ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

โครงการเศรษฐกิจพอเพียง ในโรงเรียนโสตศึกษา นครปฐม

มติชนกรุ๊ป : หนังสือพิมพ์และนิตยสารในเครือมติชน.

วันที่ 01 มีนาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 23 ฉบับที่ 498

เศรษฐกิจพอเพียง

สิริพร ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา

โครงการเศรษฐกิจพอเพียง ในโรงเรียนโสตศึกษา นครปฐม

โครงการเกษตรพอเพียง ตามแนวทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริ ได้มีผู้นำไปปฏิบัติกันอย่างแพร่หลาย เพราะเป็นทฤษฎีที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน คุณภาคภูมิ เดชสกุลฤทธิ์ ผู้บริหารเจษฎา เทคนิค มิวเซี่ยม นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ใจบุญ ที่เป็นผู้สนับสนุนโรงเรียนโสตศึกษา จังหวัดนครปฐม ให้นำโครงการเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในโรงเรียนโสตศึกษา เพื่อส่งเสริมให้เด็กพิเศษได้เรียนรู้เกี่ยวกับด้านเกษตรกรรมและสามารถนำผลผลิตออกสู่ตลาดได้อย่างไม่น่าเชื่อ

คุณภาคภูมิ เล่าว่า ตนกับคุณพ่อ คือ คุณเจษฎา ได้เล็งเห็นแล้วว่าโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนโสตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีพื้นที่รวมกว่า 40 ไร่ มีนักเรียนในโรงเรียนประมาณ 400 คน จึงได้ให้การสนับสนุนงบประมาณแก่โรงเรียนเพื่อจัดทำโครงการเศรษฐกิจพอเพียง มาตั้งแต่เริ่มโครงการ ในปี พ.ศ. 2540 เพื่อให้เด็กพิเศษทุกคนในโรงเรียนได้ดำเนินวิถีชีวิตตามแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเด็กที่จบด้านการเกษตรกรรมจากโรงเรียนนี้ ยังสามารถนำวิชาความรู้ไปใช้ในชีวิตได้จริง ให้ช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่เป็นภาระต่อสังคม มีการเรียนการสอนทางด้านช่างฝีมือด้านต่างๆ กสิกรรมและ เกษตรกรรม การปลูกพืชผักสวนครัว ปลูกข้าว และยังมีการทดลองปลูกพืชที่ไม่ใช้ดิน หรือไฮโดรโปนิกส์ ซึ่งทางโครงการยังได้จัดให้เลี้ยงไก่ กบ ปลา และหมูป่า

นอกจากนี้ ทางโรงเรียนได้จัดให้มีการฝึกอาชีพในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นช่างไฟฟ้าที่มีคุณภาพมากกว่าคนปกติทั่วไป เพราะเด็กพวกนี้จะมีสมาธิดีมาก ซึ่งทางเจษฎา เทคนิค มิวเซี่ยม จะรับเด็กที่เรียนด้านช่างไฟฟ้าจากที่นี่เข้าไปทำงานที่มิวเซี่ยมด้วย

การที่ส่งเสริมให้เด็กได้ทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบ ก็จะทำให้เด็กไม่ไปมั่วสุมกัน รู้จักรับผิดชอบตัวเอง จะไม่มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร มีความเข้าใจสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติได้ดีขึ้น เช่น การเลี้ยงกบ ต้องเข้าใจวิถีชีวิตของกบว่า กบจะกินอาหารไม่เป็นเวลาช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ กบจะจำศีลไม่กินอาหาร เพราะอากาศเย็น แถมยังมีแดดน้อย ถ้าจะให้อาหารต้องให้ตอนแดดออก สามารถเปลี่ยนเวลากินอาหารได้ตามแสงแดด พวกเด็กๆ ก็จะเข้าใจและปรับตัวให้เข้ากับสัตว์เลี้ยงเหล่านั้น เมื่อน้ำสกปรก กบก็จะปล่อยเมือกออกมาเพื่อห่อหุ้มผิวหนังของมัน โดยเมือกนี้จะมีกลิ่นคาวรุนแรงมาก เด็กก็จะรู้ว่าควรจะต้องถ่ายน้ำในบ่อกบได้แล้ว สิ่งต่างๆ เหล่านี้สอนให้เด็กรู้และเข้าใจถึงอาชีพหลักของคนไทย คือ เกษตรกรรม และถ้ามีการค้นคว้า ศึกษาเพิ่มเติมก็จะก่อให้เกิดความเจริญแบบถาวร

ด้าน คุณพะโยม ชินวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนโสตศึกษา จังหวัดนครปฐม กล่าวว่า โครงการเศรษฐกิจพอเพียงนี้สามารถใช้ได้กับทุกคน ทุกอาชีพ เพราะเป็นหลักในการใช้สติในการดำเนินชีวิต ทำให้เด็กมีอาชีพ มีคุณธรรม มีวินัย รู้จักรับผิดชอบ มีทักษะ มีรายได้ระหว่างเรียน สำหรับที่นี่จะมีการทำเกษตรแบบไร่นาสวนผสม เช่น การปลูกผัก และนำผักมาทำอาหาร เมื่อเหลือเศษผักก็จะเอาไปให้หมูป่ากิน เมื่อหมูป่าถ่ายออกมา ผสมกับแกลบที่อยู่ในเล้าหมูก็จะได้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ นำมาใส่แปลงผักได้ต่อไป ส่วนนาข้าวก็จะมีการเลี้ยงปลาในนาข้าวด้วย เพื่อปลาจะได้ช่วยพรวนดินให้ต้นข้าว และปลาจะวางไข่ได้ง่ายเพราะมีที่หลบ มีความสงบ ส่วนมูลจากปลาก็เป็นปุ๋ยให้กับข้าวได้ และกลางคืนก็จะเปิดไฟในนาข้าวเพื่อล่อให้แมลงมารวมตัวกันและตกลงไปในน้ำเป็นอาหารให้ปลาได้อีก เรียกได้ว่าอาศัยระบบนิเวศน์เป็นปัจจัยหลัก

สำหรับการเลี้ยงไก่ เริ่มจากไก่เพียง 280 ตัว ใช้ไก่พันธุ์โรสไอสแลนด์เรด เป็นพันธุ์ไข่ ครั้งแรกๆ ออกไข่มาวันละประมาณ 40 ถาด หรือ 1,200 ฟอง ก็จะนำมาทำอาหารให้กินกันในโรงเรียน ที่เหลือจากการกินก็ขายต่อให้กับผู้ปกครอง นำเงินเข้าสหกรณ์

ส่วนปลาที่เลี้ยงก็จะใช้ปลาเบญจพรรณ คือ ปลาตะเพียน ปลานวลจันทร์ และปลาดุก ส่วนการให้อาหารก็จะแบ่งเป็นการให้ปลาเหนือน้ำ เช่น ปลาตะเพียนและปลาสร้อยขาว 60% ปลาที่กินกลางน้ำ เช่น ปลานวลจันทร์ 15-20% ที่เหลือก็ให้ปลาดุก ที่กินอาหารผิวดินเพียง 5%

การเลี้ยงหมูป่า ต้องเข้าใจว่าหมูป่าเป็นสัตว์ที่อยู่ในป่าแล้วเรานำมาเลี้ยงเพื่อเป็นการค้า เราต้องผสมพันธุ์ข้ามสายพันธุ์ ถ้าผสมกับพันธุ์หน้ายาวอายุจะยาวกว่าพันธุ์แท้ แต่ถ้าผสมกับพันธุ์หน้าสั้น หมูก็จะมีอายุสั้น ตอนนี้มีหมูป่าที่เลี้ยงไว้ทั้งหมดกว่า 30 ตัว และกำลังจะคลอดออกมาอีกในเร็วๆ นี้ เมื่อน้ำหนักถึงเกณฑ์ที่สามารถขายได้

ในโรงเรียนยังมีการสอนให้รู้จักวิธีการปลูกข้าว เพื่อให้รู้ถึงวงจรชีวิตของข้าวกว่าจะมาถึงคนกินนั้นจะต้องมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง โดยมีการปลูกอยู่ 4-5 ไร่ สำหรับแปลงปลูกผักก็จะปลูกแบบคละกันไป ไม่ว่าจะเป็น ผักบุ้ง ผักกว้างตุ้ง ผักคะน้า ผักชี ต้นหอม ผักขึ้นฉ่าย ก็สามารถสร้างรายได้ให้กับนักเรียนได้ไม่น้อย โดยคนที่เข้ามาดูแล รดน้ำ พรวนดิน เก็บวัชพืช หรือการเลี้ยงสัตว์จะมีเบี้ยเลี้ยงให้เป็นรายวัน เพื่อสร้างกำลังใจให้กับเด็กๆ ซึ่งทางผู้ปกครองก็ประทับใจที่โรงเรียนยึดถือโครงการเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเช่นนี้ หากท่านใดสนใจชมโครงการ หรือจะซื้อผลิตผลของทางโรงเรียน สอบถามได้ที่โทร. (034) 332-309

About these ads

มิถุนายน 24, 2011 - Posted by | เทคโนโลยีชาวบ้าน | , , , ,

ยังไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: