ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย ที่เกี่ยวข้อง

วิธีสมัครเป็นวิทยากร และตัวอย่างหลักสูตร เพื่อรองรับการขยายงาน มิถุนายน 6, 2011

มติชนกรุ๊ป : หนังสือพิมพ์และนิตยสารในเครือมติชน.

วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 16 ฉบับที่ 269

อบรมฉบับนี้

ลุงพร

วิธีสมัครเป็นวิทยากร และตัวอย่างหลักสูตร เพื่อรองรับการขยายงาน

ดังที่ได้บอกกล่าวในฉบับที่ผ่านมาว่า ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน มีโครงการจะเปิดศูนย์อบรมอาชีพแห่งที่ 2 ซึ่งจะเป็นแหล่งเรียนรู้ทางด้านอาชีพและธุรกิจที่ทันสมัย ในขณะเดียวกันจะได้มีการปรับปรุงศูนย์อบรมเดิมให้มีความพร้อมที่จะรองรับการฝึกอบรมในรูปแบบต่างๆ นั่นหมายถึงว่าจะมีการเพิ่มหลักสูตรหรือวิชาชีพให้มีความหลากหลาย ซึ่งในฉบับที่ผ่านมา ก็ได้นำเสนอรายละเอียดในการรับสมัครวิทยากร รวมทั้งผู้ที่มีความสนใจต้องการจะเข้าร่วมเป็นพันธมิตรเพื่อสร้างเครือข่ายอบรมให้เข้มแข็ง และปรากฏว่ามีหลายท่านให้ความสนใจ 

ในความสนใจที่ว่า ยังมีหลายท่านที่มีข้อสงสัย จึงใคร่ที่จะนำเรื่องราวเหล่านี้มาบอกกล่าวกันอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมกับมีตัวอย่างการสมัครเป็นวิทยากรจากวิทยากรรุ่นพี่…

ขอเริ่มต้นที่การโทรศัพท์เข้ามาสอบถามเพื่อการสมัครเป็นวิทยากร ซึ่งจะเป็นที่มาของการจัดทำหลักสูตรการสอน พอจะสรุปได้ว่าที่โทรเข้ามานั้นส่วนหนึ่งยังลังเลใจว่าจะสมัครดีหรือไม่ เป็นการเลียบๆ เคียงๆ สอบถามว่าวิชาที่ตนเองอยากนำเสนอน่าสนใจหรือไม่ กับอีกส่วนหนึ่งเป็นวิชาที่น่าสนใจแต่พอบอกให้จัดทำรายละเอียดหลักสูตรมักจะเนิ่นนานหรือห่างหายไปเลย

ประเด็นเรื่องวิชาชีพหรือหลักสูตรที่น่าสนใจ อยากจะบอกเพิ่มเติมว่า เป็นวิชาอะไรก็ได้ที่ท่านพิจารณาว่ามีความเหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน…คิดว่าจะได้รับความนิยมหรือไม่ หรือให้มองว่าวิชาชีพนั้นๆ ถ้าจะนำไปทำเป็นอาชีพจริงๆ จะทำได้หรือไม่ มีตลาดชัดเจนหรือเปล่า มีคนทำกันมากหรือยัง ขั้นตอนการทำยุ่งยากมากน้อยแค่ไหน วัสดุอุปกรณ์ที่จะนำมาทำมีข้อจำกัดอย่างไร

กรณีนี้อาจมีบางท่านที่นำเสนอวิชาชีพเข้ามา แต่พอลงลึกถึงอาชีพนั้นๆ ก็พบว่า ไม่มีความเหมาะสม เช่น ประสบการณ์ของวิทยากรยังน้อยเกินไป หรือช่วงที่ทำอาชีพนั้นๆ ยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร หรือเป็นหลักสูตรที่ยังไม่มีจุดขายเพียงพอ หรือบางหลักสูตรซ้ำกับหลักสูตรเดิม จริงๆ แล้วซ้ำได้แต่ก็ต้องให้แตกต่าง เช่นดีกว่าเดิมหรือมั่นใจว่าเหนือกว่าหลักสูตรเดิมที่มีอยู่ ไม่อย่างงั้นเปิดอบรมไปก็มักไม่ค่อยได้รับความสนใจ

สมมติฐานง่ายๆ ของกรณีนี้ คือให้ท่านดูว่าวิชาชีพที่นำเสนอนั้นคิดว่าจะมีคนเรียนหรือไม่

นอกจากนี้ มีหลายท่านที่อาจจะเปิดสอนวิชาชีพเป็นการส่วนตัวอยู่ก่อนแล้ว ถามว่าจะมาสอนที่ศูนย์อาชีพฯ มติชน ได้หรือไม่ กรณีนี้มาเปิดสอนได้แต่ท่านต้องจัดทำหลักสูตรให้มีความแตกต่างกัน เช่น เคยสอน 1 เมนู หรือ 1 รายการ แต่หลักสูตรที่นำเสนอใหม่อาจจะต้องเพิ่มเป็น 2 เมนู หรือ 2 รายการ เพื่อให้ผู้เรียนได้มีโอกาสเลือกมากขึ้น หรือจัดทำเป็นหลักสูตรใหม่หมดก็ยิ่งดีใหญ่

ประเด็นต่อมา เป็นวิชาที่น่าสนใจแต่พอบอกให้จัดทำรายละเอียดหลักสูตร มักจะเนิ่นนานหรือห่างหายไปเลย กรณีนี้ก็มักมีอยู่บ่อยๆ อาจจะเป็นไปได้ว่าท่านไม่มีเวลาที่จะจัดทำหลักสูตร หรือมีเวลาแต่ไม่รู้จะเขียนนำเสนออย่างไร ซึ่งเข้าใจว่าจะเป็นกรณีหลังเสียมากกว่า

อันที่จริงหลักการสมัครเป็นวิทยากรเพื่อนำเสนอหลักสูตร ก็ไม่มีอะไรยุ่งยากสลับซับซ้อน เพียงแต่ว่าท่านจะต้องจัดทำข้อมูล 3 ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกคือหลักสูตรที่จะสอน ว่าสอนอะไรบ้าง ส่วนที่สอง เป็นประวัติ ผลงานของวิทยากร และส่วนที่สาม เป็นการนำเสนองบประมาณค่าใช้จ่าย ดังรายละเอียดต่อไปนี้

1. หลักสูตรต้องละเอียด

ส่วนแรกที่ท่านจะต้องเขียนนำเสนอคือเรื่องของหลักสูตรการสอน หมายความว่า ท่านจะสอนวิชาอะไรก็ให้เขียนหัวข้อการสอนทั้งหมดมาให้ละเอียด โดยแบ่งเป็นช่วงเวลามาให้ชัดเจนว่าใน 1 วัน หรือ 2 วันที่จะสอนนั้น จะสอนในเรื่องอะไรบ้าง (ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น.) ยิ่งละเอียดเท่าไรจะยิ่งดี เพราะเป็นการง่ายที่จะให้ผู้เรียนได้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจว่าจะเรียนหรือไม่ เนื้อหาที่จะสอนมีความเข้มข้นแค่ไหน ตรงกับที่เขาต้องการหรือไม่ รวมทั้งประวัติความเป็นมาของสูตรที่สอนพอสังเขป

ขอยกตัวอย่าง การเขียนหลักสูตรการสอน วิชากะหรี่ปั๊บงาดำ (สูตรโรงเรียนชุมชนวัดดงยาง) โดย อาจารย์รัตนา เศวตสุพร ได้นำเสนอข้อมูล ณ วันที่ 20 มีนาคม 2551 ดังนี้

ชื่อหลักสูตร : กะหรี่ปั๊บงาดำ (สูตรโรงเรียนชุมชนวัดดงยาง)

วิทยากร : อาจารย์รัตนา เศวตสุพร

ระยะเวลาเรียน : 1 วันทำได้ 

รายละเอียดหลักสูตร 

09.00-09.30 น.- แนะนำวิทยากร ผู้เข้าเรียน และศูนย์อาชีพฯ มติชน

09.30-10.00 น.- ภาพรวมของอาชีพการขายกะหรี่ปั๊บงาดำ

- ประวัติความเป็นมาของสูตรที่จะสอน

- แนวคิดการนำเอางาดำ ซึ่งเป็นธัญพืชมาเป็นส่วนผสม

10.00-10.30 น.- แนะนำวัสดุอุปกรณ์ และวัตถุดิบในการทำไส้กะหรี่ปั๊บงาดำ

- สอนวิธีการเตรียมวัตถุดิบเพื่อทำไส้กะหรี่ปั๊บงาดำ ทั้งหมด 4 ไส้

10.30-12.00 น.- เรียนรู้เรื่องสูตรและส่วนผสมต่างๆ ของแต่ละไส้ให้เข้าใจตรงกัน

- ลงมือปฏิบัติ/การผัดไส้ปลา การกวนไส้เผือก การกวนไส้ถั่ว และการผัดไส้ไก่ (ขั้นตอนการทำแต่ละไส้จะให้นักเรียนฝึกปฏิบัติตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบจนทำออกมาเป็นไส้สำเร็จรูป)

12.00-13.00 น.

พักรับประทานอาหารกลางวัน

13.00-13.30 น.- แนะนำวัสดุอุปกรณ์และวัตถุดิบในการทำตัวแป้งกะหรี่ปั๊บงาดำ

- เรียนรู้เรื่องสูตรและส่วนผสมของแป้งชั้นนอกและแป้งชั้นใน รวมทั้งเคล็ดลับ

การผสมแป้ง

13.30-14.30 น.- แบ่งกลุ่มผู้เรียนเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 5 คน

- ลงมือปฏิบัติการผสมแป้ง แบ่งแป้ง คลึงแป้ง การห่อและการพับริมแป้งให้

สวยงาม (เป็นขั้นตอนที่สำคัญ ครูผู้สอนจะสาธิตให้แต่ละกลุ่มดู จากนั้นให้

นักเรียนทำด้วยตนเอง)

14.30-15.00 น.- สอนการทอดกะหรี่ปั๊บงาดำ การเลือกใช้น้ำมันที่ทอด การใช้ไฟ เทคนิคและ

เคล็ดลับในการทอดให้กรอบอร่อยแลดูสวยงาม

15.00.15.30 น.- สอนการบรรจุภัณฑ์เพื่อการค้า เทคนิคการค้าขาย การตั้งราคา ต้นทุน

กำไร

15.30-16.00 น. – สรุปผลการเรียนการสอน และตอบปัญหาข้อสงสัยของผู้เรียน

- มอบวุฒิบัตร

หมายเหตุ รายละเอียดหัวข้อการสอน อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม

ความเป็นมาของสูตรที่จะสอน

เมื่อปีการศึกษา 2547 “กะหรี่ปั๊บงาดำ” ซึ่งเป็นผลงานในโครงการ 1 โรงเรียน 1 ผลิตภัณฑ์ หรือ OTOP ของโรงเรียนชุมชนวัดดงยาง ได้รับคัดสรรให้เป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 2 และมีชื่อเสียงที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ทำให้นักเรียนสามารถมีรายได้จากการจำหน่ายกะหรี่ปั๊บงาดำตลอดมา ซึ่งปีนี้เข้าสู่ปีที่ 5 แล้ว และมีลูกค้าจำนวนมากที่ซื้อไปรับประทานแล้วติดใจอยากรับประทานอีก แต่ก็หาไม่ได้เพราะอยู่ไกลถึงต่างจังหวัด ดังนั้น ผู้สอนจึงมีความคิดที่อยากเผยแพร่ความรู้นี้ไปยังบุคคลอื่นๆ ที่สนใจ จะได้นำไปทำเป็นอาชีพและทำให้ลูกค้าที่อยู่จังหวัดอื่นๆ ได้หาซื้อรับประทานได้ง่าย กะหรี่ปั๊บงาดำของโรงเรียนชุมชนวัดดงยาง จะทำกันอยู่ 4 ไส้ และขายดีทั้ง 4 ไส้ คือ ไส้ปลา ไส้ไก่ ไส้เผือก และไส้ถั่ว เมื่อช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมานี้ ลูกค้าสั่งไปเป็นของขวัญของฝากจำนวนมาก และเมื่อวันที่ 14-18 กุมภาพันธ์ 2551 ที่ผ่านมา ได้ไปออกร้านในงาน “มะม่วงหวาน อาหารอร่อย อำเภอพนมสารคาม” ขายดีมาก ปั้นแทบไม่ทัน ลูกค้าจากกรุงเทพฯ ที่ซื้อจำนวนมากต้องยืนรอ

2. ประวัติผลงานต้องชัดเจน

ส่วนที่สองที่ผู้สมัครเป็นวิทยากรจะต้องนำเสนอคือ ประวัติส่วนตัวและผลงานที่ผ่านมา หมายความว่า ท่านต้องเขียนบอกเรื่องราวของตนเองมาให้ละเอียด ทั้งประวัติส่วนตัว ด้านการศึกษา การทำงาน และโดยเฉพาะประสบการณ์ในวิชาชีพหรือธุรกิจที่จะสอน รวมไปถึงแรงบันดาลใจที่อยากจะสอน กรณีวิชาชีพที่จะสอนไม่ได้ทำอยู่ในปัจจุบันให้บอกมาด้วยว่าเลิกไปเพราะอะไร

ตัวอย่างการเขียนประวัติผลงาน ดังนี้

2.1 ประวัติวิทยากร 

ชื่อ อาจารย์รัตนา เศวตสุพร

วิชาชีพที่สอน (ชื่อหลักสูตร)

กะหรี่ปั๊บงาดำ (สูตรโรงเรียนชุมชนวัดดงยาง)

ความชำนาญในวิชาชีพอื่นๆ

1. เค้กมะพร้าวอ่อนและการแต่งหน้าเค้ก

2. ขนมเทียนแก้ว

3. ขนมปังฟักทองไส้ต่างๆ

4. ขนมเปี๊ยะนมสด

5. เค้กช็อกโกแลตหน้านิ่ม และการแต่งหน้าเค้ก

6. ขนมปุยฝ้ายสูตรนมสด

ประวัติการศึกษา

ปริญญาตรี วิชาเอก การบริหารการศึกษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ (ชื่อเดิมคือ วิทยาลัยครูฉะเชิงเทรา)

ประวัติการทำงาน

เริ่มรับราชการครูปี พ.ศ. 2523 และเริ่มสอนวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี เมื่อปี พ.ศ. 2539 ปัจจุบัน เป็นครูชำนาญการพิเศษ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ที่โรงเรียนชุมชนวัดดงยาง ตำบลหนองแหน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา 24120 (สอน ป.4-6)

ประวัติการเข้าสู่อาชีพที่สอน

เพราะต้องส่งผลิตภัณฑ์เข้าประกวดในโครงการ 1 โรงเรียน 1 ผลิตภัณฑ์ จึงต้องคิดค้นผลผลิตที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร โดยทดลองใส่งาดำลงในตัวแป้งกะหรี่ปั๊บ และทดลองสอนนักเรียนทำ แล้วส่งเข้าประกวด ผลปรากฏว่าได้รับคัดสรรให้เป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ฉะเชิงเทรา เขต 2 ตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา

คติประจำใจ

เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดินและดำรงตนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

โครงการสอนวิชาชีพในอนาคต

1. เค้กมะพร้าวอ่อน พร้อมการแต่งหน้าเค้ก+สลัดน้ำข้น

2. ขนมเทียนแก้ว+ขนมปังฟักทองไส้ต่างๆ

3. เปี๊ยะนมสด+เค้กช็อกโกแลตหน้านิ่ม พร้อมการแต่งหน้าเค้ก

4. ขนมปังทูน่าโรล+ขนมปุยฝ้ายสูตรนมสด

ปณิธานหรือความมุ่งมั่นในการเป็นวิทยากร

การให้ความรู้เพื่อให้ผู้อื่นเกิดปัญญานั้น เป็นการสร้างกุศลอย่างหนึ่งที่ข้าพเจ้าทำตลอดมาและจะทำต่อไปจนกว่าจะทำไม่ไหว

2.2 ความคิดเห็นในวิชาชีพที่สอน

คำแนะนำเบื้องต้นในการก้าวสู่อาชีพ (ความพร้อมต่างๆ เช่น ความรู้ ทำเล เงินทุน ฯลฯ)

1. สำหรับท่านที่ต้องการทำอาชีพนี้ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องเรียนรู้กับผู้ชำนาญการอย่างจริงจัง และตั้งใจ แล้วกลับไปฝึกฝน

2. ทำเลการค้า แม้จะไม่มีร้านค้าเป็นของตัวเองก็ทำอาชีพนี้ได้ เพราะของอร่อยมีคุณภาพ ทำอยู่ที่บ้านก็มีคนสั่งซื้อ

3. เงินทุน อาชีพนี้ไม่ต้องลงทุนมาก เพราะวัสดุอุปกรณ์ส่วนใหญ่ในครัวเรามีอยู่แล้ว

วิชาชีพ (ที่สอน) นำไปประกอบอาชีพได้อย่างไร ตลาดในอนาคตเป็นอย่างไร (ตามความรู้สึกของท่าน)

1. สำหรับกะหรี่ปั๊บงาดำสูตรนี้ ทำเมื่อไหร่ก็ขายได้ ใครได้ชิมต้องสั่งซื้อทุกคน (จากประสบการณ์การขายมา 5 ปี) และที่สำคัญเราเป็นต้นตำรับสูตรนี้

2. อนาคตไปได้ไกลเพราะคนหันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเฉพาะงาดำมีประโยชน์ต่อสุขภาพมาก

หัวใจของธุรกิจ หรืออาชีพ (ที่สอน) เพื่อความสำเร็จ

1. ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ใช้วัตถุดิบดี มีคุณภาพสะอาดปลอดภัย

2. ต้องอดทนเพราะบางครั้งขายดีจนไม่มีเวลาพักรับประทานข้าว

3. เน้นความใหม่สด ทำไปขายไป

4. ไม่ใส่วัตถุกันเสีย

5. รับคำติชมจากลูกค้า และพัฒนาสินค้าอยู่เสมอ

3. งบประมาณค่าใช้จ่ายต่างๆ

ในกรณีของวิชาชีพที่เน้นฝึกปฏิบัติ ท่านต้องจัดทำค่าใช้จ่ายเรื่องวัตถุดิบ หรือวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นจะต้องใช้ในการสอน อาจจะทำเป็นตารางให้เห็นภาพว่ามีวัตถุดิบหรือวัสดุอุปกรณ์อะไรบ้าง ราคาต่อหน่วยเท่าไร สุดท้ายให้คิดค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน (กรณีที่วัตถุดิบหรือวัสดุอุปกรณ์บางอย่างใช้ส่วนกลาง ให้คิดคำนวณจาก 20 คน) ตกคนละเท่าไร หรือสอน 1 ครั้งเป็นเงินเท่าไร 554)

จากหลักการ 3 ส่วนดังกล่าว ท่านอาจจะฟังดูยุ่งยาก แต่จริงๆ ไม่ยุ่งยากเลย ท่านเพียงเขียนขึ้นมาจากความรู้สึกของท่านที่อยากจะสอน ไม่ได้เน้นให้เป็นทางการ แต่เน้นจากความเป็นจริง หรือบางท่านอาจจะไม่ถนัดในการเขียนก็อาจจะทำข้อมูลเพียงคร่าวๆ และมาพูดคุยกันเพิ่มเติมอีกครั้งก็ได้

อีกวิธีหนึ่งที่ง่ายขึ้น คือจะมีแบบฟอร์มให้ท่านกรอก (สามารถส่งไปให้ท่านกรอกได้) แต่ก็ต้องกรอกข้อมูลอย่างละเอียดชัดเจน ที่ต้องเน้นตรงนี้ก็เพื่อว่าจะได้นำข้อมูลทั้งหมดไปนำเสนอผ่านสื่อในเครือมติชน โดยเฉพาะในนิตยสารเส้นทางเศรษฐีและนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ที่จะมีคอลัมน์อบรมอาชีพในทุกฉบับ

หลังจากที่ท่านได้เขียนข้อมูลครบถ้วนทั้ง 3 ส่วนแล้ว ขอให้ท่านส่งมาทางไปรษณีย์ (ตามที่อยู่นิตยสารเส้นทางเศรษฐี) วงเล็บมุมซองว่า สมัครวิทยากรวิชาชีพ หรือส่งทางอี-เมล lungpornku@gmail.com หรือนำมาส่งด้วยตัวเอง ที่ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน ย่านประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ (02) 589-2222 ต่อ 2100-2103

ขอย้ำว่า ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน พร้อมแล้วที่จะต้อนรับทุกท่าน

About these ads
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s