ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย ที่เกี่ยวข้อง

อาชีวะพิษณุโลก ไอเดียเจ๋ง คิดเคื่องช่วยทำผลไม้แช่อิ่ม ทำเสร็จพร้อมขายใน 10 นาที มิถุนายน 27, 2011

มติชนกรุ๊ป : หนังสือพิมพ์และนิตยสารในเครือมติชน.

วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2554 ปีที่ 23 ฉบับที่ 501

คิดเป็นเทคโนฯ

ธนสิทธิ์ เหล่าประเสริฐ

อาชีวะพิษณุโลก ไอเดียเจ๋ง คิดเคื่องช่วยทำผลไม้แช่อิ่ม ทำเสร็จพร้อมขายใน 10 นาที 

มะม่วง เป็นผลไม้ที่ปลูกง่ายและมีการปลูกกันอย่างแพร่หลายทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดพิษณุโลกมีเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงเป็นจำนวนมาก และเมื่อถึงฤดูกาลจะมีผลผลิตมะม่วงออกมาเป็นจำนวนมาก ทำให้ราคาต่ำมาก เกษตรกรจึงมีวิธีการในการถนอมอาหารไว้หลายวิธี โดยเกษตรกรส่วนใหญ่นิยมนำมะม่วงมาดอง แต่ผลไม้ที่ดองนั้นมีราคาต่ำไม่คุ้มกับเวลาและแรงงานที่เสียไป 

แต่ในการที่เกษตรกรนำมะม่วงที่ดองแล้วมาแช่อิ่มแบบที่เป็นภูมิปัญญาเดิมที่เกษตรกรทำกันทั่วไป ต้องใช้ระยะเวลาในการทำเป็นเวลานาน มีขั้นตอนยุ่งยาก ต้องทำซ้ำหลายรอบ จึงจะได้ผลผลิตที่ดีพอ และในการแช่อิ่มแต่ละครั้งจะได้ผลผลิตน้อย ซึ่งผลผลิตที่ได้ออกมาจำหน่ายจึงไม่คุ้มกับระยะเวลา พลังงานเชื้อเพลิง และแรงงานที่เสียไปอีกเช่นกัน

ด้วยหลักการเหตุผลตามข้างต้น จึงเป็นที่มาของการคิดค้น “เครื่องช่วยทำผลไม้แช่อิ่ม” ของนักศึกษาจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาพิษณุโลก ประกอบด้วย คุณธีรศักดิ์ บุตรทอง คุณประกายดาว แก้งทองโต และ คุณภัทราภรณ์ ทองแป้น โดยมี อาจารย์ชวรวย ภู่พุกก์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา โทร. (086) 931-9071

“เราคิดค้นเครื่องช่วยทำผลไม้แช่อิ่มขึ้นมาเพื่อช่วยเกษตรกรในพื้นที่ เพราะว่ามีปัญหาว่า เมื่อเก็บผลผลิตมะม่วงออกจำหน่ายแล้ว จะมีมะม่วงที่ตกเกรดเหลืออยู่ ซึ่งเป็นส่วนที่จำหน่ายไม่ได้ แม้จะได้รับความช่วยเหลือจากจังหวัดพิษณุโลกและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการเข้ามาอบรมการแปรรูปเป็นมะม่วงดอง แต่ก็ประสบปัญหาว่าเกิดการเน่าเสีย ไม่สามารถจำหน่ายได้ จากสิ่งที่เกิดขึ้น จึงกลายมาเป็นแนวคิดในการทำอย่างไร จึงจะช่วยเหลือเกษตรกรเหล่านั้นให้ได้” อาจารย์ชวรวย กล่าว

จากสิ่งที่เกิดขึ้นจึงมีการวิจัยหาวิธีการ โดยใช้หลักการถนอมอาหารเข้ามาช่วย จนได้เครื่องช่วยทำผลไม้แช่อิ่มดังกล่าวขึ้นมา

จุดเด่นของเครื่องช่วยทำผลไม้แช่อิ่มที่นักศึกษาของวิทยาลัยอาชีวะพิษณุโลกคิดค้นขึ้นมานี้ สามารถช่วยลดระยะเวลา ประหยัดพลังงาน และแรงงานที่เสียไปในการทำผลไม้แช่อิ่ม

“โดยที่เครื่องช่วยทำผลไม้แช่อิ่มนี้ จะต้องสามารถแช่อิ่มผลไม้ให้เสร็จภายในครั้งเดียว และใช้ระยะเวลาในการทำผลไม้แช่อิ่มให้สั้นลงกว่าเดิม จนทำให้ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับในเชิงพาณิชย์” คุณธีรศักดิ์ หนึ่งในนักศึกษาผู้คิดค้นบอก

จากที่ทางคณะผู้คิดค้นได้นำเครื่องช่วยทำผลไม้แช่อิ่มส่งไปให้กลุ่มเกษตรกรผู้แปรรูปผลไม้ในเขตตำบลหินลาด อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลกทดลองใช้ ปรากฏว่า ได้ผลเป็นที่น่าพึงพอใจเป็นอย่างดี เกษตรกรสามารถประหยัดเวลาและมีรายได้เพิ่มมากขึ้น

โดยในวันนี้ เกษตรกรที่แปรรูปมะม่วงจำหน่ายสามารถมีรายได้จากการจำหน่ายมะม่วงแช่อิ่มถึงกิโลกรัมละ 100 บาท จากเดิมหากขายเป็นมะม่วงดิบจะจำหน่ายได้ที่กิโลกรัมละ 3-5 บาท

“เครื่องช่วยทำผลไม้แช่อิ่มนี้ จะช่วยลดระยะเวลาในการทำจากเดิม 45 วัน เหลือเพียง 10 นาที เท่านั้น โดยใช้หลักการออสโมซีส ด้วยการใช้แรงลมอากาศที่อัดเข้าไปเป็นตัวอัดน้ำเชื่อมเข้าสู่เนื้อผลไม้อย่างรวดเร็ว เมื่อครบตามเวลาก็จะได้ผลไม้แช่อิ่มที่สามารถนำไปจำหน่ายได้ และที่สำคัญในขั้นตอนของการทำผลไม้แช่อิ่มจะปราศจากการใช้สารเคมีใดๆ ทั้งสิ้น จึงเป็นอาหารที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค”

และในเวลานี้ได้มีการพัฒนาเครื่องช่วยทำผลไม้แช่อิ่มในระบบอัตโนมัติเป็นผลสำเร็จแล้ว

“เครื่องที่พัฒนาออกมาใหม่นี้ การทำงานง่ายขึ้น เพียงเสียบปลั๊ก กดปุ่มทำงานเท่านั้น ทุกอย่างก็จะเสร็จเรียบร้อยภายในเวลา 10 นาที” คุณธีรศักดิ์ บอกและกล่าวอีกว่า สำหรับเครื่องช่วยทำผลไม้แช่อิ่มนี้ สามารถใช้ได้กับผลไม้ทุกชนิดด้วย โดยผลไม้แช่อิ่มที่ทำด้วยเครื่องดังกล่าว จะมีรสชาติและความกรอบมากขึ้น ช่วยทำให้ผลไม้แช่อิ่มที่ผลิตได้มีรสชาติดี เป็นที่นิยมของผู้บริโภค

ทั้งหมดนี้คือ อีกผลงานที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเกษตรกร จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาพิษณุโลก

เปรียบเทียบขั้นตอนการทำมะม่วงแช่อิ่ม

แบบภูมิปัญญาชาวบ้าน

หั่นมะม่วงเป็นชิ้นตามยาว หนาประมาณ 1 เซนติเมตร แช่ในน้ำปูนใส 2 ชั่วโมง

ผสมน้ำเปล่า 600 กรัม น้ำตาลทราย 400 กรัม นำขึ้นตั้งไฟให้เดือด ตั้งทิ้งไว้สักพักให้เย็น

ล้างมะม่วงที่แช่น้ำปูนใสให้สะอาด ใส่ในโหลแช่อิ่ม เทน้ำเชื่อมใส่ให้ท่วม จากนั้นนำน้ำเปล่าใส่ถุงมัดปากให้แน่น วางทับด้านบนเพื่อไม่ให้มะม่วงลอยขึ้นเหนือผิวน้ำเชื่อม แช่ทิ้งไว้ 1 คืน

วันที่ 2 ให้กรองน้ำเชื่อมออกจากโหลแช่อิ่ม เติมน้ำตาลทรายลงไป 100 กรัม นำขึ้นตั้งไฟให้เดือด แล้วยกลงทิ้งไว้ให้เย็นเทใส่โหลแช่อิ่มเช่นเดิม

วันที่ 3 และ 4 ทำเช่นเดียวกับวันที่ 2 โดยเติมน้ำตาลทรายวันละ 100 กรัม

แยกน้ำเชื่อมออกจากมะม่วง เป็นขั้นตอนสุดท้าย จึงได้มะม่วงแช่อิ่ม

แบบใช้เครื่องช่วยทำผลไม้แช่อิ่ม

หั่นมะม่วงเป็นชิ้นตามยาว หนาประมาณ 1 เซนติเมตร

ผสมน้ำตาลทราย 1,000 กรัม ต่อน้ำเปล่า 250 กรัม นำขึ้นตั้งไฟให้เดือด พักทิ้งไว้ให้เย็น

ใส่มะม่วงลงในโหลแช่อิ่ม เทน้ำเชื่อมใส่ให้ท่วม จากนั้นนำน้ำเปล่าใส่ถุงมัดปากให้แน่นวางทับด้านบนเพื่อไม่ให้มะม่วงลอยขึ้นเหนือผิวน้ำเชื่อม

ยกโหลแช่อิ่มใส่ลงในถังเครื่องช่วยทำผลไม้แช่อิ่มปิดฝาให้แน่น

เติมลม/สูบลม เข้าไปในถังเครื่องช่วยทำผลไม้แช่อิ่ม จนมีแรงดัน 2 บาร์ ทิ้งไว้ 10 นาที

ปล่อยลมทิ้ง แล้วเปิดฝาถังเครื่องช่วยทำผลไม้แช่อิ่ม นำโหลผลไม้แช่อิ่มออกจากถัง

แยกน้ำเชื่อมออกจากมะม่วง จึงจะได้มะม่วงแช่อิ่ม

รถนั่งคนพิการแบบปรับยืนได้ โดยไม่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า

“รถนั่งคนพิการแบบปรับยืนได้ โดยไม่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า” เป็นนวัตกรรมที่จะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้พิการ ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. กับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ซึ่งมีการออกแบบทางวิศวกรรมให้เหมาะสมกับการใช้งานของผู้พิการ ผู้ใช้งานสามารถปรับยืนได้ด้วยแรงแขนของตนเอง โดยไม่ต้องอาศัยพลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งส่งผลทำให้ผู้พิการสามารถยืนได้และใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงกับคนปกติ

ทั้งนี้ เพราะมีรายงานทางการแพทย์พบว่า การยืน จะช่วยให้สุขภาพของผู้พิการดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบย่อยอาหาร ระบบขับถ่าย และยังช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุนจากการที่กระดูกไม่ได้รับน้ำหนัก

ผศ.ดร. บรรยงค์ รุ่งเรืองด้วยบุญ อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต บอกว่า กลุ่มผู้พิการที่ใช้ประโยชน์จาก “รถนั่งคนพิการแบบปรับยืนได้ โดยไม่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า” ได้เป็นอย่างดีคือ

กลุ่มคนพิการที่ประสบปัญหาเดินไม่ได้ หรือที่เรียกว่า อัมพาตครึ่งท่อนล่าง แต่ยังมีแรงแขนปกติ

กลุ่มคนพิการหรือผู้ป่วยบางรายที่ต้องทำกายภาพบำบัดในการยืน ซึ่งผู้ดูแลคนพิการหรือคนป่วยสามารถใช้ประโยชน์จากรถเข็นคนพิการแบบปรับยืนได้ โดยไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์ที่ช่วยในการยืนอื่นๆ นอกจากนี้ ยังสามารถเข็นเพื่อเปลี่ยนสถานที่ยืนได้

ดร. บรรยงค์ บอกอีกว่า ประโยชน์จากการที่ผู้พิการหรือผู้ป่วยได้จากการยืน สามารถแยกออกเป็น 3 ข้อหลัก ดังนี้คือ

1. ทางด้านสุขภาพกาย การใช้รถเข็นเพื่อช่วยยืนในการทำกายภาพบำบัด โดยการเปลี่ยนอิริยาบถจากการนั่งมาเป็นการยืนเพื่อช่วยลดปัญหาทางสุขภาพของผู้ใช้ เช่น การบรรเทาแรงกดทับที่เกิดขึ้นบริเวณข้อต่อ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดแผลเปื่อย (Decubitus) การทำให้ไตและระบบกระเพาะปัสสาวะทำงานได้ปกติ การเพิ่มความแข็งแรงของกระดูกโดยป้องกันกระดูกพรุน การเพิ่มระบบการไหลเวียนโลหิตที่ดีกว่า และการปรับปรุงระบบหายใจให้ดีขึ้น เป็นต้น

2. ทางด้านสุขภาพใจและสังคม ทำให้ผู้พิการสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการยืนในชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงกับคนปกติ เช่น การยืนเพื่อหยิบของ หรือการยืนเพื่อติดต่อพูดคุยกับบุคคลอื่น การเข้าสังคมในมุมกว้าง เล่นกีฬาเพื่อสุขภาพที่จำเป็นต้องอยู่ในท่าทางที่ยืน เป็นต้น ทำให้ผู้พิการไม่รู้สึกถึงความแตกต่างมากนักเมื่อเทียบกับคนปกติ ทำให้มีกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป

3. ทางด้านเศรษฐกิจ เป็นการเพิ่มและเสริมความสามารถในด้านการประกอบอาชีพ ทำให้ลดภาระการช่วยเหลือจากสังคมและภาครัฐ

สำหรับต้นทุนในการผลิต อยู่ที่ประมาณ 15,000 บาท เท่านั้น

โคมลอยทนไฟ

วิสาหกิจชุมชนกลุ่มโคมลอย ตั้งอยู่ เลขที่ 44/2 หมู่ที่ 5 ตำบลหนองตอง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ โทร. (084) 611-1038 มี คุณอัมพร จันทร์ถา เป็นประธานกลุ่ม ได้ดำเนินการผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์โคมลอยจำหน่ายมาตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2548 โดยผลิตภัณฑ์โคมลอยกว่าร้อยละ 80 จะส่งไปจำหน่ายยังตลาดต่างประเทศในแถบยุโรป เช่น ประเทศเยอรมนี ฮอลแลนด์ และสวีเดน เป็นต้น

แต่ต่อมาได้ประสบปัญหาว่า ประเทศต่างๆ ในยุโรปได้เข้มงวดเรื่องความปลอดภัยของสินค้าที่นำเข้าอย่างมาก ซึ่งโคมลอยเป็นหนึ่งในสินค้าที่มีข้อกำหนดควบคุมความปลอดภัยในการติดไฟ โดยกระดาษที่ใช้ทำโคมต้องมีคุณสมบัติหน่วงไฟ (Flame Retardant) และไม่อนุญาตให้มีส่วนประกอบที่เป็นลวดโลหะในการมัดโครงไม้และในส่วนที่ใช้ร้อยแท่งเชื้อเพลิง ต้องเป็นเชือกทนไฟเท่านั้น

ดังนั้น เพื่อให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนโคมลอยสามารถส่งออกโคมลอยไปยังตลาดในยุโรปได้ ดร. มาโนช นาคสาขา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยการสนับสนุนของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภาคเหนือ จึงได้ดำเนินการพัฒนากระดาษโคมลอยให้มีคุณสมบัติตามข้อกำหนด

โดยปรับปรุงคุณสมบัติกระดาษให้ทนไฟ ด้วยการชุบกระดาษโคมลอยในสารทนไฟ ประกอบด้วย แอมโมเนียมซัลเฟต และสารส้มด้วยความเข้มข้น 4 เปอร์เซ็นต์มวลต่อปริมาตร ทำให้ได้กระดาษโคมลอยที่ไม่ลามไฟ

สำหรับวัสดุที่จะใช้ทดแทนเส้นลวดโลหะนั้น นักวิจัยได้ศึกษาค้นหาข้อมูลและทดสอบวัสดุต่างๆ ที่น่าจะใช้ทดแทนได้ ซึ่งพบว่าท่อหุ้มสายไฟฟ้าที่ทนความร้อนมีคุณสมบัติตามต้องการ และเหมาะสมที่จะนำมาใช้ทดแทนเส้นลวดโลหะ

จากงานวิจัยที่ได้ดำเนินการขึ้น จึงทำให้ได้ต้นแบบโคมลอยทนไฟ ซึ่งปัจจุบันได้นำต้นแบบโคมลอยทนไฟมอบให้กับทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโคมลอยได้นำไปผลิตเพื่อการส่งออกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

About these ads
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s