ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

เจาะใจ”ดร.ก้องภพ อยู่เย็น” วิศวกรสายเลือดไทยในองค์การนาซา

Posted on: มีนาคม 22, 2011

วันที่ 27/12/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.


“ดร.ก้องภพ อยู่เย็น”

ชื่อนี้คงคุ้นหูคนไทยหลายคน โดยเฉพาะเด็กๆ ที่ใฝ่ฝันจะเติบใหญ่เป็นนักวิทยาศาสตร์แถวหน้าของโลก ปัจจุบัน ดร. ก้องภพ อายุ 33 ปี ทำงานอยู่ที่ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติหรือองค์การนาซ่า ( National Aeronautics and Space Administration – NASA) ใน ตำแหน่งวิศวกรในองค์การนาซา ซึ่งถือเป็นตำแหน่งที่หลายคนใฝ่ฝันอยากจะก้าวมายืนตรงจุดนี้

ในวันนี้ ทีมข่าวแนวหน้า ได้เข้าไปพูดคุยกับ ดร.ก้องภพ เพื่อล้วงลึกถึงเส้นทางการเข้าไปทำงานในองค์การเบอร์หนึ่งของโลกอย่างนาซ่า ตลอดจนสะท้อนแง่คิด มุมมองเกี่ยวการพัฒนา วิทยาศาสตร์และศึกษาเมืองไทย

ดร.ก้องภพ เล่าว่า ปัจจุบันเขาได้ทำงานในตำแหน่งวิศวกร ประจำสถาบัน กอดดาร์ด สเปซ ไฟลท์ เซ็นเตอร์ ศูนย์วิจัยเกี่ยวกับการสำรวจโลกและจักรวาล ที่รัฐแมริแลนด์ ประเทศสหรัฐ อเม ริกา 1 ใน 10 แห่งขององค์การนาซ่า ที่รับผิดชอบค้นคว้าเกี่ยวกับอุปกรณ์คลื่นไมโครเวฟรับ ส่งสัญญาณนอกโลก โดยในช่วงแรกก่อนที่จะเข้ามาทำงานที่ เขาเริ่มทำงานที่ เอล.ซี. คอมมูนิเคชั่น ทำงานเกี่ยวกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ของหุ่นยนต์โซนาร์ ตรวจจับเรือดำน้ำ ทำอยู่ 7 เดือน ซึ่ง

ในระหว่างนั้น ดร.ก้องภพ ได้ศึกษาในระดับปริญญาโท ที่ มหาวิทยาลัยจอร์เจียเทค(สถา บันเทคโนโลยีจอร์เจีย Georgia Institute of Technology หรือรู้จักในชื่อ จอร์เจียเทค Georgia Tech) โดยได้รับทุนจากบริษัทเท็กซัส อินสตรูเมนต์ ซึ่งในระหว่างนั้นเขาได้ทำการออกแบบชิพ วงจรในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งในเวลาต่อมา ดร.ก้องภพ ได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยจอร์เจียเทค และถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ก้าวเข้ามาทำงานที่องค์การนาซ่า

“ในช่วงแรก ผมเข้าไปในฐานะนักศึกษาฝึกงาน ถึงแม้เป็นเวลาแค่ 3 เดือนก็ตาม โดยที่ผมรับผิดชอบเกี่ยวกับโมเดลการทรงตัวของกล้องดูดาว ‘ฮับเบิล’ กล้องดูดาวนอกโลก ซึ่งมีปัญหาเรื่องพิกัด โดยต้องทำให้เสร็จภายใน 3 เดือน หลังจากฝึกงานครบ 3 เดือนแล้ว ก็ได้ยื่นใบสมัครขอเข้าไปทำงานในองค์การนาซ่า และเป็นโชคดีที่ผมเคยฝึกงานที่องค์การนาซ่า และที่สำคัญมหา วิทยาลัยที่ผมเรียนอยู่ก็ทำโครงการร่วมกับนาซ่าหลายอย่างเหมือนกัน จึงถือเป็นความโชคดีของผมที่ได้เข้าทำงานที่นาซ่า”

การเดินเข้าไปทำงานใน องค์การนาซ่า ครั้งนั้น ดร.ก้องภพ ถือเป็นคนไทยที่มีอายุน้อยที่สุด คือมีอายุเพียง 26 ปี เด็กหนุ่มสัญชาติไทยผู้นี้ได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญคือทำวิจัยเรื่อง เกี่ยวกับตัวกรองสัญญาณคลื่นความถี่ไมโครเวฟ ซึ่งเป็นคลื่นที่แผ่มาจากจักรวาลที่อยู่ไกลจากโลกมาก เกิดจากการระเบิดของบิ๊กแบงก์ (Big Bang) อันเป็นจุดกำเนิดของจักรวาล การระเบิดจะส่งพลังงานเคลื่อนที่ออกจากจุดศูนย์กลาง ก่อให้เกิดเป็นมวล เป็นอิเล็กตรอน เป็นอะตอม เป็นโมเลกุล เป็นสสาร เป็นดวงดาว เป็นกาแล็กซี่ ฯ


“การทำวิจัยเรื่องนี้ก็เพื่อศึกษาคุณสมบัติจากทฤษฎีสัมพัทธภาพ ของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เกี่ยวกับเวลา คลื่นแรงโน้มถ่วง และการเดินทางของเวลาที่เปลี่ยนแปลง แล้วสิ่งที่ผมทำจะช่วยให้ สามารถรู้ทฤษฎีสัมพัทธภาพ รู้เกี่ยวกับคลื่นแรงโน้มถ่วงว่ามีคุณสมบัติอย่างไร และเราอาจจะสามา รถ หาประโยชน์จากมันได้ทีหลัง เช่น เมื่อสมัยก่อนค้นพบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า แต่เรายังทำอะไรไม่ ได้ ในสมัยนี้เราใช้ประโยชน์จากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในระบบสื่อสารทางระบบมือถือ ก็จะออกมาเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่โดยเอาวิทยาศาสตร์มาใช้ โครงการของผมตอนนี้ยังอยู่ในรูปของวิทยาศาสตร์ ซึ่งมันยังไกลเกินกว่าที่จะเอามาใช้ได้ ” เขากล่าว

นอกจากนี้ ดร.ก้องภพ ยังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษาเมืองไทย เพราะถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศชาติให้พัฒนาเท่าทันเวทีโลก

“การศึกษาของประไทยนั้น อย่าตามชาติตะวันตก หรือเลียนแบบ เขามากเกินไป ควรที่จะดูที่ผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ต้องคิดนอกกรอบ ไม่ใช่คิดเพียงในกรอบ แบบนั้นก็จะทำให้เราเดินอยู่กับที่ ไม่มีการพัฒนา ตามจริงแล้วคนเรามีความคิดอะไรใหม่ๆ ได้เยอะ แต่ติดว่ามันไม่ใช่คิดตามทฎษฎีที่มี การคิดอะไรที่แตกต่างออกไปนั้นจะทำให้เราได้เห็นสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่ใช่มาจากทฤษฎีเดิมๆ ถึงจะได้อะไรใหม่และมีประโยชน์ ทั้งนี้การที่เราคิดในกรอบก็มีประโยชน์เหมือนกัน แต่ความก้าวหน้าจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป เมื่อไหร่ก็ตามที่เราคิดนอกกรอบ เราจะคิดแบบก้าวกระ โดด”

ด๊อกเตอร์หนุ่ม กล่าวและบอกว่า ประเทศที่พัฒนาแล้ว จะให้ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นหลัก โดยจะเน้นการสร้างบุคลากรของเขาให้เข้าถึงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากขึ้น ส่วนประเทศไทยนั้น ต้องยอมรับว่า สามารถสร้างบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถได้ แต่ติดตรงที่ว่า ไม่สามารถที่ใช้ความรู้ ของบุคคลเหล่านั้น ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะ ทุกคนมองแต่ ในแง่ผลประโยชน์ของตนเองเป็นหลัก

นอกจากนี้ ดร.ก้องภพ ยังฝากถึงเยาวชน ที่ต้องการก้าวขึ้นมาทำงานที่องค์การนาซ่าแบบเขาว่า ” ต้องทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ ไม่ใช่แค่องค์การนาซ่า มันขึ้นอยู่กับตัวเราเอง ถ้าชอบก็กล้าที่จะทำมัน ไม่ใช่ชอบเพราะว่ามีการชี้นำ แต่จริงๆแล้ว ทำอาชีพอะไรก็ได้ แต่ที่สำคัญต้องทำด้วยใจรัก จะประสบความสำเร็จ ส่วนการประสบความสำเร็จนั้น ไม่ใช่วัดกันเองในองค์การ หรือ บริษัท แต่ต้องวัดกันที่จิตใจหรือตัวเอง สมมติว่า มีคนอื่นถามเราว่า ประสบความสำเร็จหรือไม่ เราเท่านั้นที่จะตอบได้ ไม่ใช่ว่าเราต้องอยู่องค์การนี้ ต้องประสบความสำเร็จ และต้องมีเงินเดือนเยอะ มันไม่ใช่ มันอยู่ที่ใจของเรา ดังนั้นการที่จะฝากบอกน้องก็คือ ทำในสิ่งที่เราชอบ มีประโยชน์ต่อสังคม ก็จะมีความสุขกับงานที่ทำ และความสำเร็จก็จะตามมาเอง” ดร.ก้องภพ กล่าว

ไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้ อาจมีเด็กไทยหลายคน สามารถก้าวเข้าไปทำงานในองค์การนาซ่า ดั่งเช่น ดร.ก้องภพ ก็เป็น ได้ แต่สิ่งสำคัญเหนืออื่นใด คือเมื่อเติบใหญ่ได้ดี แล้วอย่าลืมนำความรู้ความสามารถที่มี กลับมาพัฒนาแผ่นดินมาตุภูมิ

วรพล เพชรสุทธิ์
หมายเหตุ: ภาพประกอบจากอินเตอร์เนต

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


  • ชมพู่: น่ารักอ่ะพีพลอยเดี่ยววางๆจะไปหาน่ะ คิดถึงแม่เกด คิด
  • Kathy: Very quickly this website will be famous among all blog visitors, due to it's nice posts
  • สมชาย: น่าตาแปลกๆ นางเอกละครช่อง7 หนังจักรๆวงศ์ๆ ตอนเช้าๆอะ

หมวดหมู่

%d bloggers like this: