติจูด 19.1 องศาเหนือ ลองจิจูด 104.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่า พายุนี้จะเคลื่อนตัวในแนวประเทศลาว และทางตอนบนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศไทยตามลำดับ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ประเทศไทยมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมแรง จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ราบลุ่ม ระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งที่จะเกิดขึ้น ดังนี้
วันที่ 31 กรกฎาคม 2554 ในบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร มุกดาหาร กาฬสินธุ์ เชียงราย น่าน พะเยา แพร่ ระนอง จันทบุรี และตราด
วันที่ 1 สิงหาคม 2554 ในบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย ชัยภูมิ ขอนแก่น น่าน พะเยา แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
วันที่ 2 – 3 สิงหาคม 2554 ในบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิจิตร กำแพงเพชร และตาก
ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2 – 4 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 31 กรกฎาคม – 4 สิงหาคม 2554 ไว้ด้วย (ประกาศ ณ วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2554)
ประเทศไทยมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่
วันที่ 31/7/2011
http://www.naewna.com/news.asp?ID=273103.
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ (31 ก.ค.54) เป็นดังนี้
ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศา อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศา ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนเป็นบริเวณกว้าง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร มุกดาหาร และอำนาจเจริญ กับมีลมแรงทางตอนบนของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศา อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศา ลมตะวันตก ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศา ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งกับมีลมแรง บริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศา อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศา อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และ ภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศา อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-45 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศา อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
กรมอุตุฯประกาศเตือนภัยพายุ“นกเตน”ฉบับที่9
วันที่ 30/7/2011
http://www.naewna.com/news.asp?ID=272985.
เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้(30 ก.ค.) กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัยเกี่ยวกับพายุ “นกเตน” ฉบับที่ 9 ระบุว่า พายุโซนร้อน “นกเตน”(NOCK-TEN) บริเวณอ่าวตังเกี๋ย หรือที่ละติจูด 19.4 องศาเหนือ ลองจิจูด 107.2 องศาตะวันออก หรือทางตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดนครพนม ประมาณ 350 กิโลเมตร มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางใต้ ด้วยความเร็วประมาณ 18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
คาดว่าพายุนี้จะขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในคืนนี้(30 ก.ค.) ต่อจากนั้นจะเคลื่อนในแนวประเทศลาว และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนตามลำดับ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ประเทศไทย มีฝนตกเป็นบริเวณกว้างและมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมแรง จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัย ตามที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ราบลุ่ม ระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งที่จะเกิดขึ้น ดังนี้
วันที่ 30-31 กรกฎาคม 2554 ในบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร มุกดาหาร กาฬสินธุ์ ระนอง จันทบุรี และตราด
วันที่ 1 สิงหาคม 2554 ในบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย ชัยภูมิ ขอนแก่น น่าน พะเยา แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
วันที่ 2-3 สิงหาคม 2554 ในบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิจิตร กำแพงเพชร และตาก
ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 30 ก.ค. – 4 ส.ค. 2554 ไว้ด้วย
เตือนภัยพายุ“นกเตน”ฉบับ8 เรือเล็กงดออกจากฝั่ง เหนือ-อีสาน เสี่ยงน้ำท่วม
วันที่ 30/7/2011
http://www.naewna.com/news.asp?ID=272967.
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนภัยพายุ “นกเตน” ฉบับที่ 8 ระบุว่า เมื่อเวลา 05.00 น.วันนี้ (30 ก.ค.) พายุโซนร้อน “นกเตน” (NOCK-TEN) บริเวณชายฝั่งด้านตะวันตกของเกาะไหหลำ ประเทศจีน หรือที่ละติจูด 19.4 องศาเหนือ ลองจิจูด 108.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
คาดว่า พายุนี้จะเคลื่อนผ่านอ่าวตังเกี๋ย โดยจะขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในคืนนี้ ต่อจากนั้นจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศลาวและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนตามลำดับ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่นเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนัก ถึงหนักมากหลายพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ราบลุ่ม ระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งที่จะเกิดขึ้น ดังนี้
วันที่ 30-31 กรกฎาคม 2554 ในบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร มุกดาหาร กาฬสินธุ์ ระนอง จันทบุรี และตราด
วันที่ 1 สิงหาคม 2554 ในบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย ชัยภูมิ ขอนแก่น น่าน พะเยา แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
วันที่ 2-3 สิงหาคม 2554 ในบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิจิตร กำแพงเพชร และตาก
ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 30 กรกฎาคม 2554- 4 สิงหาคม 2554 นี้ไว้ด้วย
“นกเตน”ถล่มโคราช จวนผู้ว่าฯจมบาดาล อุตุเตือน29จังหวัด รับมือท่วมช่วง4วัน
วันที่ 30/7/2011
http://www.naewna.com/news.asp?ID=272947.

![]()
เมื่อเวลา 17.00น.วันที่ 29กรกฎาคม กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 6 เตือนให้ประชาชนหลายจังหวัดรับมือฝนตกหนักน้ำท่วมหลายพื้นที่ จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน นกเตน (NOCK-TEN) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 100 กิโลเมตร ทางตะวันออกของเกาะไหหลำ ประเทศจีน หรือที่ละติจูด 18.4 องศาเหนือ ลองจิจูด 111.6 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
อุตุเตือนรับมือโซนร้อน”นกเตน”
คาดว่า พายุนี้จะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำและอ่าวตังเกี๋ย โดยจะขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนคืนวันที่ 30 กรกฎาคม ต่อจากนั้นจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศลาวและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนตามลำดับ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่นเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ราบลุ่มระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งที่จะเกิดขึ้น
เหนือ-อิสานฝนหนัก31ก.ค.-3ส.ค.
โดยในวันที่ 31 กรกฎาคม บริเวณจ.หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร มุกดาหาร กาฬสินธุ์ ระนอง จันทบุรี และตราด วันที่ 1 สิงหาคม บริเวณจ.หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย ชัยภูมิ ขอนแก่น น่าน พะเยา แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
วันที่ 2-3 สิงหาคม บริเวณจ.แม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิจิตร กำแพงเพชรและตาก ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ชาวเรือระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งช่วงวันที่ 30 กรกฎาคม- 4 สิงหาคมไว้ด้วย
โคราชฝนถล่มจวนผู้ว่าฯจม
อิทธิพลจากของพายุโซนร้อนนกเตนทำให้เกิดฝนตกหนัก ในหลายพื้นที่ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครราชสีมา รายงานว่า ช่วงเช้าวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา เร่งนำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่มาสูบน้ำที่ท่วมขังอยู่ภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาที่ตั้งอยู่ถนนราชดำเนิน ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา โดยระดับน้ำท่วมสูงเกือบ 30 เซนติเมตร หลังจากช่วงเย็นวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อิทธิพลของพายุโซนร้อน นกเตน ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักภายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา และพื้นที่ใกล้เคียงนานกว่า 3 ชั่วโมง ทำให้ปริมาณน้ำฝนจากพื้นที่โดยรอบจวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ไหลบ่าเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว เนื่องจากท่อระบายน้ำของเขตเทศบาลอุดตัน อีกทั้ง พื้นที่ภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา อยู่ต่ำกว่าไหล่ถนนประมาณ 50 เซนติเมตร ปริมาณน้ำบนถนนและพื้นที่ใกล้เคียงจึงเข้าเข้าท่วม
ระดมเครื่องสูบน้ำจากจวนผู้ว่าฯ
เช่นเดียวกับอีกหลายพื้นที่ภายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ประสบกับปัญหาเดียวกัน อาทิ ชุมชนเบญจรงค์ ซอย 8 ถนนราชสีมา – โชคชัย บริเวณ 4 แยกหัวทะเล และ ตลาดปะปา ซึ่งเป็นแอ่งกระทะทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลมาจากพื้นที่ต่างๆมาสมทบกัน ระดับน้ำท่วมขังสูงประมาณ 40 – 50 เซนติเมตร แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เทศบาลเข้ากำจัดสิ่งปฏิกูลที่อุดดันท่อระบายน้ำ เปิดให้การระบายน้ำสะดวกขึ้น สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เหลือเพียงบริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นแอ่งรองรับน้ำไม่สามารถระบายน้ำออกได้ เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา (ปภ.นครราชสีมา) นำเครื่องสูบน้ำมาติดตั้งเร่งสูบน้ำออกจากจวนผู้ว่าฯ
ยันไม่ท่วม-ลำตะคองรับไหว
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ปภ.นครราชสีมายืนยันว่าสถานการณ์น้ำท่วมขังเกิดจากฝนที่ตกหนักติดต่อกันจนทำให้ระบายน้ำไม่ทัน ซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วมขังในบางพื้นที่เป็นระยะเวลาชั่วคราวเท่านั้น สถานการณ์น้ำท่วมยังไม่เกิดขึ้นในช่วงนี้ เนื่องจากปริมาณน้ำในเขื่อนลำตะคอง อ.สีคิ้ว ซึ่งมีคลองน้ำไหลผ่านพื้นที่เขตอำเภอสีคิ้ว สูงเนิน และอำเภอเมืองนครราชสีมา ยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกถึง 100 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 214 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุเขื่อนทั้งหมด 314 ล้านลูกบาศก์เมตร
ปภ.ยกระดับเตือนภัยขั้นที่2
ขณะที่เขื่อนลำพระเพลิง ซึ่งมีคลองน้ำไหลผ่านพื้นที่เขตอ.ปักธงชัย และอ.เฉลิมพระเกียรติ ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกเกือบ 50 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 63 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุเขื่อนทั้งหมด 110 ล้านลูกบาศก์เมตร อย่างไรก็ตาม ปภ.จังหวัดนครราชสีมาประกาศแจ้งเตือนภัยระดับ 2 จากทั้งหมด 4 ระดับ หมายถึง มีแนวโน้มจะเกิดน้ำท่วมให้ประชาชนเฝ้าระวัง
สั่ง4จว.อีสานเกาะติดอ่างเก็บน้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะเดียวกันทางสำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ซึ่งรับผิดชอบการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ 4 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบด้วย นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์และศรีสะเกษออกหนังสือเวียน ลงวันที่ 27 กรกฎาค แจ้งให้เฝ้าระวังสถานการณ์ในอ่างเก็บน้ำทั่วพื้นที่อย่างใกล้ชิด หลังกรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศว่า พายุโซนร้อน นกเตน จะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งประเทศเวียดนาม ส่งผลให้ระหว่าง วันที่ 30 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และให้ระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง พร้อมสั่งการให้อ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีอยู่ในทุกพื้นที่ หากมีปริมาณน้ำกักเก็บเกิน 80 % ให้พิจารณาทำการพร่องน้ำออกจากอ่างโดยทันที แต่ไม่ให้เกิดผลกระทบกับพื้นที่ด้านล่างที่ทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่
ศภช.เตือนพื้นที่เสี่ยงอีสาน-เหนือ
น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลพายุโซนร้อนนกเตน ทำให้มีฝนตกชุกหนาแน่น ในภาคอิสานและภาคเหนือช่วงวันที่ 30-31 กรกฎาคม ศภช.ได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้เฝ้าระวังแล้ว แต่ตั้ง จ.เชียงราย เพชรบูรณ์ พิษณุโลก แพร่ น่าน ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ซึ่งเป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบเรื่องน้ำอยู่บ่อยครั้ง นอกจากนี้ ศภช.ยังได้แจ้งเรื่องการพร่องน้ำของเขื่อน อาทิ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งประชาชนที่อยู่ในแนวแม่น้ำเจ้าพระยาอย่าตกใจ เนื่องจากจะอาจจะมีปริมาณน้ำสูงขึ้นบ้าง
ชี้ไทยกระทบน้อยไม่รุนแรงมาก
น.อ.สมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนความเร็วของพายุโซนร้อนนกเตนเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่ความเร็วในการเคลื่อนตัวอยู่ที่ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงถือว่ามีความรุนแรงไม่มาก และน้อยกว่าพายุไหหม่า ซึ่งพายุโซนร้อนนกเตนจะเดินทางเข้าประเทศเวียดนามเท่านั้น แต่ประเทศไทยอาจจะได้รับอิทธิพลของพายุนกเตนไม่มาก แต่หากจะมีอิทธิพลของพายุโซนร้อนนกเตนเข้ามาประเทศ ศภชจะแจ้งเตือประชาชนที่อยู่ที่ราบเชิงเขาภาคเหนือให้พร้อมอพยพไปในที่ปลอดภัย ส่วนประชาชนที่อยู่ที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาอาทิ จ.สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี อาจได้รับผลกระทบจากกระแสน้ำที่สูงขึ้นบ้าง
ส.ค.-พ.ย.พายุจ่อไทยอีก2ลูก
”ที่ผ่านมา กรมทำงานประสานกับกรมชลประทาน และกรมอุตุนิยมวิทยาตลอด ซึ่งที่ผ่านมาเราได้ทำหนังสือถึงหลายหน่วยงานว่า ตามสถิติช่วงเดือนสิงหาคม -พฤศจิกายน ให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง เพราะอาจมีพายุเข้าประเทศไทยได้ประมาณ 1-2 ลูก เนื่องจากเป็นช่วงมรสุม จึงขอให้ประชาชนเตรียมความพร้อม และแจ้งเตือนประชาชนเป็นระยะ” น.อ.มงคลกล่าว
เขื่อนสิริกิติ์แจงยังรับน้ำได้อีก
ด้านนายธนรัชต์ ภูมมะกสิกร ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ กล่าวถึงกรณีเขื่อนสิริกิติ์ปล่อยน้ำจำนวนมาก เกรงทำให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ และภาคกลางว่า ล่าสุดปริมาณน้ำอยู่ที่ 7,322.56 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบม.) มีน้ำใช้งานได้ที่ 4,472.56 ล้าน ลบม. ยังสามารถรับน้ำได้อีกประมาณ 2,187.44 ล้าน ลบม. ซึ่งการปล่อยน้ำแต่ละวันนั้นก็ปฏิบัติ ตามที่กรมชลประทานสั่งมา และปล่อยน้ำเพื่อการเกษตรท้ายเขื่อน วันละ 24.60 ล้าน ลบ.ม.จะไม่ส่งผลกระทบกับผู้ใช้น้ำท้ายเขื่อน หรือส่งผลทำให้น้ำท่วมแต่อย่างใด
ยันไม่กระทบน้ำท่วมภาคกลาง
”ตอนนี้ยอมรับว่า ปล่อยน้ำมากกว่าปกติ เพราะต้องการระบายน้ำออกไป และเพื่อรองรับกับพายุอีกลูกคือพายุนกเตนที่กำลังจะเข้ามาในเส้นทางเดียวกันกับพายุไหหม่า ที่ทำให้ฝนตกอยู่ขณะนี้ ส่วนสาเหตุที่ทำให้น้ำท่วมจังหวัดใต้เขื่อนสิริกิติ์น เกิดจากแม่น้ำยม ที่ปล่อยให้มีการไหลระบายลงมาจากจ.สุโขทัย จึงทำให้ลำน้ำน่านมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับมีฝนตกท้ายเขื่อนด้วย จึงดูว่ามีน้ำในลำน้ำน่าน และลำน้ำเจ้าพระยาสูงผิดปกติ” นายธนรัชต์กล่าว และยืนยันว่า การปล่อยน้ำของเขื่อนสิริกิติ์ไม่ส่งผลระทบต่อประชาชนแน่นอน ถ้าเป็นไปได้จะให้น้อยที่สุด
พายุถล่มบ้านชาวพังงาเสียหาย
วันเดียวกัน เกิดลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดผ่านทะเลอันดามัน ทำให้เกิดพายุฝนลมแรง ส่งผลให้บ้านเรือนชาวบ้านในอ.ตะกั่วป่า จ.พังงา พังเสียหายแล้วกว่า 10 หลัง ในเขตหมู่ที่ 7 ต.โคกเคียน 12 หลัง หมู่ที่ 1 ต.โคกเคียน 5 หลัง และในเขต ต.บางม่วง หมู่ที่ 5 อีก 1 หลัง
นายสมเกียรติ อินทรคำ ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดพังงาเผยว่า จากการสำรวจพื้นที่มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจากพายุกรรโชก กระเบื้องมุงหลักคาปลิวเสียหาย นอกจากนี้ บนทางหลวงหมายเลข 401 ตะกั่วป่า- พังงาหลายจุดมีต้นไม้ล้มขวางเส้นทาง ซึ่งเจ้าหน้าที่หมวดการทางตะกั่วป่าและหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ระดมกำลังตัดต้นไม้ออกจากผิวจราจร ทำให้การจราจรกลับมาสัญจรได้ตามปกติแล้ว
เร่งส่งชุดกู้ฮ.เข้ารักษา ติดเชื้อในเลือด3ราย รวมหน.แก่งกระจาน อีก3คนเจอ”มาลาเรีย”
วันที่ 30/7/2011
http://www.naewna.com/news.asp?ID=272946.
นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ออกมายืนยันเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา ว่า กรมอุทยานแห่งชาติฯกำลังเร่งดำเนินการเรื่องการปรับปรุงค่าจ้างและสวัสดิการให้กับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลป่า ซึ่งเวลานี้พนักงานเจ้าเหมาที่ทำงานลาดตระเวนป่าได้รับเงินเดือนเฉลี่ยเพียง 4,000 บาทเศษๆ เท่านั้น โดยวางเป้าว่า จะผลักดันให้มีการปรับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ 5,500-6,000 บาท รวมทั้งเปิดตำแหน่งพนักงานราชการเพิ่มอีก 1,000 อัตรา เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าซึ่งเป็นลูกจ้างรายวัน ได้รับเงินเดือนและสวัสดิการเพิ่มขึ้น โดยจะเสนอต่อสำนักงบประมาณและรัฐบาลใหม่ต่อไป และคาดว่า จะสามารถดำเนินการได้ในปี 2555
สำหรับความคืบหน้าภายหลังจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี 44 คน ซึ่งเป็นชุดปฏิบัติภารกิจค้นหาและลำเลียงผู้เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก ได้เข้าตรวจร่างกายเพื่อตรวจสอบการป่วยไข้จากการเข้าไปปฏิบัติภารกิจในป่าที่โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น ผลปรากฏว่า มีเจ้าหน้าที่ 3 คน ติดเชื้อในกระแสเลือด โดยที่หนึ่งในนั้นคือ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน รวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่อีก 3 คน ติดเชื้อไข้มาลาเรีย ซึ่งแพทย์ได้ส่งตัวทั้ง 6 คนไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลแก่งกระจาน โดยยังคงมีเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติภารกิจเหลืออีก 40 คนที่ยังไม่ได้เข้าตรวจร่างกาย
วันเดียวกัน พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆ ภายในกองทัพเรือเพิ่มความระมัดระวังดูแลยานพาหนะต่างๆ โดยเฉพาะอากาศยานให้มากขึ้น โดยกองทัพเรือเคยมีเฮลิคอปเตอร์แบบฮิวอี้ใช้งาน แต่ได้ปลดประจำการไปหมดแล้ว ส่วนเฮลิคอปเตอร์ที่ประจำการอยู่ในขณะนี้มีอยู่ประมาณ 29 ลำ คือเฮลิคอปเตอร์แบบเบลล์ 212 เบลล์ 214 ซีฮอว์ค โดยยืนยันว่า กองทัพเรือมีการดูแลอากาศยานตามขั้นตอนเพื่อให้พร้อมใช้งาน ขณะเดียวกันได้ย้ำให้ปฏิบัติตามกฎนิรภัยการบิน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด ขณะเดียวกันกองทัพเรือแนวทางจัดหาเฮลิคอปเตอร์เพิ่มเติม 3 ลำ เพื่อทดแทนเฮลิคอปเตอร์ที่จะปลดประจำการซึ่งเป็นไปตามแผนอยู่แล้ว และขึ้นอยู่กับความเหมาะสมด้านงบประมาณ
พล.ร.อ.กำธร ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินการจัดซื้อจัดหาเรือดำน้ำจากประเทศเยอรมันว่า ได้มีการเจรจากับทางเยอรมันไปแล้ว และได้รับการยืนยันว่าพร้อมจะยืดเวลาในการเจราจาจัดซื้อกับไทยจนถึงเดือนกันยายน แต่ทางเยอรมันขอสงวนสิทธิ์หากมีประเทศอื่นสนใจจัดซื้อ โดยกองทัพเรือก็จะพยายามดำเนินการผลักดันโครงการต่อไป
ส่วนที่กองทัพบก พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาแถลงกรณีมีการนำเสนอภาพข่าวหญิงปริศนาปรากฎอยู่ในรูปถ่ายร่วมกับ พล.ต.ตะวัน เรืองศรี ผบ.พล.ร.9 บนเฮลิคอปเตอร์แบบแบล็กฮอว์กก่อนที่เครื่องจะประสบอุบัติเหตุในวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า จากการตรวจสอบพบว่า ภาพดังกล่าวมีการถ่ายไว้ก่อนที่เครื่องเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กจะตก โดยภาพผู้หญิงปริศนาคนดังกล่าวเป็นนักข่าวสาวทีวี 5 ชื่อ น.ส.เตือนใจ เหลี่ยมทอง ผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 (ททบ.5) ซึ่งในระหว่างนั้นได้ติดตามไปข่าวในพื้นที่หลังเครื่องบิน ฮท.1 (ฮิวอี้) ตกเมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา
ขณะที่ น.ส.เตือนใจ ยืนยันว่า เป็นภาพตนเองจริง โดยภาพดังกล่าวถ่ายเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม โดยขณะนั้น พล.ต.ตะวัน ได้นำคณะนายทหารและสื่อมวลชนขึ้นเครื่องแบล็กฮอว์กบินเหนืออุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพื่อสำรวจหาฮ.ฮิวอี้ที่ประสบอุบัติเหตุตก ในวันที่ 16 กรกฎาคม ไม่ใช่วันที่ 19 กรกฎาคมที่เครื่องแบล็กฮอว์กเกิดอุบัติตกแน่นอน รวมทั้งไม่ใช้ภาพถ่ายจากกล้องของ นายศรวิชัย คงตันนิกุล ช่างภาพช่อง 5 ที่ประสบอุบัติเหตุร่วมกับ พล.ต.ตะวัน ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีภาพของ นส.เตือนใจ ปรากฎบนหน้าหนังสือพิมพ์ทำให้เหล่าบรรดาเพื่อนๆ สื่อมวลชนต้องแนะนำ น.ส.เตือนใจ ให้ไปทำบุญสะเดาะเคราะห์ และเสริมดวงชะตาให้กับตนเอง เนื่องจากคนไทยถือว่า การปรากฎรูปถ่ายบนเฮลิคอปเตอร์ลำที่ประสบอุบัติเหตุ และบุคคลที่เสียชีวิตแล้วนั้น ถือเป็นลางไม่ดีที่อาจทำให้เกิดเคราะห์ร้ายได้
วันเดียวกัน เวลา 10.00น. ที่วัดทุ่งลาดหญ้า ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ญาติ ๆ ของ พล.ต.ตะวัน เรืองศรี ผบ.พล.ร.9 กก ล.สุรสีห์ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เครื่องแบล็กฮอว์ก ชนภูเขาที่ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ประกอบด้วย พ.อ.หญิง ปริยานุช เรืองศรี ภรรยา นางเอื้อพรรณ์ เรืองศรี มารดา นายพิศลย์ เรืองศรี บุตรชายและญาติๆ ของ ร.อ.เจตน์ สุดใจ รอง ผบ.ร้อยลาดตระเวนระยะไกล 9 ประกอบด้วย นางมาลี สุดใจ มารดา นางอัมพร สุดใจ ภรรยา ด.ญ.กมลพร ด.ช.นรบดี ด.ช.บุรวิตต์ บุตรหญิงและบุตรชายทั้ง 3คนของ ร.อ.เจตน์ และยังมีกองกำลังพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์จำนวนมาก ได้ร่วมกันจัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระเพล เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ พล.ต.ตะวัน และ ร.อ.เจตน์ ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กตก โดยในวันนี้เวลา 19.30 น. คณะเตรียมทหารรุ่นที่15 ตำรวจตระเวนชายแดนที่13และ ตำรวจตระเวนชายแดนที่14 จะร่วมกันเป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรมศพ โดยจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ ในวันที่ 1 ส.ค. 54 เวลา 16.00 น.
ส่วนที่วัดเบญจพาด ต.พังตรุ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ญาติๆของ ส.ต.อิทธิศักดิ์ หิณะสุทธิ์ พนักงานวิทยุโทรเลข สังกัด ร้อย.ลว.ไกล9 ประกอบ ด้วย นายสุดใจ หิณะสุทธิ์ บิดา นางสาว จุฑามาศ ดอนยังไพร ภรรยา นายต้นศักดิ์ หิณะสุทธิ์ พี่ชาย พร้อมเพื่อนทหารและเพื่อนบ้านก็ได้ร่วมกันจัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ ส.ต.อิทธิศักดิ์ ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์เดียวกัน
ขณะที่กำลังพลกองพลทหารราบที่9 ได้เร่งมือจัดเตรียมสถานที่ และประดับประดาเมรุ พร้อมกับซักซ้อมทำความเข้าใจกับกำลังพลในเรื่องของพิธีการต่างๆ เพื่อประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 30กรกฎาคมนี้ เวลา 16.00น.โดยยังไม่มีกำหนดว่า ใครจะเดินทางมาเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพและในเวลา 19.30น.ข้าราชการและครอบครัว พล.ร.9 จะเป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรมศพเป็นคืนสุดท้าย โดยมี พ.อ.เรืองศักดิ์ อรรคทิมากูล รองเสนาธิการกองพลทหารราบที่9 เป็นประธาน
กรมอุตุฯเตือนภัยพายุ“นกเตน”ฉบับที่6 หลายจังหวัดเสี่ยงภัยน้ำท่วมฉับพลัน
วันที่ 29/7/2011
http://www.naewna.com/news.asp?ID=272856.
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัยฉบับที่ 6 เรื่องพายุโซนร้อน “นกเตน” ระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น.วันนี้(29 ก.ค.) พายุโซนร้อน “นกเตน”(NOCK-TEN) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 100 กิโลเมตร ทางตะวันออกของเกาะไหหลำ ประเทศจีน หรือที่ละติจูด 18.4 องศาเหนือ ลองจิจูด 111.6 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่า พายุนี้จะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำ และอ่าวตังเกี๋ย โดยจะขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในคืนวันที่ 30 ก.ค. ต่อจากนั้นจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศลาวและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนตามลำดับ
ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่นเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนัก ถึงหนักมากหลายพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ราบลุ่ม ระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งที่จะเกิดขึ้น ดังนี้
วันที่ 31 ก.ค. ในบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร มุกดาหาร กาฬสินธุ์ ระนอง จันทบุรี และตราด
วันที่ 1 ส.ค. ในบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย ชัยภูมิ ขอนแก่น น่าน พะเยา แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
วันที่ 2-3 ส.ค. ในบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิจิตร กำแพงเพชร และตาก
ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 30 ก.ค.- 4 ส.ค.ไว้ด้วย
การสกัดสารหอมจากดอกไม้ไทย
http://www.ku.ac.th/e-magazine/dec51/agri/agri1.htm.
![]()
|
||
|
|
||
|
||
|
คณะผู้วิจัย:
สุรัตน์วดี จิวะจินดา มณี ตันติรุ่งกิจ มณฑา วงศ์มณีโรจน์ และ อุดม แก้วสุวรรณ์ หน่วยงาน ฝ่ายปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง สถาบันวิจัยและพัฒนา กำแพงแสน โทร. 0-3435-1399, 0-3428-1092 ต่อ 412 ์ |
||
|
ที่มา : จัดทำโฮมเพจโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (30 ธันวาคม 2551) |
-
ล่าสุด
- กาซะลองคำ พันธุ์ไม้พระราชทาน เพื่อปลูกเป็นมงคล จังหวัดเชียงราย
- “ดำรง จิระสุทัศน์” อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เดินหน้าลุย จุลินทรีย์-สารเคมีอันตราย
- รมว. เกษตรฯ เดินสายตรวจเยี่ยม “กรมการข้าว” พร้อมมอบนโยบาย และแนวทางการดำเนินงาน
- “บุก” พืชอาหารมหัศจรรย์ ที่ดีต่อสุขภาพ
- เสวนา วันยางพาราบึงกาฬ 2012 (ตอนที่ 2) “ลูกค้า ธ.ก.ส.” ชี้ช่องรวย ในธุรกิจ “ยางพารา”
- เสวนา วันยางพาราบึงกาฬ 2012 “กรมวิชาการเกษตร” เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “ยางพารา” แบบมืออาชีพ !!! (ตอนที่ 1)
- ผู้แทนนิติบุคคลอาคารชุด
- ฟาร์มแกะ ที่ ไร่กุสุมา รีสอร์ท มวกเหล็ก
- ปลากระชัง เขื่อนเขาแหลม ทองผาภูมิ สร้างงาน สร้างเงิน
- ส้มผักกุ่ม ส้มผักเสี้ยน
- หลง…โลภ…โกรธ
- สงบสุขสดใส ในปีใหม่ 2556
-
ลิงก์
- ศาสตร์และศิลป์ที่สอนในเมืองไทย
- SoClaimon.Facebook
- SootinClaimon.google
- DinPuiThai.google
- ChangChoice.Webs
- SoClaimon.blogspot
- Google แผนที่ตำบล 76 จังหวัด
- คำไทย:ThaiWords
- คำไทย:ThaiWords
- SoClaimon.Twitter
- แหล่งสรรพศาสตร์ศิลปวิทยาในเมืองไทย
- crystal-cream.com
- นพ. ต่อพงศ์ คล้ายมนต์
- Apichaya Claimon
- พญ.อภิชญา คล้ายมนต์
- ชมรมดินปุ๋ยบนเว็บ
- ตระกูล “คล้ายมนต์”
-
คลังเก็บ
- พฤษภาคม 2013 (1888)
- เมษายน 2013 (3184)
- มีนาคม 2013 (3832)
- กุมภาพันธ์ 2013 (3775)
- มกราคม 2013 (4245)
- ธันวาคม 2012 (4992)
- พฤศจิกายน 2012 (6067)
- ตุลาคม 2012 (5167)
- กันยายน 2012 (4160)
- สิงหาคม 2012 (6734)
- กรกฎาคม 2012 (4770)
- มิถุนายน 2012 (2887)
-
หมวดหมู่
- กรมวิชาการเกษตร-กสิกรรม
- กรมวิทยาศาสตร์บริการ
- กรมอุตุนิยมวิทยา
- ข้อมูลสมุนไพร
- คมชัดลึก
- ความรู้-ศัพท์
- Agrochemical
- ธาตุอาหารพืช
- ลักษณะขาดธาตุอาหารของพืช
- ศัพท์
- สถานการณ์พืชเศรษฐกิจ
- สรีรวิทยาของพืช
- หนังสือแนะนำ
- การใช้ปุ๋ยอินทรีย์กับพืชไร่เศรษฐกิจ
- การใช้ปุ๋ยเคมีในระบบปลูกพืชไร่
- คำแนะนำการใช้ปุ๋ยพืชไร่
- ปรับปรุงดินและใช้ปุ๋ยกับพืชไร่
- ปุ๋ยและการใช้ปุ๋ย
- พัฒนาคำแนะนำใช้ปุ๋ยพืชไร่
- สรุปงานวิจัยดินปุ๋ยพืชไร่ครั้งที่1
- Building Soils for Better Crops
- Fertilizer Best Management Practices
- Fertilizer Manual
- Fertilizers and their use
- Hydroponics: the complete guide to gardening without soil
- Micronutrients for Sustainable Production
- Plant Analysis Reference Procedures
- เกษตรอินทรีย์
- เศรษฐกิจพอเพียง
- Fertilizer news and articles
- Plant Nutrition
- Soil Taxonomy 2Ed.
- คำแนะนำด้านพืช
- คำแนะนำด้านสัตว์
- งานวิจัยดินปุ๋ย
- บ้านและสวน
- ผลิตภัณฑ์
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- วารสารส่งเสริมการเกษตร
- สทท NBT
- สำนักข่าวอิศรา
- อสมท MCOT
- เดลินิวส์ออนไลน์
- เทคโนโลยีชาวบ้าน
- เส้นทางเศรษฐี
- แนวหน้า
- แผนที่
- โพสต์ทูเดย์
- ไทยพีบีเอส Thai PBS
- ไทยรัฐออนไลน์
- ไทยโพสต์
- BangkokPost
- Blog Stat
- FAO EcoCrop
- KU eMagazine
- NewCROP
- ThaiEurope
- The Nation
- Uncategorized
-
RSS
Entries RSS
Comments RSS






