ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

“สยามบลูฮาร์ดดี้” บัวฝรั่งดอกสีน้ำเงินลูกผสม ต้นแรกของโลก จากฝีมือนักวิจัยไทย มิถุนายน 6, 2011

มติชนกรุ๊ป : หนังสือพิมพ์และนิตยสารในเครือมติชน.

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 ปีที่ 16 ฉบับที่ 497

ไม้ดอกไม้ประดับ

“สยามบลูฮาร์ดดี้” บัวฝรั่งดอกสีน้ำเงินลูกผสม ต้นแรกของโลก จากฝีมือนักวิจัยไทย 

จากอดีตจนถึงปัจจุบัน กว่า 100 ปีแล้ว ที่มีรายงานถึงความพยายามของนักปรับปรุงพันธุ์บัวจากทั่วโลก ต่างทุ่มเทอย่างเต็มความสามารถเพื่อที่จะผสมพันธุ์พันธุ์บัวให้ได้…บัวฝรั่งที่มีดอกสีน้ำเงิน (blue hardy waterlily)…แต่ปรากฏว่าไม่มีผู้ใดทำได้สำเร็จ จึงกลายเป็นสิ่งที่คนรักบัวทั่วโลกต่างรอความหวังว่า…วันหนึ่งโลกสีฟ้าใบนี้จะมี…บัวฝรั่งดอกสีน้ำเงิน

จากความหวังที่เกิดขึ้น ได้กลายเป็นแรงบันดาลให้ 2 นักวิจัยชาวไทยผู้รักในความงามของพรรณไม้น้ำ ดอกงามชนิดนี้คือ คุณไพรัตน์ ทรงพานิช นักวิชาการเกษตร ชำนาญการพิเศษ สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิภา หงส์ตระกูล นักวิจัยจากภาควิชาพันธุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มุ่งมั่นที่จะผสมพันธุ์บัวให้ได้บัวฝรั่งดอกสีน้ำเงิน

“จากที่เราศึกษาจากสื่อสิ่งพิมพ์และเว็บไซต์ต่างๆ ได้กล่าวถึงความพยายามของนักปรับปรุงพันธุ์บัวจากทั่วโลกถึงการผสมและสร้างพันธุ์บัวดังกล่าว แต่ไม่ประสบความสำเร็จ” คุณไพรัตน์ กล่าว

ด้วยการดำเนินการด้วยความมุ่ง พยายามและทุ่มเทตั้งแต่ปี 2546 จนถึง 2550 เป็นระยะเวลารวม 5 ปีของการทดลอง โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ

จากสิ่งที่ผู้รักบัวทั่วโลกต่างเฝ้า ในวันนี้ บัวฝรั่งที่มีดอกสีน้ำเงิน ได้เกิดขึ้นแล้ว ด้วยฝีมือของนักวิจัยชาวไทยทั้งสองท่าน บัวฝรั่งดอกสีน้ำเงินลูกผสมต้นแรกของโลกได้เกิดขึ้นแล้วในประเทศไทยที่แปลงรวบรวมสายพันธุ์บัวในเขตอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี

ในขณะนี้ นักวิจัยทั้งสองได้นำบัวฝรั่งที่มีดอกสีน้ำเงินไปจดทะเบียนไว้กับ International Waterlily and Water Gardening Society เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยตั้งชื่อว่า Nymphaea “Siam Blue Hardy” (สยามบลูฮาร์ดดี้)

ความสำเร็จที่เกิดขึ้น ได้ยังประโยชน์ให้กับประเทศไทยอย่างกว้างขวาง ทั้ง

หนึ่ง เป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงของประเทศไทย และได้รับการยอมรับจากต่างประเทศด้านการปรับปรุงพันธุ์บัวเป็นอย่างมาก เนื่องจากวงการบัวนานาชาติให้ความสนใจกับความสำเร็จของการผสมข้ามสกุลย่อย และการได้รับลูกผสมบัวฝรั่งดอกสีน้ำเงินต้นแรกของโลก

สอง เป็นการค้นพบและพิสูจน์ยืนยันทางชีววิทยาต่อนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกว่า บัวฝรั่งสามารถผสมพันธุ์กับบัวผันได้

สาม สามารถเปลี่ยนทัศนคติของนักปรับปรุงพันธุ์บัวจากทั่วโลก ให้เชื่อว่า “บัวเขตหนาวสามารถผสมพันธุ์กับบัวเขตร้อนได้” และเป็นการเปิดโลกทรรศน์ใหม่เพื่อขยายกรอบการปรับปรุงพันธุ์บัวให้ได้บัวแปลกๆ ใหม่ๆ อีกทั้งเป็นการกระตุ้นนักปรับปรุงพันธุ์บัวทั่วโลกเพิ่มความหลากหลายของพันธุกรรมบัว

ซึ่งจากความสำเร็จที่เกิดขึ้นนี้ ยังก่อประโยชน์ให้กับผู้สนใจเพาะเลี้ยงบัว สามารถนำผลงานการประดิษฐ์นี้ไปใช้เป็นแนวทางในการผลิตบัวฝรั่งสีใหม่ได้

มารู้จักสยามบลูฮาร์ดดี้

คุณไพรัตน์ได้กล่าวถึงคุณสมบัติและลักษณะเด่นของสยามบลูฮาร์ดดี้ ว่า

หนึ่ง เป็นบัวลูกผสมข้ามสกุลย่อย (Intersubgeneric Hybrid) ต้นแรกของโลก ที่เกิดจากการผสมข้าม ระหว่างสกุลย่อย Nymphaea (บัวฝรั่ง) กับสกุลย่อย Brachyceras (บัวผัน)

สอง เป็นบัวฝรั่งลูกผสมดอกสีน้ำเงินต้นแรกของโลก ที่รวมลักษณะเด่นของทั้งบัวฝรั่งและบัวผันเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ลูกผสมมีลักษณะต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นของบัวฝรั่ง แต่มีดอกเฉดสีน้ำเงิน (ม่วง-น้ำเงิน) ของบัวผัน ที่ยังไม่มีใครทำสำเร็จมาก่อน

สำหรับหลักการผสมพันธุ์จนได้บัวฝรั่งที่มีดอกสีน้ำเงิน ต้นนี้ ดร.วิภาได้เล่าให้ฟังว่า สำหรับสายพันธุ์บัวที่ใช้ในการทดลองมีทั้งหมด 27 พันธุ์ มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และออสเตรเลีย

แต่คู่ที่ประสบผลสำเร็จคือ บัวฝรั่งพันธุ์ “สุปราณีพิงค์” (N. “Supranee Pink” ผลิตโดยผู้ประดิษฐ์) ผสมกับลูกผสมเปิดของไทย (O.P. Hybrid No.11) ซึ่งทั้งคู่กำเนิดในประเทศไทย

ดร.วิภาบอกว่า โดยทั่วไปบัวสกุล Nymphaea L. ดอกจะบาน 3 วัน ดอกเป็นแบบดอกเดี่ยวสมบูรณ์เพศ โดยธรรมชาติของบัวสกุลนี้มีกลไกในการป้องกันการผสมตัวเองภายในดอกเดียวกัน เรียกว่า โพรโตจีนัส (Protogynous) คือ การที่เกสรเพศเมียพร้อมรับการผสมละอองเกสรของดอกอื่น ก่อนที่เกสรเพศผู้ในดอกเดียวกันจะพร้อมแพร่กระจายละอองเกสร ดังนั้น ในบัวสกุล Nymphaea L. เกสรเพศเมียพร้อมรับการผสมในวันแรกที่ดอกบาน ส่วนเกสรเพศผู้พร้อมกระจายละอองเกสรในวันที่สองและสาม

บัวสกุล Nymphaea L. แบ่งตามลักษณะผนังของคาร์เพล (carpel) ในรังไข่ (ovary) ออกเป็น 2 กลุ่ม (group) ได้แก่ Apocarpiae และ Syncarpiae ในแต่ละกลุ่มยังแบ่งออกเป็น 3 สกุลย่อย (subgenus) ดังนี้

กลุ่ม Apocarpiae ประกอบด้วย สกุลย่อย Anecphya, Brachyceras และสกุลย่อย Confluentes

กลุ่ม Syncarpiae ประกอบด้วย สกุลย่อย Hydrocallis, Lotos และสกุลย่อย Nymphaea

สำหรับบัวฝรั่ง (hardy waterlily) จัดอยู่ในสกุลย่อย Nymphaea มีถิ่นกำเนิดในเขตอบอุ่นและเขตหนาว แต่บัวผัน (tropical waterlily) มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อน จัดอยู่ในสกุลย่อย Brachyceras บัวแต่ละชนิดมีความสวยงามแตกต่างกันไป ในบัวฝรั่งจะมีดอกเพียง 5 สี ได้แก่ สีขาว แดง ชมพู เหลือง และสีอมส้ม

ส่วนบัวผันจะมีสีสันที่หลากหลายกว่า รวมทั้งมีสีม่วงและสีน้ำเงินที่บัวฝรั่งไม่มี บัวในสกุลย่อยต่างๆ ยังประกอบด้วยหลากหลายชนิด (species) การผสมพันธุ์บัวจะผสมกันภายในชนิดเดียวกันหรือข้ามชนิดกันแต่ยังคงอยู่ในสกุลย่อยเดียวกัน ดังนั้น นักปรับปรุงพันธุ์บัวที่นิยมความแปลกใหม่จึงพยายามที่จะนำสีม่วงและสีน้ำเงินของกลุ่ม Apocarpiae ไปผสมกับกลุ่ม Syncarpiae

ขั้นตอนการผสมพันธุ์

จากเป้าหมาย เพื่อให้ได้บัวฝรั่งดอกสีน้ำเงิน คุณไพรัตน์ และ ดร.วิภา ได้ดำเนินการโดยใช้บัวสกุลย่อย Nymphaea เป็นแม่ ต้นที่นำมาใช้เป็นต้นแม่

“เราพิจารณาคัดเลือกจากต้นที่มีประวัติการติดฝักง่าย ดอกสวยงาม และให้ดอกดกเป็นเกณฑ์ ได้คัดเลือกมาจำนวน 5 พันธุ์ ส่วนต้นที่จะนำมาใช้เป็นต้นพ่อ ใช้พันธุ์ใน 2 สกุลย่อย คือ Anecphya และ Brachyceras โดยเลือกเฉพาะต้นที่ให้ดอกในกลุ่มสีน้ำเงิน”

“ทั้งนี้ เพื่อหวังผลจากการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของสีน้ำเงินจากต้นพ่อไปสู่รุ่นลูก” ดร.วิภากล่าว

ในขณะที่คุณไพรัตน์ กล่าวเสริมว่า จากนั้นได้คัดเลือกพันธุ์จากสกุลย่อย Anecphya จำนวน 2 พันธุ์ และสกุลย่อย Brachyceras จำนวน 20 พันธุ์ ดำเนินการปลูกต้นแม่และต้นพ่อ โดยใช้ต้นแม่ 5 พันธุ์ พันธุ์ละ 10 ต้น ส่วนต้นพ่อ 22 พันธุ์ พันธุ์ละ 2 ต้น หลังจากนั้น ผสมพันธุ์ด้วยวิธีการปกติ (conventional breeding) ได้จับคู่ผสม (combination) รวม 1,230 ครั้ง

“พบว่า ต้นแม่ซึ่งเป็นบัวฝรั่งพันธุ์ “สุปราณีพิงค์” (Nymphaea “Supranee Pink” สกุลย่อย Nymphaea) สามารถผสมพันธุ์สำเร็จกับต้นพ่อบัวผันลูกผสมเปิดของไทย (Nymphaea spp. สกุลย่อย Brachyceras) นำไปเพาะ ได้ลูกผสมจำนวน 20 ต้น เมื่อออกดอกสามารถแบ่งสีดอกได้เป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มสีน้ำเงิน 3 ต้น และกลุ่มสีชมพู 17 ต้น”

นักวิจัยผู้ประสบความสำเร็จทั้งสองจึงได้คัดเลือกลูกผสมในกลุ่มสีน้ำเงินที่มีดอกสวยงาม 1 ต้น ออกดอกสีม่วง-น้ำเงิน ได้ตั้งชื่อว่า Nymphaea “Siam Blue Hardy” (สยามบลูฮาร์ดดี้)

ปัญหาติดหน่อยาก ต้องใช้การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อช่วย

สิ่งสำคัญที่เป็นเรื่องยากในการดำเนินการผสมสายพันธุ์บัวครั้งนี้คือ การติดฝักยากในการผสมข้ามสกุลย่อยนี้

“อาจมาจากสาเหตุหลัก 2 ประการ คือ พันธุกรรมที่ไม่เข้ากัน (genetic incompatibility) และจำนวนโครโมโซมที่ต่างกัน ซึ่งบัวในสกุล Nymphaea L. มีจำนวนโครโมโซมที่แตกต่างกันมาก ทั้งในชนิดเดียวกัน และต่างชนิดกัน” ดร.วิภา กล่าว

พร้อมกันนี้ยังบอกว่า ได้มีการพิสูจน์ความเป็นลูกผสม หรือ hybridity test โดยนำ “สยามบลูฮาร์ดดี้” และลูกผสมอีก 3 ต้น พร้อมพ่อและแม่ ไปตรวจสอบโดยเครื่องหมายโมเลกุล (molecular marker) และตรวจสอบลักษณะทางสัณฐานวิทยา (morphology marker) สามารถยืนยันได้ว่าลูกผสมทั้งหมดเป็นลูกของพ่อและแม่ดังกล่าวจริง

“ลักษณะสำคัญที่นักวิชาการบัวใช้จำแนกว่าเป็นบัวฝรั่ง ก็คือ ผนังของคาร์เพลจะเชื่อมติดกันแบบ Syncarpous มีขอบใบเรียบ และมีลำต้นใต้ดินเป็นแบบเหง้า (rhizome) มีเจริญเติบโตไปในแนวนอน เป็นลักษณะเด่นที่ใช้ตัดสินว่าบัวนั้นเป็นบัวฝรั่ง ซึ่ง”สยามบลูฮาร์ดดี้” มีครบทั้ง 3 ลักษณะดังกล่าว” ดร.วิภา กล่าว

ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า “สยามบลูฮาร์ดดี้” เป็นบัวฝรั่ง และลูกผสมที่มี “สีใหม่” ที่ยังไม่เคยปรากฏมาก่อนในบัวฝรั่ง จึงสามารถอ้างสิทธิ์ได้ว่า “สยามบลูฮาร์ดดี้” เป็น “บัวฝรั่งดอกสีน้ำเงินต้นแรกของโลก” ซึ่งได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2550

ส่วนในการพัฒนาผลงานไปสู่เชิงพาณิชย์นั้น คุณไพรัตน์บอกว่า เนื่องจาก “สยามบลูฮาร์ดดี้” ขยายพันธุ์ด้วยการแตกหน่อได้ยาก ดังนั้น จึงได้กำหนดเป้าหมายไว้ 2 แนวทาง คือ

หนึ่ง สร้างลูกผสมใหม่ (sister lines) จากพ่อแม่เดียวกันกับ “สยามบลูฮาร์ดดี้” ได้ลูกผสมใหม่ๆ ที่ให้ลักษณะสีดอกสีม่วง และสีม่วง-น้ำเงิน สามารถขยายพันธุ์ด้วยการแตกหน่อ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายพันธุ์เพิ่มปริมาณเพื่อนำออกสู่ท้องตลาด

สอง ดำเนินการศึกษาการขยายพันธุ์ “สยามบลูฮาร์ดดี้” ด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ

ด้วยผลงานวิจัยแห่งความสำเร็จดังกล่าว จึงทำให้ “สยามบลูฮาร์ดดี้” บัวฝรั่งดอกสีน้ำเงินลูกผสมต้นแรกของโลก โดย คุณไพรัตน์ ทรงพานิช และ ผศ.ดร.วิภา หงส์ตระกูล ได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ( วช.) ให้เข้ารับรางวัลระดับดีเด่น ผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2554 ด้านเกษตรศาสตร์และอุตสาหกรรมเกษตร (สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา)

สำหรับผู้สนใจต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ คุณไพรัตน์ ทรงพานิช โทร. (02) 579-7579-8 ต่อ 303, (089) 980-0646

“สยามบลูฮาร์ดดี้” นับเป็นอีกหนึ่งในความภูมิใจของคนไทย…ที่เกิดขึ้นด้วยฝีมือของนักวิจัยไทย ที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก

About these ads
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s