กรมอุทยานฯเฉลิมพระเกียรติ คืนกล้วยไม้สู่ไพรพฤกษ์ 84,000ต้น
30 มิถุนายน 2554, 07:00 น.
กรมอุทยานฯเฉลิมพระเกียรติ คืนกล้วยไม้สู่ไพรพฤกษ์ 84,000ต้น.

นายสุนันต์ อรุณนพรัตน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผยว่า กรมอุทยานฯได้ดำเนินการจัดโครงการ “คืนกล้วยไม้สู่ไพรพฤกษ์” ขึ้น โดยนำผลศึกษาวิจัยการขยายพันธุ์กล้วยไม้ป่าที่หายากและใกล้สูญพันธุ์บางชนิด ด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 จนถึงปัจจุบัน มาเป็นแนวทางในการขยายพันธุ์กล้วยไม้ป่า เพื่อนำคืนสู่ป่าธรรมชาติในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งจะดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 จนถึง พ.ศ.2559 โดยมีเป้าหมายในการนำกล้วยไม้ป่าจำนวนรวม 84,000 ต้น คืนสู่ป่าธรรมชาติ เพื่อร่วมในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา
นายสุนันต์เผยอีกว่า ในปี พ.ศ. 2554 กรมอุทยานแห่งชาติฯ จะจัดงานพิธีเปิดโครงการ “คืนกล้วยไม้สู่ไพรพฤกษ์ ปีที่ 1” ขึ้นในวันพุธที่ 6 กรกฎาคม 2554 ณ อุทยานแห่งชาติขุนแจ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย โดยเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย หน่วยงานราชการในท้องที่จังหวัดเชียงราย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชนในท้องที่อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย จำนวนประมาณ 500 คน เข้าร่วมในงานพิธีเปิด และร่วมกิจกรรมคืนกล้วยไม้ป่า 5 ชนิด ประกอบด้วย เอื้องเงิน เอื้องเขาแกะ ช้างกระ เอื้องสามปอยหลวง และเอื้องกุหลาบกระเป๋าเปิด สู่ป่าธรรมชาติ.
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ทีมข่าวเกษตร
- 30 มิถุนายน 2554, 07:00 น.
ติดตั้งโทรมาตรเตือนภัย ใน12 จว.ลุ่มน้ำชีกับมูล
30 มิถุนายน 2554, 05:00 น.
ติดตั้งโทรมาตรเตือนภัย ใน12 จว.ลุ่มน้ำชีกับมูล.

นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน เผยว่า ลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูลยังไม่มีระบบเตือนภัยใดๆเลย เมื่อเกิดอุทกภัยจึงไม่สามารถเตือนภัยให้กับประชาชนรับสถานการณ์ได้ทัน สร้างความเสียหายค่อนข้างรุนแรง…
นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน เผยว่า ลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูลยังไม่มีระบบเตือนภัยใดๆเลย เมื่อเกิดอุทกภัยจึงไม่สามารถเตือนภัยให้กับประชาชนรับสถานการณ์ได้ทัน สร้างความเสียหายค่อนข้างรุนแรง อย่างเช่นกรณีน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2553 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ได้เตรียมติดตั้งระบบโทรมาตรในลุ่มน้ำทั้ง 2 แห่ง โดยลุ่มน้ำชีกำหนดจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2555 และลุ่มน้ำมูลจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2556 อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การติดตั้งระบบมาตรในลุ่มน้ำสาขาของทั้งลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูลบางส่วนที่อยู่ช่วงตอนบนของลุ่มน้ำได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว จะนำมาทดลองใช้ในการพยากรณ์สถานการณ์ในช่วงฤดูฝนปีนี้ ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเสียหายจากภาวะน้ำท่วมได้ในระดับหนึ่ง
สำหรับลุ่มน้ำชี มีพื้นที่ลุ่มน้ำรวมทั้งสิ้น 49,476 ตร.กม. โดยมีพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขต 12 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อุบลราชธานี นครราชสีมา เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี และศรีสะเกษ ในส่วนลุ่มน้ำมูล มีพื้นที่ลุ่มน้ำรวมทั้งสิ้น 69,701 ตร.กม. ครอบคลุม 9 จังหวัดได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี นครราชสีมา มหาสารคาม ยโสธร ขอนแก่น ร้อยเอ็ด และศรีสะเกษ สำหรับลุ่มน้ำสาขาที่สำคัญๆ ได้แก่ ลุ่มน้ำลำสะแทด ลำสา ลำชี ลำพระเพลิง ลำพลับพลา ลำพังชู ลำจักราช ลำตะคอง ลำปลายมาศ ลำปะเทีย ลำนางรอง ลำน้ำมูลส่วนที่ 2 ลำน้ำมูลส่วนที่ 3 ลำน้ำมูลตอนล่างลำน้ำมูลตอนบน ลำแซะ ลำโดมน้อย ลำโดมใหญ่ ลำเสียวทับ ลำเสียวน้อย ลำเชิงไกร ลำเตา ลำเซบาย ห้วยสำราญ ห้วยทับทัน ห้วยทา ห้วยขะยุง ห้วยตาคง ห้วยตุงลุง ห้วยแอก และลุ่มน้ำห้วยโพยง เป็นต้น.
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ทีมข่าวเกษตร
- 30 มิถุนายน 2554, 05:00 น.
เชื่อมเยาวชนกับจักรกลเกษตร ขยายแปลงปลูกข้าวแก้นาหล่ม
29 มิถุนายน 2554, 05:00 น.
เชื่อมเยาวชนกับจักรกลเกษตร ขยายแปลงปลูกข้าวแก้นาหล่ม.

ฝึกเยาวชนไถนา
นาเป็นหล่ม…ในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง สาเหตุเนื่องจาก มีการทำนาตลอดทั้งปี โดยไม่หยุดพักหน้าดิน อีกทั้งรอบการทำนาที่ไม่ตรงกัน ทำให้ดินในแปลงนามีความชื้นอยู่ตลอด เมื่อนำเครื่องจักรกลลงปฏิบัติงาน ดินที่มีความชื้นและอ่อนตัวไม่สามารถรับน้ำหนักของเครื่องจักร ทำให้เกิดการติดหล่ม…
…ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ทั้งด้านต้นทุนค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุงเครื่องจักร หากนำขึ้นจากหล่มไม่ถูกวิธี ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมสูงถึง 20,000–60,000 บาท (กรณีแทรกเตอร์) เสียเวลาในการทำงาน และเสียเงินจ้างเครื่องจักรอื่นมาช่วยดึงขึ้นเป็น จำนวนเงินถึง 300–1,000 บาท ต่อครั้งการทำงาน…
โอภาศ ธันวรชร
นายโอภาศ ธันวารชร กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปเรชั่น จำกัด บอกว่า แนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหานาหล่มให้กับเกษตรกร…ต้องพัฒนาทั้งคนและเครื่องจักร ได้สนับสนุนทุนและเครื่องจักรจำนวนหนึ่งให้กับ ศูนย์เครื่องจักรกลการเกษตรแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเกษตร-ศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เพื่อใช้ใน การศึกษา หาวิธีแก้ไขปัญหานาหล่มอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรลดลง และช่วยให้เกษตรกรมีรายได้จากการประกอบอาชีพมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังได้จัด…โครงการส่งเสริมการขยายแปลงนา…เพราะเห็นว่าพื้นที่แปลงนาในภาคอีสานยังใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากมีพื้นที่ขนาดเล็กเพียง 1-2 งานต่อแปลง จึงเป็นอุปสรรคทำให้เครื่องจักรกลทำงานได้ช้าลง เมื่อเปรียบเทียบการไถพรวนในแปลงนาขนาดเล็ก 1 งาน กับแปลงนาขนาดใหญ่ 1 ไร่ พบว่าแปลงนาขนาดเล็กใช้เวลาไถพรวน 15 นาที ต้องกลับหัวงานบ่อยครั้ง ในการส่งเสริมการขยายแปลงนาแบบรักษาหน้าดินและไม่ทำให้หน้าดินสูญเสียความอุดมสมบูรณ์ด้วยการลดพื้นที่คันนา ทำให้มีพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้น 10-15% สามารถ ใช้งานเครื่องจักรกลได้เต็มประสิทธิภาพและรวดเร็ว ประหยัดค่าบำรุงรักษาและน้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วย
มาซาโทชิ คิมาตะ
ด้าน นายมาซาโทชิ คิมาตะ กก.ผจก.ใหญ่ สยามคูโบต้าฯ บอกว่า ในด้านกิจกรรมเพื่อสังคมอื่นๆ สยามคูโบต้าฯได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2529 โดยมุ่งเน้นสนับสนุนการศึกษาในด้านการเกษตรให้กับเยาวชน นักศึกษาในระดับอุดมศึกษาและเกษตรกร ด้วยการสร้างสรรค์กิจกรรมให้มี ความรู้เกี่ยวกับการทำการเกษตร จาก ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างครบวงจร…โดย เฉพาะ “โครงการค่ายยุวเกษตรกรสยามคูโบต้า” เป็นการให้ความสำคัญกับเยาวชนในภาคการเกษตร ซึ่งจะกลายเป็นกำลังหลักในการพัฒนาภาคการเกษตรในอนาคต ซึ่งเริ่มจัดค่ายขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2543 โดยการคัดเลือกเยาวชนจากกลุ่มต่างๆ ได้แก่ กลุ่มลูกหลานเกษตรกร นักศึกษาวิทยาลัยเกษตร เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมจัดอบรมให้ความรู้ด้านการใช้งานเครื่องจักรกลการเกษตร พร้อมแนะนำเทคโนโลยีทางการเกษตรสมัยใหม่ สาธิตการใช้งานเครื่องจักรกล เปิดโอกาสให้ฝึกปฏิบัติ และแก้ปัญหาจากการทำงานจริง นำ ผู้เชี่ยวชาญมาให้คำแนะนำ พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์ความสำเร็จในการทำการเกษตรและการสร้างเครือข่าย เพื่อความเข้มแข็งของยุวเกษตรกร ด้วยการร่วมคิดร่วมทำ…
สภาพนาหล่ม
และในปี พ.ศ.2553 เป็นต้นไป สยามคูโบต้าฯได้ขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังนิสิตและนักศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่กำลังศึกษาในคณะที่เกี่ยวข้องกับด้านวิชาเกษตร อาทิ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นต้น
ปัจจุบันมี เยาวชนกว่า 3,000 คน ผ่านการเข้าค่ายยุวเกษตรกรสยามคูโบต้า ซึ่งจะได้รับความรู้ และทักษะการใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตรที่จำเป็นทุกขั้นตอนของการทำการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำนา เริ่มตั้งแต่การเตรียมแปลง การปลูก ดูแลรักษา กระทั่งเก็บเกี่ยว เพื่อให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น สร้างรายได้อย่างยั่งยืน..!!
ไชยรัตน์ ส้มฉุน
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
- 29 มิถุนายน 2554, 05:00 น.
ทิเบตัน มาสทิฟฟ์..หมาสีแดง ราคาแพงระยับอันดับหนึ่งของโลก
28 มิถุนายน 2554, 05:00 น.
ทิเบตัน มาสทิฟฟ์..หมาสีแดง ราคาแพงระยับอันดับหนึ่งของโลก.

ทิเบตัน มาสทิฟฟ์ หมาสีแดงตัวนี้ราคา 45 ล้านบาท.
“สุนัข”…ประวัติศาสตร์โลกระบุว่าเป็น…เพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ หากถูกตาต้องใจ…สนนราคาแพงเท่าไหร่ก็ต้องหาซื้อมาอยู่ในความครอบครองเพื่อเป็นเจ้าของจนได้…แม้ว่าหมาตัวนี้จะมี ราคาสูงถึง 45 ล้านบาท
เรื่องเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้…เศรษฐีเหมืองถ่านหิน…รายหนึ่งทางภาคเหนือของประเทศจีนได้ซื้อ สุนัขที่ชื่อว่า…Big Splash หรือชื่อภาษาจีนว่า ฮง ตง (Hong Dong) ในราคา…สิบล้านหยวน หรือ ประ- มาณ 45,900,000 บาท..!!!
…Big Splash เป็นสุนัข สายพันธุ์ทิเบตัน มาสทิฟฟ์…ขนสีแดง (Red Tibetan Mastiff) อายุเพียง 11 เดือน แต่ น้ำหนักปาเข้าไป 82 กิโล-กรัมแล้ว แถมมันยังกินจุอีกต่างหาก ในแต่ละวันมัน กินทั้งไก่ ทั้งเนื้อ เจ้าของยังปรนเปรอ ด้วยอาหารชั้นเลิศ ต่างๆ เช่น หอยเป๋าฮื้อ และตบท้ายในแต่ละ มื้อด้วย เหล้าชั้นดี…

หลายชีวิต…จึงขอนำเสนอภูมิประวัติของ…ทิเบตัน มาสทิฟฟ์…มันเป็นสุนัขสายพันธุ์โบราณ มีถิ่นอาศัยอยู่ทิเบต หรือ บริเวณเอเชียกลางไปถึงประ-เทศอินเดีย มีชื่อเรียกเฉพาะในภาษาท้องถิ่นว่า Do-khyi ซึ่งแปลว่า สุนัขที่ต้องถูกผูกไว้ (tied dog) เพื่อความปลอดภัยของบุคคลภายนอก เนื่องจาก อุปนิสัยที่หวงถิ่นฐานและดุร้ายมาก
รูปร่างลักษณะมีขนาดและน้ำหนักใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีบันทึกไว้ สูงกว่า 80 เซนติเมตร หนักมากกว่า 110 กิโลกรัม ขนาดความสูงตัวมาตรฐาน 61-72 เซนติเมตร ขนสองชั้นและยาว เพื่อป้องกันความหนาวเย็น พวกมันเป็น 1 ในสายพันธุ์สุนัขที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก มาร์โคโปโล (Marco Polo)
เคยบันทึกการพบเห็นสุนัขพันธุ์นี้ไว้ว่า “พวกมันสูงเท่าลา และมีเสียงดังดุจสิงโต” เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ สุนัขดุร้ายที่สุดในโลก…ในสมัยอดีตบุคคลประวัติศาสตร์ที่เคยครอบครองสุนัขพันธุ์นี้เป็นเจ้าของ ได้แก่ สมเด็จพระราชินีนาถวิคตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร และยังเป็นสุนัขคู่กายของ เจง กีส ข่าน ขุนศึกแห่งมองโกเลีย ตลอดเวลาที่ออกศึกสงครามเพื่อไล่ล่าศัตรู…

ชาวทิเบต…ในเวลาที่นำจามรีและแกะไปเลี้ยงในทุ่งกว้าง จะพา…ทิเบตัน มาสทิฟฟ์ ไปด้วยทุกครั้ง มักกล่าวชื่นชมพวกมันว่า…กล้าหาญ และ แข็งแกร่ง มีรูปร่างและ พลังมหาศาลจนสามารถต่อสู้กับหมี หรือ เสือ ที่บุกเข้ามากินฝูงสัตว์ที่มันดูแลได้ทีเดียว
ปัจจุบัน ประเทศจีนห้ามส่งออกทิเบตัน มาสทิฟฟ์ และประกาศให้เป็น สัตว์สงวนของชาติ ส่วนที่ ประเทศอังกฤษ มีสุนัขพันธุ์นี้อยู่ ประมาณ 300 ตัว โดยที่ลูกสุนัขแต่ละตัวขายราคาประมาณ 850-1,000 ปอนด์ หรือ ประมาณ 41,000-48,000 บาท
เศรษฐีชาวจีน มักนิยมหามาไว้ในครอบครอง…เนื่องจากมันเป็นสุนัขที่แสดงถึงความร่ำรวย ส่วนลูกสุนัขขายในราคาราว 5 หมื่นบาท…สำหรับ ประเทศไทย ปัจจุบันมีคนเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์นี้ไม่ถึง 20 ราย สนน ราคาขายกันที่ 1 แสนบาท หรือ สูงถึง 1 ล้านบาท…
ลักษณะของสีอื่นๆ.
ผู้เพาะพันธุ์เจ้า Big Splash บอกว่า มันเป็นตัวอย่างของสุนัขสายพันธุ์ทิเบตัน มาสทิฟฟ์อย่างดี และค่าตัวมหาศาลของมันในวัย 11 เดือน
ตัวนี้จริงๆแล้วก็ถือว่าเหมาะสมแบบสุดๆ เพราะกว่าจะเลี้ยงมันมาจนขายในราคา 10 ล้านหยวนได้ขนาดนี้ ก็ต้องควักจ่ายเงินเดือนลูกน้องหรืออาหารไปหลายอยู่
หากเจ้าของสุนัขตัวเมียอยากให้ Big Splash ไปผสมพันธุ์ เจ้าของปัจจุบันของ Big Splash คิดเงินกับ เจ้าของสุนัขตัวเมีย ได้เลยเต็มที่ถึงครั้งละประมาณ 10,000 ปอนด์ หรือ ประมาณ 486,000 บาท…เท่านั้นเอง.
ไชยรัตน์ ส้มฉุน
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
- 28 มิถุนายน 2554, 05:00 น.
โบรกฯระบุผลเลือกตั้ง3ก.ค.54กำหนดทิศทางประเทศไทย
30 มิถุนายน 2554, 14:14 น.
โบรกฯระบุผลเลือกตั้ง3ก.ค.54กำหนดทิศทางประเทศไทย.

โบรกฯ ระบุผลเลือกตั้ง 3 ก.ค. 54 กำหนดทิศทางประเทศไทย พร้อมแนะนำซื้อหุ้นน้ำมัน ทั้ง TOP, IRPC, PTT,PTTEP, PTTAR, PTTCH,…
เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บล.เอเซีย พลัส ออกบทวิเคราะห์ระบุว่า การเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 3 ก.ค. 25554 นี้ ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญสำหรับประเทศไทย หลังจากที่ต้องดำเนินชีวิตอยู่ภายใต้ความขัดแย้งทางการเมืองมาตั้งแต่ ปลายปี 2548 เป็นต้นมา การเลือกตั้งในครั้งนี้จะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าจะออกจากปัญหาความขัดแย้ง ได้เร็วแค่ไหนและด้วยวิธีใด
แต่ที่สำคัญที่สุดผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้อง ออกไปใช้สิทธิกันให้มากกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา (23 ธ.ค.2550) ซึ่งพบว่ามีจำนวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งมากถึง 74.5% และ หากครั้งนี้มีการใช้สิทธิสูงกว่า 80% ก็จะทำให้ผลการเลือกตั้งมีความศักดิ์สิทธิ์มากยิ่งขึ้น
สำหรับผลการเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไรและจะได้รัฐบาลรูปแบบไหน ณ จุดนี้คงทำนายได้ยาก เพียงแต่ในความเห็นของฝ่ายวิจัย ผลการเลือกตั้งที่ดีที่สุด ก็คือผลการเลือกตั้งที่ทำให้ได้มาซึ่งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ได้รับการยอมรับ และมีขีดความสามารถในการแก้ปัญหา ซึ่งภาพดังกล่าวจะเกิดได้ง่ายขึ้น หากมีจำนวนผู้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เกิน 80% ทุกฝ่ายยอมรับผลการเลือกตั้งและผลการเลือกตั้งที่ออกมามีพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ชนะการเลือกตั้งอย่างขาดลอย หรือเข้าใกล้ 250 เสียงมากที่สุด ซี่งนักลงทุนต้องรอติดตามผลการเลือกตั้งในสัปดาห์หน้า และที่สำคัญ วันที่ 3 ก.ค.2554 ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ต้องออกไปใช้สิทธิ เพื่อกำหนดทิศทางของประเทศด้วย
บทวิเคราะห์ดังกล่าวยังได้ ประเมินทิศทางราคาน้ำมันว่า เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่ผ่านมา สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงาน (EIA) ของสหรัฐฯ ได้เปิดเผยสต็อกน้ำมันสิ้นสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่ลดมากกว่าตลาดคาด และเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 กล่าวคือสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯลดลงถึง 4.4 ล้านบาร์เรล สู่ 359.5 ล้านบาร์เรล เป็นการลดลงมากกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะลดลงราว 1.4 ล้านบาร์เรล ขณะที่สต็อกน้ำมันสำเร็จรูป (น้ำมันกลั่น) เพิ่มขึ้น 3 แสนบาร์เรล น้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นราว 1 ล้านบาร์เรล
โดยคาด ว่าการเพิ่มขึ้นของสต๊อกน้ำมันสำเร็จรูป จะมาจากน้ำมันเครื่องบิน และดีเซล ขณะที่สต็อกน้ำมันเบนซิน ยังคงลดลง 1.4 ล้านบาร์เรล (สวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 6 แสนบาร์เรล) การลดลงของสต็อกน้ำมันดังกล่าว น่าจะหนุนให้น้ำมันดิบโลกวันก่อนฟื้นตัวต่อเนื่อง เป็นวันที่ 3 โดยล่าสุดราคาน้ำมันดิบดูไบดีดตัวแรงกว่า 3 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลขึ้น สู่ระดับ 107.94 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นปิโตรเลียมระยะสั้น
ดังนั้น หลังจากที่เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ฝ่ายวิจัยแนะนำซื้อหุ้นที่เข้าข่าย คือ 1. มีอัตราลดลงมากกว่าตลาด 2. มีค่า Beta มากกว่า 1.1 เท่า และเป็นหุ้นที่ ASP มีคำแนะนำซื้อ ดังต่อไปนี้ STEC ,TOP, IRPC, PTT, BBL, PTTEP, PTTAR, PTTCH, TCAP, KTB, HEMRAJ โดยได้เน้นกลุ่ม Domestics ก่อน คือ BBL, STEC ซึ่งฟื้นตัวได้แรงกว่าตลาดตามคาดไปแล้ว วันนี้แนะนำให้หาจังหวะขายทำกำไรระยะสั้น เพื่อ SWITCH ไปซื้อหุ้นในกลุ่มดังกล่าวที่ยัง laggard TOP, PTTCH และ PTTAR
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
- 30 มิถุนายน 2554, 14:14 น.
ปิดตลาดเช้าหุ้นไทยปรับเพิ่ม 6.31 จุด
30 มิถุนายน 2554, 13:16 น.
ปิดตลาดเช้าหุ้นไทยปรับเพิ่ม 6.31 จุด.

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปิดตลาดเช้าที่ระดับ 1,039.57 จุด เพิ่มขึ้น 6.31 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งส้ิน 9,910.08 ล้าบาท
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปิดตลาดเช้า วันที่ 30 มิ.ย. 2554 ที่ระดับ 1,039.57 จุด เพิ่มขึ้น 6.31 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งส้ิน 9,910.08 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลง เพิ่มขึ้น 276 หลักทรัพย์ ลดลง 76 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 148 หลักทรัพย์
สำหรับ 5 อันดับซื้อขายสูงสุด ได้แก่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) , ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) , บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) , บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
- 30 มิถุนายน 2554, 13:16 น.
ชูจุดขายเศรษฐกิจยุค “ชาติชาย” เชื่อมั่นประชาชนชื่นชอบมีเงินจับจ่ายคล่องมือ
30 มิถุนายน 2554, 06:00 น.
ชูจุดขายเศรษฐกิจยุค “ชาติชาย” เชื่อมั่นประชาชนชื่นชอบมีเงินจับจ่ายคล่องมือ.

“กรพจน์” ชูโมเดลเศรษฐกิจสมัย “รัฐบาลชาติชาย” เป็น ต้นแบบ ย้ำประชาชนยังพูดถึงชื่นชอบ มีเงินจับจ่ายคล่องมือ หวัง ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ดันคนระดับล่างขึ้นสู่ชนชั้นกลาง พร้อมปล่อยสินเชื่อให้ครอบครัวละ 1 แสนบาท ดอกเบี้ย 0% ล้างหนี้ นอกระบบ…
นายกรพจน์ อัศวินวิจิตร หัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่หาเสียงในต่างจังหวัดและ กทม.ได้รับ เสียงสะท้อนจากประชาชนกลับมาว่า ปัญหาที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดคือปัญหาเรื่องปากท้องหรือค่าครองชีพสูง ข้าวของมีราคาแพง แต่รายได้ต่ำ ประชาชนต่างกังวลกับปัญหาเศรษฐกิจกันเป็นเรื่องหลัก และยังพูดถึงเศรษฐกิจสมัย พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ที่มีรายได้เข้ากระเป๋า มีเงินใช้คล่องมือ ต่างจากสมัยนี้ ซึ่งทางพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินเห็นว่าถ้าจะทำให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้น เศรษฐกิจหมุนเวียน สิ่งสำคัญคือการสร้าง กิจกรรมทางเศรษฐกิจให้มาก ทั้งในประเทศและการค้ากับต่างประเทศ
สำหรับการสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ต้องมุ่งที่จะยกระดับคนระดับล่าง ผู้มีรายได้น้อยซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศขึ้นมาให้เท่าเทียมกัน ลดความเหลื่อมล้ำให้น้อยลง คนกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่มีพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ต้องเปิดให้มีโอกาสและมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าเหตุประท้วงของกลุ่มคนระดับล่างเพราะขาดโอกาสเข้าถึงทรัพยากร จึงต้องออกมาเดินขบวนเรียกร้องให้ตนเองได้รับโอกาสมากขึ้น
“ที่ผ่านมาประเทศเสียเวลาไปกับสิ่งไร้สาระเยอะมาก มัวแต่ทะเลาะกัน ถ้าเอาเวลาที่สูญเสียไปมาคิด ประเทศจะมีค่าเสียโอกาสสูงมากใน มิติทางเศรษฐกิจ นโยบายของพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน จะเน้นการเปิดโอกาสให้คนระดับล่างมีงานทำ ตั้งตัวได้ มีเงินทุนในการประกอบอาชีพ เป็นการแก้ปัญหาพื้นฐานของประชาชน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือแก้หนี้แล้ว ทำอย่างไรที่จะไม่ให้กลับมาเป็นหนี้อีก ซึ่งต้องทำเรื่องเศรษฐกิจควบคู่กันไป ถ้าเศรษฐกิจดีประชาชนก็จะมีรายได้ ไม่กลับไปเป็นหนี้”
ทั้งนี้ เห็นว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ควรจะผลักดันมีหลายโครงการ โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การสร้างรถไฟความเร็วสูง เพราะจะช่วยสร้างเศรษฐกิจและโอกาสให้กับประชาชนให้เกิดขึ้นตลอดเส้นทาง ยกตัวอย่าง ที่ประเทศจีนสร้างรถไฟความเร็วสูง เชื่อมระหว่างเซี่ยงไฮ้ กับปักกิ่ง ให้บริการวันละ 90 เที่ยว สร้างกิจกรรมมีการเดินทางติดต่อธุรกิจและท่องเที่ยวเกิดขึ้นจำนวนมาก ขณะที่รถไฟเดิมที่มีอยู่ก็นำไปใช้ขนส่งสินค้าแทน
นอกจากนี้ ภาคการท่องเที่ยวก็จะช่วยสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นได้มาก ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวปีละประมาณ 500,000-600,000 ล้านบาท ถือว่ายังน้อยอยู่เมื่อเทียบกับทรัพยากรของประเทศที่มีอยู่ ดังนั้น ต้องเรียกทุกหน่วยงานมาประชุม วางยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของประเทศไทยกันใหม่ให้สู่ระดับการแข่งขันกับนานาชาติให้ได้ ซึ่งจะช่วยสร้างงาน การผลิตสินค้า ธุรกิจก่อสร้าง และอื่นๆ อีกจำนวนมาก ที่สำคัญการท่องเที่ยวจะช่วยกระจายรายได้ไปถึงระดับหมู่บ้านได้รวดเร็วที่สุด
สำหรับนโยบายของพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนเลือกตั้งที่ออกมาใหม่ คือ การให้สถาบันการเงินของรัฐปล่อยสินเชื่อกับประชาชนครัวเรือนละ 100,000 บาทดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 1 ปี เพื่อให้ประชาชนนำเงินจำนวนนี้ไปแก้ปัญหาภาระติดค้างหนี้นอกระบบ ซึ่งจากข้อมูลพบว่าประเทศไทยมีจำนวน 21 ล้านครัวเรือน เป็นหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบกว่า 10-11 ล้านครัวเรือน ครัวเรือนละ 130,000-140,000 บาท จะใช้ วงเงินสินเชื่อรวมทั้งประเทศประมาณ 1 ล้านล้านบาท ซึ่งถือว่าไม่มากเมื่อเทียบกับสินเชื่อในระบบรวมกว่า 10 ล้านล้านบาท คิดเป็นประมาณ 10% ของสินเชื่อรวมทั้งระบบ
“ในขั้นตอนการดำเนินการ รัฐบาลจะเปิดให้ผู้ที่มีความประสงค์เข้าร่วมโครงการเข้ามาลงทะเบียน และสำรวจข้อมูล จากนั้น จึงสนับสนุนสินเชื่อให้โดยผ่านสถาบันการเงินของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน ซึ่งคาดว่าการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยแก้ปัญหาขั้นพื้นฐานให้กับประชาชนได้อย่างถูกจุด หลังจากที่สำรวจมาพบว่าครัวเรือนส่วนใหญ่มีรายได้ที่ประมาณ 20,000 บาทต่อเดือน หากเข้าร่วมโครงการแล้วคงไม่กระทบกับภาระในการใช้หนี้คืน”
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
- 30 มิถุนายน 2554, 06:00 น.
‘ทิปโก้’ ผนึกกำลัง ‘ซันโทรี่’ ญี่ปุ่น จ่อลุยตลาดเครื่องดื่มอาเซียน
30 มิถุนายน 2554, 05:00 น.
‘ทิปโก้’ ผนึกกำลัง ‘ซันโทรี่’ ญี่ปุ่น จ่อลุยตลาดเครื่องดื่มอาเซียน.

“ทิปโก้” ผนึก “ซันโทรี่” ทำธุรกิจเครื่องดื่มในไทย สร้างโรงงานผลิตเครื่องดื่มที่วังน้อย ใช้งบลงทุน 1,700 ล้านบาท…
นายวิวัฒน์ ลิ้มศักดากุล รองประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิปโก้ เอฟแอนด์บี จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัทได้เปิดตัวบริษัท ทิปโก้ เอฟแอนด์บี จำกัด ภายใต้ทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท แบ่งเป็นบริษัททิปโก้ ถือหุ้น 50% และซันโทรี่ ประเทศญี่ปุ่น 50% เพื่อร่วมกันดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มในประเทศไทย ด้วยการสร้างโรงงานผลิตเครื่องดื่มที่อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ภายใต้งบลงทุน 1,700 ล้านบาท ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เพื่อผลิตสินค้าในกลุ่มเครื่องดื่มต่างๆ ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้ใช้กำลังการผลิตสินค้าอยู่ที่ประมาณ 70% ของกำลังการผลิตสินค้าทั้งหมด หรือคิดเป็นการผลิตสินค้าที่มีกว่า 100 ล้านขวดต่อปี
ทั้งนี้ การจับมือกันดังกล่าว นอกจากจะขยายธุรกิจเครื่องดื่มในประเทศไทยแล้ว บริษัทยังมีแผนที่จะขยายตลาดการส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียน ซึ่งถือเป็นการรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 ซึ่งช่วงระหว่างเวลาดังกล่าว บริษัทก็มีแผนที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของสินค้าของบริษัทซันโทรี่ ที่ได้รับความนิยมในประเทศญี่ปุ่น และการออกสินค้าใหม่ของบริษัททิปโก้
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
- 30 มิถุนายน 2554, 05:00 น.
ททท.ยัน ต่างชาติชอบทะเลไทย-กทม.รับรางวัล Best-Value City
30 มิถุนายน 2554, 03:00 น.
ททท.ยัน ต่างชาติชอบทะเลไทย-กทม.รับรางวัล Best-Value City.

ททท. ระบุ ชาวต่างชาติชอบมาเที่ยวทะเลไทยมากสุด กรุงเทพฯรับรางวัลเมืองคุ้มค่าในการใช้เงินมากที่สุดในโลก จากนิตยสาร Sunday Times Travel ประเทศอังกฤษ…
29 มิ.ย. นายประกิตติ์ พิริยะเกียรติ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นการค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมสูงสุด 100 อันดับของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เคยมาเที่ยวไทย จำนวน 3,389 คน จาก 68 ประเทศทั่วโลก ตามโครงการ “100 Amazing Places in Thailand” หรือ “100 อเมซิ่ง เพลซส์ อิน ไทยแลนด์” ผ่านสื่อออนไลน์ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-เมษายนที่ผ่านมา ว่า กรุงเทพฯมีสถานที่ท่องเที่ยวถูกโหวตสูงสุด 20 แห่ง เชียงใหม่ 11 แห่ง สุราษฎร์ธานี และชลบุรี จังหวัดละ 10 แห่ง และภูเก็ต 9 แห่ง ส่วนประเภทที่นิยมสูงสุดจะเป็นกลุ่มทะเล 31 แห่ง ศิลปะและวัฒนธรรม 29 แห่ง ธรรมชาติและทัศนียภาพ 20 แห่ง ช็อปปิ้ง 12 แห่ง และนันทนาการ 8 แห่ง
“ทะเลไทยถือว่าได้รับความนิยมสูงสุด เช่น หมู่เกาะพีพี หาดพัทยา หาดป่าตอง หมู่เกาะอ่างทอง หรืออย่างกลุ่มศิลปะ เช่น พิพิธภัณฑ์จิม ทอมป์สัน อักษราหุ่นละครเล็ก หรือกลุ่มธรรมชาติ อาทิ ดอยอ่างขาง ปาย ดอยตุง ส่วนกรุงเทพฯ ที่รับความนิยมสูงสุด จะเป็นตลาดนัดจตุจักร เพราะถือว่าเป็นตลาดใหญ่ มีสินค้าครบครัน น้อยประเทศที่จะมีแบบนี้ หรือย่านเยาวราช สยามนิรมิต สยามพารากอน ก็ไม่น้อยหน้า” รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าว
นอกจากนี้ นายประกิตติ์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะดำเนินการต่อเนื่อง โดยแผนจากนี้ ททท.จะเจาะฐานข้อมูลให้มีความละเอียดมากขึ้น เพื่อทราบความต้องการ สามารถจัดแผนการตลาดให้สอดคล้องกับนักท่องเที่ยว เช่น เจาะรายประเทศจำนวนกลุ่มตัวอย่าง หรือเป็นรายประเภทท่องเที่ยวทั้งกลุ่มครอบครัว กอล์ฟ ประชุม สุขภาพ รวมถึงสำรวจความต้องการของสินค้าที่ควบคู่กับการท่องเที่ยวเหล่านี้ เพื่อกระตุ้นยอดนักท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้น โดยททท.คาดว่าปีนี้จะมียอดนักท่องเที่ยวมาไทย 18.3 ล้านคน และเพิ่มเป็น 19 ล้านคนในปีหน้า ส่วนปัญหาการเมืองไม่น่าจะกระทบมากนัก เพราะน่าจะเข้าใจหรือชินกับสถานการณ์เมืองไทย
ด้านนางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา ททท. เปิดเผยว่า กรุงเทพฯได้รับการโหวตให้รับรางวัล Best-Value City, Worldwide จากการจัดอันดับ Value for Money Awards 2011 โดยนิตยสาร Sunday Times Travel Magazine ฉบับประจำเดือนมิถุนายน 2554 ซึ่งเป็นนิตยสารด้านท่องเที่ยวรายเดือนที่ได้รับความนิยมสูงสุดของสหราชอาณาจักร
โดยกรุงเทพฯได้รับการโหวตจากสมาชิกผู้อ่านนิตยสารดังกล่าว ที่ประกอบด้วยกลุ่มนักเขียนและผู้เชี่ยวชาญที่ร่วมโหวตจากประสบการณ์ตรง ระหว่างที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยในช่วงปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ เหตุผลสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยได้รับการโหวตรางวัล Value for Money Awards 2011 คือประสบการณ์อันทรงคุณค่าที่นักท่องเที่ยวจะได้รับในราคาที่คุ้มค่าเงิน อาทิ ค่าเข้าชมแหล่งท่องเที่ยว ค่าพาหนะท้องถิ่น รวมถึงนักท่องเที่ยวยังสามารถลิ้มรสอาหารอร่อยนานาชนิดที่จำหน่ายอยู่ริม 2 ฝั่งถนนในราคาย่อมเยาว์ (The Best Street Food on the Planet) เป็นต้น
สำหรับผลการประกาศรางวัลครั้งนี้ มีเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับคะแนนโหวตอันดับรองลงมา ได้แก่ เมืองบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา, เมืองฮาวานา ประเทศคิวบา, เมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้, เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย และเมืองอิสตัลบุล ประเทศตุรกี
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
- 30 มิถุนายน 2554, 03:00 น.
กลุ่มเซ็นทรัล คาดปีนี้ผลงานทั้งกลุ่มดีกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้
29 มิถุนายน 2554, 22:00 น.
กลุ่มเซ็นทรัล คาดปีนี้ผลงานทั้งกลุ่มดีกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้.

กลุ่มเซ็นทรัล คาดปีนี้ผลงานทั้งกลุ่มดีกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทั้งโรงแรม ค้าปลีกและอาหารเหตุเศรษฐกิจดี ประชาชนมีเงินจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เผยกำลังศึกษาแผนการออกไปลงทุนขยายธุรกิจในต่างประเทศ…
เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. นายปริญญ์ จิราธิวัฒน์ กรรมการและกรรมการบริหาร-การเงิน บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด และบริษัทในเครือเซ็นทรัลเปิดเผยว่า คาดว่า ผลประกอบการของกลุ่มเซ็นทรัลปีนี้ จะดีกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ในทุกกลุ่มธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโรงแรม ค้าปลีกหรือธุรกิจในกลุ่มอาหาร เนื่องจาก ปีนี้เศรษฐกิจไทยเติบโตดีขึ้น ทำให้ประชาชนมีเงินใช้สอยมากขึ้นรวมทั้ง สินค้าการเกษตรก็มีราคาสูงขึ้น ทำให้เกษตรกรมีรายได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ไทยมีเหตุการณ์ความ วุ่นวายทางการเมือง
ส่วนการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 3 ก.ค. นี้นั้น นายปริญญ์ กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองใดจะได้เป็นแกนนำใน การจัดตั้งรัฐบาล น่าจะมีนโยบายในการพัฒนาประเทศและไม่น่าจะเกิด เหตุการณ์ความวุ่นวายขึ้นซ้ำรอยอีก เพราะประเทศไทยเคยได้รับประสบการณ์มาแล้วเมื่อปีที่แล้ว
นายปริญญ์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ บริษัทสนใจแผนการออกไปลงทุนในต่างประเทศ ทั้งธุรกิจโรงแรม ธุรกิจอาหาร หรือธุรกิจค้าปลีก ซึ่งขณะนี้ทางกลุ่ม มองการลงทุนในต่างประเทศไว้ 2-3 แห่ง ซึ่งหากมีโอกาสที่เหมาะบริษัทก็ พร้อมออกไปลงทุน เพียงแต่อาจต้องใช้เวลาในการศึกษาค่อนข้างนาน เนื่องจากการลงทุนในต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย อย่างไรก็ตามสำหรับการลงทุนในประเทศนั้นบริษัทยังมีแผนขยายการลงทุนในประเทศ ต่อเนื่องสำหรับงบลงทุนปีนี้ อาจใช้เกินงบที่ตั้งไว้ เนื่องจากบริษัทต้องใช้งบประมาณในการศึกษางานและโอกาสต่างๆ ที่จะเข้ามาในปีนี้ ซึ่งมีค่อนข้างมาก
” หากมีโอกาสเราก็พร้อมที่จะออกไปลงทุนทั้งธุรกิจโรงแรม อาหารและค้าปลีก โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการ
ศึกษา”นายปริญญ์ กล่าว
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
- 29 มิถุนายน 2554, 22:00 น.
หวั่นลอยตัวแอลพีจี ทำคนตกงาน 4 หมื่นคน
29 มิถุนายน 2554, 21:20 น.
หวั่นลอยตัวแอลพีจี ทำคนตกงาน 4 หมื่นคน.

กลุ่มอุตสาหกรรมกระจกและเซรามิก ร่วมตัวค้านลอยตัวแอลพีจี 1 ก.ค. นี้ ระบุ จะทำคนตกงานประมาณ 4 หมื่นราย
เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับนายอำนาจ ยะโสธร เลขาธิการกลุ่มเซรามิก ส.อ.ท. นายสมชัย โอวุฒิธรรม ประธานกลุ่มแก้วและกระจก ส.อ.ท. แถลงเรียกร้องให้รัฐบาลชะลอการลอยตัวราคาก๊าซแอลพีจี ที่ให้มีการปรับราคาขึ้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป โดยเป็นการปรับราคาขายปลีกไตรมาสละ 1 ครั้ง จำนวน 4 ครั้ง ครั้งละ 3 บาท ต่อกิโลกรัม เนื่องจากผู้ประกอบการกลุ่มแก้วกระจกและเซรามิกได้รับผลกระทบโดยตรง มีต้นทุนการผลิตสูงขึ้น
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเรียกร้องให้ภาครัฐชะลอการมีผลขึ้นราคาก๊าซแอลพีจีตามมติคณะ รัฐมนตรี เฉพาะใน 2 กลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าว โดยขอให้การขึ้นราคาก๊าซแอลพีจีปีละ 3 บาทต่อกิโลกรัม โดยให้เริ่มปรับในไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะใช้เวลารวม 3 ปี ช่วยให้ผู้ประกอบการมีเวลาปรับตัวในการหาพลังงานทางเลือกเข้ามาทดแทน หากภาครัฐไม่ตอบสนองจะมีผลต่อโรงงานผลิตทั่วประเทศ และหากแบกรับต้นทุนไม่ไหวจะต้องปิดตัวลง ส่งผลแรงงานอุตสาหกรรม โดยอุตสาหกรรมแก้วและกระจกมีการใช้แรงงาน 15,000 คน และอุตสาหกรรมเซรามิก 25,000 คน รวม 40,000 คน อาจต้องตกงานได้
ปัจจุบันเฉพาะในกลุ่มโรงงานเซรามิกทั่วประเทศใช้ก๊าซ LPG ทั้งขนาดกลางและใหญ่ จำนวน 70 โรงงาน ยอดการส่งออกปีละ 10,000 ล้านบาท ยอดการใช้ 60,000 ตันต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 1 ของปริมาณการใช้ ทั่วประเทศที่มีถึง 5,948,870 ตันต่อปี ซึ่งในส่วนของผู้ประกอบการเห็นว่าการลอยตัวก๊าซแอลพีจีของรัฐบาลที่ผ่านมา เป็นไปเพื่อลดภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งที่ผ่านมาใช้เงินชดเชยก๊าซเอ็นจีวีและดีเซล โดยตรึงราคาอยู่ในระดับต่ำ ไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง นอกจากเป็นการทำให้เกิดผลเสียต่อนโยบายพลังงานในระยะยาวแล้ว ยังทำให้ภาระตกอยู่กับคนที่ไม่ได้ใช้
ตัวแทนของ 2 กลุ่มอุตสาหกรรมยืนยันว่า ต้องการส่งสัญญาณให้ภาครัฐ แม้จะเป็นรัฐบาลรักษาการก็ขอให้ชะลอมาตรการลอยตัวราคาก๊าซและรอรัฐบาลใหม่ เข้ามาตัดสินใจ โดยที่ผ่านมาในส่วนของผู้ประกอบการยืนยันว่ามาตรการที่จะให้ความช่วยเหลือ เพื่อลดผลกระทบลอยตัว ได้หารือกันระหว่างเอกชนและกระทรวงพลังงานแล้ว แต่เมื่อมีการนำมติคณะรัฐมนตรีเข้ามาเห็นชอบ กลับไม่มีมาตรการช่วยเหลือ จึงไม่เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไทยรัฐออนไลน์
- 29 มิถุนายน 2554, 21:20 น.
ภตค.เรียกร้องรัฐบาลใหม่สร้างพันธสัญญาลดปัญหาคอร์รัปชั่น
29 มิถุนายน 2554, 21:00 น.
ภตค.เรียกร้องรัฐบาลใหม่สร้างพันธสัญญาลดปัญหาคอร์รัปชั่น.

ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น (ภตค.) 23 องค์กร เรียกร้องรัฐบาลใหม่ร่วมมือสร้างพันธสัญญาลดปัญหาคอร์รัปชั่น
เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ภาคีเริ่มโครงการนำร่องเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นจากงบประมาณของภาค รัฐมากที่สุด โดยได้รับความร่วมมือกับกรมบัญชีกลางและกระทรวงการคลัง ทั้งนี้คาดหวังว่าโครงการนำร่องนี้จะประสบผลสำเร็จและเป็นต้นแบบต่อต้านการ ทุจริตคอร์รัปชั่นได้ในอนาคต
สำหรับการประชุมภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น ครั้งที่ 2 วันนี้ (29 มิ.ย.) ที่ประชุมนำแผนแม่บทการดำเนินการ หรือมาสเตอร์แพลน มาจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อให้บรรลุผลในทางปฏิบัติ พร้อมกระจายงานให้กับหน่วยงาน ภตค. โดยพิจารณาบทบาทและหน้าที่หลักของแต่ละองค์กรหรือหน่วยงาน เช่น กลุ่มธุรกิจภาคเอกชน มีการกำหนดภารกิจจะออกมาต่อต้านด้วยการยกเลิกจ่ายเงินใต้โต๊ะ หน่วยงานที่ร่วมภารกิจ คือ หอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ส.อ.ท. สมาคมธนาคารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย IOD และ TMA ต้องรับผิดชอบในการดำเนินงาน หรือกลุ่มภาครัฐ ซึ่งกำหนดเป็นภารกิจว่าต้องเปิดเผยข้อมูลและจัดทำฐานข้อมูลการทุจริต ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. ซึ่งอยู่ในภาคีเครือข่ายก็จะต้องรับผิดชอบเป็นผู้ดำเนินงาน เป็นต้น
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไทยรัฐออนไลน์
- 29 มิถุนายน 2554, 21:00 น.
ผลศึกษาชี้นักลงทุนไทย ขาดทุนเพราะงบน้อย
29 มิถุนายน 2554, 20:45 น.
ผลศึกษาชี้นักลงทุนไทย ขาดทุนเพราะงบน้อย.

ผลศึกษาชี้นักลงทุนรายย่อยไทยใช้ ข้อมูลพื้นฐานในการลงทุนมากกว่าฟังข่าวลือ แต่อุปสรรคคือเลือกหุ้นลงทุนได้น้อยเพราะทุนต่ำทำให้มีผลขาดทุนมากกว่ากำไรไม่ สามารถกระจายการลงทุนได้เท่าต่างชาติ
เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. นายธนโชติ บุญวรโชติ อาจารย์ภาควิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเกษตร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกตรศาสตร์ เปิดเผยผลการศึกษา “Capital Market Research Forum ครั้งที่7” ในหัวข้อ พฤติกรรมแบบ Noise Trader ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า จากการศึกษาพฤติกรรมการลงทุนของนักลงทุนทุกกลุ่มในตลาดหุ้นไทย มีพฤติกรรมเหมือน กับ information Trader หรือ ใช้ข้อมูลปัจจัยพื้นฐาน ซื้อขายหุ้นตามราคาที่แท้จริง โดยใช้ข้อมูลปัจจุบัน ซึ่งไม่พบว่ามีพฤติกรรมรเป็น Noise trader คือ พฤติกรรมการลงทุนที่ตอบรับ ทุกข้อมูลที่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็น ปัจจัยพื้นฐาน ข่าวลือ ข่าวจริง
ทั้งนี้ ในด้านผลตอบแทนจากการลงทุนเปรียบเทียบตั้งแต่ปี 2548-2553 พบว่านักลงทุนรายย่อยจะมีผลขาดทุน แต่นักลงทุนต่างประเทศจะมีผลตอบแทนที่เป็นบวกซึ่งอาจเป็นเพราะ นักลงทุนต่างประเทศมีการลงทุนไปตามดัชนี โดยกระจายการลงทุนในหุ้นให้ไปตามดัชนี แต่รายย่อยมีข้อจำกัด ที่ไม่สามารถที่จะลงทุนกระจายได้ ทำให้เลือกหุ้นได้เพียง 1-2 ตัวหรือลงทุนได้ไม่กี่ตัว เท่านั้น ประกอบกับนักลงทุนรายย่อยมีการลงทุนในการพึ่งพาทางเทคนิคมากเกินไป ซึ่งจากผลดังกล่าวจึงมองว่านักลงทุนนรายย่อยควรที่จะมีการใช้บริการ ของกองทุนที่มีการบริหารงานอย่างมืออาชีพที่เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น เพื่อที่จะให้ผลอตอบแทนที่สู้กับนักลงทุนต่างประเทศได้
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
- 29 มิถุนายน 2554, 20:45 น.
คอร์รัปชั่นไทยห่วยนักธุรกิจจ่ายใต้โต๊ะเพิ่ม 30-40% ของงบประมาณ
29 มิถุนายน 2554, 20:30 น.
คอร์รัปชั่นไทยห่วยนักธุรกิจจ่ายใต้โต๊ะเพิ่ม 30-40% ของงบประมาณ.

ม.หอการค้าไทย เผยดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชั่นไทยเลวร้ายลงกว่าเดิม นักธุรกิจระบุจ่ายเพิ่มเป็น 30-40% ของวงเงินงบประมาณ คาดใน 5 ปีไม่เร่งแก้ปัญหาอาจต้องจ่ายเพิ่มถึง 5 แสนล้านบาทใน 5 ปี จากปัจจุบัน 3 แสนล้านบาท
เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. นางเสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีสถานการณ์คอรัปชั่นไทย ที่สำรวจจากกลุ่มเป้าหมาย 3 กลุ่มคือ ประชาขน ข้าราชการ และนักธุรกิจ ระหว่างเดือนพ.ค.-มิ.ย.54 ว่า ดัชนีสถานการณ์คอรัปชั่นในเดือนมิ.ย.54 อยู่ที่ 3.4 คะแนน จากเต็ม 10 คะแนน (0 คะแนนหมายถึงการคอรัปชั่นรุนแรงมากที่สุด และ 10 คะแนน หมายถึงไม่มีการคอรัปชั่นเลย) ลดลงจากการสำรวจครั้งก่อนเมื่อเดือนธ.ค.53 ที่อยู่ที่ 3.5 คะแนน ส่วนดัชนีสถานการณ์คอรัปชั่นไทยในปัจจุบันอยู่ที่ 3.1 คะแนน เพิ่มขึ้นจาก 2.9 คะแนน และดัชนีแนวโน้มสถานการณ์คอรัปชั่นไทยอยู่ที่ 3.8 คะแนน เพิ่มขึ้นจาก 3.7 คะแนน
ส่วนเมื่อแยกดัชนีสถานการณ์คอรัปชั่นรวมเดือนมิ.ย.ออกเป็น 4 หมวด พบว่า ดัชนีปัญหาและความรุนแรงของการคอรัปชั่นเดือนมิ.ย.54 อยู่ที่ 2.9 คะแนน ลดลงจากการสำรวจครั้งก่อนที่อยู่ที่ 3.3 ดัชนีการป้องกันการคอรัปชั่นอยู่ที่ 4.1 ลดลงจาก 4.3 ดัชนีการปราบปรามการคอรัปชั่นอยู่ที่ 3.7 เท่ากับครั้งก่อน และดัชนีการสร้างจริยธรรมและจิตสำนึกอยู่ที่ 3.1 เพิ่มขึ้นจาก 2.9
ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า จากตัวเลขสถานการณ์คอรัปชั่น แสดงให้เห็นว่า ผู้ตอบแบบสอบถามยังเห็นว่า สถานการณ์ความรุนแรงของคอรัปชั่นมีมากขึ้นกว่าการสำรวจครั้งก่อนมาก แต่มีแนวโน้มลดลงในอนาคต เพราะภาคเอกชนรวมตัวกันเป็นภาคีเครือข่ายต่อต้านการคอรัปชั่น และมีกิจกรรมต่างๆ ที่ดำเนินการเพื่อต่อต้านการคอรัปชั่นมากขึ้น ขณะเดียวกัน ประชาชนตระหนักรู้ถึงความรุนแรงของการคอรัปชั่น และต้องการแก้ปัญหา จึงทำให้หวังว่า จะมีการแก้ไขปัญหาให้ดีขึ้นได้ในอนาคต
“การสำรวจครั้งก่อน นักธุรกิจตอบว่าต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะ เพื่อแลกกับการให้ได้รับงานมากถึง 25-30% ของวงเงินงบประมาณ หรือ 200,000-300,000 ล้านบาท และครั้งนี้มีการตอบเพิ่มขึ้นเป็น 30-40% แต่เป็นส่วนน้อย ภาพรวมจึงยังมีความเสียหายอยู่ที่ 200,000-300,000 ล้านบาทเท่าเดิม แต่คาดว่า วงเงินที่ต้องจ่ายจะเพิ่มขึ้นเป็น 300,000-400,000 หรืออาจจะถึง 500,000 ล้านบาทได้ภายใน 5 ปีหากไม่มีการแก้ปัญหา” นายธนวรรธน์ กล่าว
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
- 29 มิถุนายน 2554, 20:30 น.
หุ้นบางจากคึกรับผลดีจากคำ สั่งซื้อน้ำมันเตาอย่างเร่งด่วนจากโรงไฟฟ้า
29 มิถุนายน 2554, 20:10 น.
หุ้นบางจากคึกรับผลดีจากคำ สั่งซื้อน้ำมันเตาอย่างเร่งด่วนจากโรงไฟฟ้า.

ราคาหุ้นบางจากคึกรับผลดีจากคำสั่งซื้อน้ำมันเตาอย่างเร่งด่วนจากโรงไฟฟ้า หลังเกิดเหตุท่อก๊าซธรรมชาติรั่วกลางทะเล
เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าราคาหุ้น บมจ. บางจาก ปิโตรเลียม (BCP) ปรับตัวขึ้นแรงตลอดทั้งวัน หลังหลายบริษัทหลักทรัพย์ออกบท วิเคราะห์แนะนำให้ “ซื้อ”โดย บล.เอเซีย พลัส ออกบทวิเคราะห์ หุ้น BCP เกี่ยวกับกรณีที่เตรียมจัดส่งน้ำมันเตาเกือบทั้งหมด จากกำลังการผลิตราว 50 ล้านลิตรต่อเดือน เพื่อชดเชยก๊าซธรรมชาติที่ขาดหายไปจากระบบผลิตไฟฟ้า หลังเกิดเหตุ ท่อก๊าซธรรมชาติรั่วที่บริเวณอ่าวไทยประเมินว่าเป็นประเด็นบวกต่อ BCP เนื่องจากการสั่งซื้อน้ำมันเตาอย่างเร่งด่วนจากโรงไฟฟ้า อาทิ โรงไฟฟ้าบางประกงโรงไฟฟ้าพระนครใต้ และโรงไฟฟ้าราชบุรี ในครั้งนี้ ทำให้ BCP สามารถขายน้ำมันเตาเกือบทั้งหมดจำนวน 50ล้านลิตร/เดือน ได้ทันที จากก่อนหน้านี้ต้องทำการส่งออกน้ำมันเตาไปต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันเตาในประเทศมีน้อยกว่า Supply น้ำมันเตาที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ การขายน้ำมันเตาดังกล่าว BCP ยังสามารถขายในอัตราเดียวกันกับการขายเพื่อส่งออกไปต่างประเทศ โดยราคาน้ำมันเตาอ้างอิงวันที่ 27 มิ.ย. 54 อยู่ที่ 96.65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ปรับตัวลดลงราว 3.1% จากสัปดาห์ก่อนหน้า จึงแนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 23.76 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ราคาหุ้น BCP ขึ้นไปสูงสุดที่ 20.20บาท บวก 1 บาท
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
- 29 มิถุนายน 2554, 20:10 น.
-
ล่าสุด
- Thaksin slams anti-Yingluck website
- Big turnout of UDD backers
- Suranand: No cabinet reshuffle now
- Elderly woman dies before rally
- Poll: Most disagree with snap election
- Poll: Majority want PM to fulfil term
- Red shirts rally at Ratchaprasong
- PT turns up heat on Abhisit
- Prayuth’s job safe, PT insists
- Poll: People back Dems’ reform plan
- Avoiding a clash of personalities
- Activists uneasy over GPO chief’s sacking
-
ลิงก์
- ศาสตร์และศิลป์ที่สอนในเมืองไทย
- SoClaimon.Facebook
- SootinClaimon.google
- DinPuiThai.google
- ChangChoice.Webs
- SoClaimon.blogspot
- Google แผนที่ตำบล 76 จังหวัด
- คำไทย:ThaiWords
- คำไทย:ThaiWords
- SoClaimon.Twitter
- แหล่งสรรพศาสตร์ศิลปวิทยาในเมืองไทย
- crystal-cream.com
- นพ. ต่อพงศ์ คล้ายมนต์
- Apichaya Claimon
- พญ.อภิชญา คล้ายมนต์
- ชมรมดินปุ๋ยบนเว็บ
- ตระกูล “คล้ายมนต์”
-
คลังเก็บ
- พฤษภาคม 2013 (1987)
- เมษายน 2013 (3184)
- มีนาคม 2013 (3832)
- กุมภาพันธ์ 2013 (3775)
- มกราคม 2013 (4245)
- ธันวาคม 2012 (4992)
- พฤศจิกายน 2012 (6067)
- ตุลาคม 2012 (5167)
- กันยายน 2012 (4160)
- สิงหาคม 2012 (6734)
- กรกฎาคม 2012 (4770)
- มิถุนายน 2012 (2887)
-
หมวดหมู่
- กรมวิชาการเกษตร-กสิกรรม
- กรมวิทยาศาสตร์บริการ
- กรมอุตุนิยมวิทยา
- ข้อมูลสมุนไพร
- คมชัดลึก
- ความรู้-ศัพท์
- Agrochemical
- ธาตุอาหารพืช
- ลักษณะขาดธาตุอาหารของพืช
- ศัพท์
- สถานการณ์พืชเศรษฐกิจ
- สรีรวิทยาของพืช
- หนังสือแนะนำ
- การใช้ปุ๋ยอินทรีย์กับพืชไร่เศรษฐกิจ
- การใช้ปุ๋ยเคมีในระบบปลูกพืชไร่
- คำแนะนำการใช้ปุ๋ยพืชไร่
- ปรับปรุงดินและใช้ปุ๋ยกับพืชไร่
- ปุ๋ยและการใช้ปุ๋ย
- พัฒนาคำแนะนำใช้ปุ๋ยพืชไร่
- สรุปงานวิจัยดินปุ๋ยพืชไร่ครั้งที่1
- Building Soils for Better Crops
- Fertilizer Best Management Practices
- Fertilizer Manual
- Fertilizers and their use
- Hydroponics: the complete guide to gardening without soil
- Micronutrients for Sustainable Production
- Plant Analysis Reference Procedures
- เกษตรอินทรีย์
- เศรษฐกิจพอเพียง
- Fertilizer news and articles
- Plant Nutrition
- Soil Taxonomy 2Ed.
- คำแนะนำด้านพืช
- คำแนะนำด้านสัตว์
- งานวิจัยดินปุ๋ย
- บ้านและสวน
- ผลิตภัณฑ์
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- วารสารส่งเสริมการเกษตร
- สทท NBT
- สำนักข่าวอิศรา
- อสมท MCOT
- เดลินิวส์ออนไลน์
- เทคโนโลยีชาวบ้าน
- เส้นทางเศรษฐี
- แนวหน้า
- แผนที่
- โพสต์ทูเดย์
- ไทยพีบีเอส Thai PBS
- ไทยรัฐออนไลน์
- ไทยโพสต์
- BangkokPost
- Blog Stat
- FAO EcoCrop
- KU eMagazine
- NewCROP
- ThaiEurope
- The Nation
- Uncategorized
-
RSS
Entries RSS
Comments RSS


