ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

ตามดู “ป่าสัก100ปี”ใหญ่ที่สุดในไทย มรดกแห่งผืนดิน…กลางป่าลึกลุ่มน้ำปาย

วันที่ 16/7/2009

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นับเป็นเรื่องน่ายินดียิ่งที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ประกาศถึงการค้นพบ “ป่าสักธรรมชาติ” กว่า 3 หมื่นไร่ ใจ กลางป่าลึกในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย จ.แม่ฮ่องสอน ว่ากันว่าเป็นป่าสักธรรมชาติที่สมบูรณ์และมี ขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ และอาจสมบูรณ์ที่สุดในภูมิภาคเอเชียเลยทีเดียว

เหตุผลประการสำคัญที่ทำให้ “ป่าสัก” ผืนนี้ รอดพ้นจากการทำลายล้างของมนุษย์ เนื่อง ด้วยมีชัยภูมิเหมาะสม ภูเขาสูง สลับซับซ้อนคือปราการสำคัญ ในการป้องกันผู้ที่คิดจะเข้ามาตัดโค่น มิหน่ำซ้ำยังอยู่ห่างจากถนนสายหลักกว่า 50 กิโลเมตร หนทางเข้าสู่ผืนป่าที่สะดวก ที่สุดคือการล่อง แพและเดิน เท้าเข้าไปอีกเกือบ 1 วัน เส้นทางทรหดขนาดนี้ “นักตัดไม้มืออาชีพ” ยังถอดใจ

“ป่าสักผืนนี้ เราพบมานานนับสิบปีแล้ว แต่ไม่กล้าเปิดเผยเพราะเกรงว่ากลุ่มนายทุนจะเข้า มาหาผลประโยชน์ และเห็นว่าไม่มีเส้นทางคมนาคมเลยใจเย็น เก็บเงียบไว้ก่อน กระทั่งมั่นใจว่า ทางผู้ใหญ่เอาจริงและยืนยันว่าจะอนุรักษ์ผืนป่าอย่างจริงจัง จึงเปิดตัว และทำการสำรวจพื้นที่ป่า อย่างจริงจัง เพื่อการอนุรักษ์ที่ยั่งยืน” เป็นเสียงเอ่ยของ จักรพันธ์ สกุลมีฤทธิ์ หัวหน้ากลุ่มงานวิจัยพันธุ์พืชป่ามีค่า หายาก และใกล้สูญพันธุ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช อธิบายให้ฟังก่อนที่จะพาคณะสื่อมวลชน ล่องแพ ลุยป่า ตากแดด ตากฝน ปีนเขา ครึ่งค่อนวัน เพื่อไปดู “ป่าสัก 100 ปี” ผืนใหญ่ที่สุดของ ประเทศ

“ไม้สัก” มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “Tectona grandis L.f.” มีชื่อทางการค้าว่า “Teak” เป็นไม้ป่าเขตร้อน มีแหล่งธรรมชาติจำกัดอยู่เฉพาะในประเทศอินเดีย พม่า ไทย (เฉพาะในภาคเหนือ) ลาว (เฉพาะส่วนที่ติดต่อกับภาคเหนือของไทย) และอินโดนีเซีย (ในภาคกลางและภาคตะวันออกของเกาะชวา)เ ท่านั้น

แหล่งไม้สักในตลาดโลก นับวันมีแต่จะสูงขึ้นมากเมื่อเปรียบเทียบกับไม้ชนิดอื่นๆ ดังนั้น จึงได้มีการนำไปปลูกนอกถิ่นกำเนิดในประเทศต่างๆ ที่อยู่ในภูมิภาคเขตร้อนของทวีปเอเชีย แอฟริกา อเมริกากลาง อเมริกาใต้ และบางเกาะของออสเตรเลีย แต่ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ดี

สำหรับประเทศไทย ไม้สัก ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติเฉพาะในตอนเหนือของประเทศ ในแถบลุ่มแม่น้ำกก สาละวิน ปิง วัง ยม และน่าน ได้แก่ ในจังหวัดเชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา เชียงใหม่ ลำพูน น่าน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 170,000 ตารางกิโลเมตร มีแหล่งไม้สักสำคัญอยู่ในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง แพร่ และน่าน

เนื่องจากประเทศไทย ได้มีการทำไม้สักออกจากป่า เพื่อหารายได้ให้แก่ประเทศอย่างต่อ เนื่องมาเป็นเวลานานกว่าศตวรรษ ทำให้ป่าสักธรรมชาติทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว คาดว่า ในปัจจุบันพื้นที่ป่าสักในประเทศไทยเหลืออยู่ไม่เกิน 25,000 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น

ประเทศไทยครั้งหนึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้ผลิตและส่งออกไม้สักรายใหญ่ของโลก บัดนี้ได้ลดปริมาณการผลิตไม้สักลงอย่างมาก จนไม่พอแม้แต่ที่จะนำมาใช้สอยภายในประเทศและได้เริ่มมีการนำเข้าไม้สักจากต่างประเทศแล้ว

ย้อนกลับมาที่การ เดินทางสู่ ป่าสัก 100 ปี หลังจากล่องแพ นานหลายชั่วโมง และลุยป่าเดิน ขึ้นเขา เหงื่อออกไปหลายหยด ก็ถึงดง”สักใหญ่” หัวหน้าจักรพันธ์ อธิบายว่าจากการเดินสำรวจ พื้นที่ป่า พบว่าเป็นป่าเบญพรรณที่มีไม้สักสลับกับ ป่าเต็งรังและมีป่าสนเขาขึ้นเป็นหย่อมๆ ไม้สัก ที่ขึ้นในป่าเบญพรรณ จะพบเป็น “ไม้เด่น” (dominant species) มีลักษณะขนาดใหญ่มีความสูงมาก ถึง 50 เมตร คาดว่าหลายต้นมีอายุนับร้อยปี และที่สำคัญยิ่งกว่าคือ…

โดยปกติไม้สักทั่วไป จะขึ้นที่ความสูงราว 300-800 เมตรจากระดับน้ำทะเลเท่านั้น แต่จากการตรวจ ป่าสักผืนนี้ กลับพบว่ามีไม้สักขึ้นได้สูงถึง 1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล “ยังไม่ปรากฎในรายงานทางเอกสารวิชาการว่าไม้สักธรรมชาติในประเทศไทย พบขึ้นได้ ที่ระดับความสูงเพียงนี้” หัวหน้ากลุ่มงานวิจัยพันธุ์พืชป่ามีค่า หายาก และใกล้สูญพันธุ์ กล่าวและอธิบายว่า จากการวิจัย พบว่าบริเวณที่มีไม้สัก ขึ้นหนาแน่น มีไม้สักโดยเฉลี่ย 224 ต้นต่อ แฮกเตอร์ (hectare:1 แฮกเตอร์ เท่ากับ 10,000 ตารางเมตร) คิดเป็น 54 เปอร์เซ็นต์ของไม้ทั้งหมด มีลูกไม้ เฉลี่ย 178 ต้นต่อแฮกเตอร์”

“จากการสำรวจยังพบไม้สักขนาดใหญ่จำนวนมาก มีเส้นรอบวง ที่ระดับความสูง เพียงอก ถึงกว่า 4 เมตร ลำต้นตรง กิ่งก้านน้อย เรือนยอดแคบ จัดเป็นไม้สักคุณภาพดีมากและเป็น แม่ไม้ที่ ดีเยี่ยม โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บ ตาแม่ไม้สักชั้นเยี่ยม บางส่วนไว้เพื่อดำเนินการอนุรักษ์” หัวหน้าจักรพันธ์ อธิบายพลางชี้ให้ดูตอไม้สักขนาดใหญ่ ที่ได้รับการทำสัมปทานไม้สัก จากเจ้าผู้ครองนคร ในอดีต โดยเสียเงินค่า “ตอไม้”ให้แก่เจ้าผู้ครองนคร ที่ถือเป็นเจ้าของป่า

จากการสำรวจพบว่า ตอไม้สัก มีร่องรอยการ “กานไม้” ซึ่งคือวิธีทำให้ต้นไม้ตายโดยการ ใช้มีดหรือขวานฟันเข้าไปบริเวณรอบๆ เปลือกไม้จนลึกเข้าไปถึงเนื้อไม้ ที่เป็นส่วนส่งอาหารเลี้ยง ลำต้น จะทำให้ไม้นั้นตายได้ ซึ่งเรียกว่า “ไม้ยืนตาย” มักจะกานต้นไม้ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 ปี ทั้งนี้เพื่อให้ต้นไม้แห้งและมีน้ำหนักเบา สะดวกต่อการขนส่ง และนำไปใช้งาน

จากการตรวจสอบหลักฐานเชื่อว่า ตอไม้เหล่านี้ เป็นการให้สัมปทานการทำไม้สักช่วงปี พ.ศ. 2435-2441 ของ บริษัทบอมเบย์-เบอร์ม่า จำกัด (Bombay Burma Trading Corporation, Ltd.) ของอังกฤษ ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่และมีอิทธิพลมากในประเทศพม่า แต่ด้วยการคมนาคมยากลำบาก มีขุนเขาเป็นปราการล้อมรอบทุกทิศ ยากแก่การใช้ช้างชักลาก จึงทำให้ผื่นป่าสักล้ำค่าแห่งนี้หลุด รอดจากคมเลื่อย -คมขวาน มาจนถึงทุกวันนี้

สำหรับแผนการอนุรักษ์ป่าสักผืนนี้ ในระยะสั้น กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้สั่งการเป็นหนัง สือให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้แก่สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าสำนักป้องกันและปราบปราม และควบคุม ไฟป่า สำนักบริหารจัดการ พื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ควบคุมดูแลพื้นที่อย่างเข้มงวด มิให้มีการบุกรุกทำ ลาย และจัดงบประมาณให้เจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจข้อมูล เพื่อวิเคราะห์ และจัดทำรายงาน และข้อเสนอในการดำเนินการระยะต่อไป

ส่วนแผนระยะยาวจะนำข้อมูลจากการสำรวจ นำไปวิเคราะห์ และนำไปสู่การพัฒนา คุ้มครอง และอนุรักษ์ ผื่นป่าสักที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อย่างยั่งยืน เพื่อนำไปสู่การศึกษาวิจัยด้าน ป่าไม้ ช่องทางการพัฒนาการท่องเที่ยงเชิงอนุรักษ์ และการเปิดโอกาสให้ประชาชนกลุ่มต่างๆมี โอกาสเรียนรู้คุณค่าของไม้สักและทรัพยากรอื่นๆ ของพื้นที่แห่งนี้

หลังใช้เวลาครึ่งค่อนวัน ก่อนเดินทางออกจากป่าสักผืนใหญ่ หัวหน้ากลุ่มงานวิจัยพันธุ์พืชป่ามีค่า หายาก และใกล้สูญพันธุ์ บอกว่า ไม้สักเหล่านี้เป็นสมบัติของชาติ และต้องใช้ประโยชน์ ต่อไปในอนาคต หากมีการเพาะพันธุ์ไม้สักพันธุ์ดีจำนวนมาก อาจมีการการันตีพันธุ์ และสนับ สนุนให้เกษตรกรปลูกและ ในอนาคตต่อไปไม่แน่ว่า ประเทศไทย อาจเป็นผู้ทำไม้สัก ส่งออกราย ใหญ่ หารายได้เข้ามาพัฒนาประเทศชาติก็เป็นได้

“ป่าสัก” กลางป่าลึกลุ่มน้ำปาย ถือเป็นมรดกแห่งผืนดินที่ประเมินค่ามิได้ และถือเป็นหน้า ที่ของคนไทยทุกคนที่ต้องช่วยกันรักษา ผืนป่าล้ำค่าแห่งนี้ไว้ให้อยู่คู่กับประเทศชาติสืบไป

SCOOP@NAEWNA.COM

About these ads

กุมภาพันธ์ 1, 2011 - Posted by | สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | , , , ,

ยังไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: