ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย ที่เกี่ยวข้อง

ถอด”โมเดล”ลดอุบัติเหตุเฟส 3

วันที่ 24/7/2007

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

“อุบัติเหตุ”…..

โดยเฉพาะ “อุบัติเหตุจราจร” เป็นปัญหาที่เกิดทุกหย่อมหญ้าและมีโอกาสเกิดขึ้นกับทุกคน ทุกขณะเวลา การที่จะป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจราจรให้สำเร็จ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากหลายองค์กร ทั้งผู้นำระดับชาติ ระดับจังหวัด องค์กรท้องถิ่น หน่วยงานเอกชน สื่อมวลชน และชุมชนเข้ามาทำงานร่วมกัน ในอันที่จะลดการสูญเสียชีวิต การบาดเจ็บ พิการ และลดการสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เกิดจากอุบัติเหตุจราจรที่มีมูลค่าความเสียหายมหาศาลได้สำเร็จ

รัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญของการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจราจรทางถนน จึงได้ตั้ง “ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน” ขึ้น เพื่อเป็นกลไกระดับชาติในการแก้ปัญหาอุบัติเหตุ ซึ่ง “สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ” หรือ “สสส.” เป็นกรรมการในศูนย์ดังกล่าวด้วย โดย “สสส.” ได้ร่วมผลักดันให้เกิดการเคลื่อนไหวระดับชาติ และพบ “ข้อจำกัด” ในการทำให้เกิดผลจริงในระดับพื้นที่ ซึ่งต้องการกลไกประสานเหมือนระดับประเทศ จึงจำเป็นต้องมีการสนับสนุนให้เกิด “การจำลอง” หรือย่อส่วนการทำงานในระดับประเทศลงสู่พื้นที่ สสส. จึงได้สนับสนุนการบูรณาการการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนใน “จังหวัดนำร่อง” ขึ้น

“ผศ.ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์” รักษาการรองผู้จัดการ สสส. และผู้อำนวยการ “สำนักงานสนับสนุนการสร้างสุขภาวะและลดปัจจัยเสี่ยงหลัก” กล่าวว่า จากการประเมินผลการดำเนินงานตลอดช่วงที่ผ่านมา พบว่า “จังหวัดนำร่อง” มีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางดีพอควร คือ ก่อให้เกิดการประสานในแนวราบจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งตำรวจ คมนาคม สาธารณสุข ปกครอง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)…..

ขณะเดียวกัน ยังเคลื่อนเข้าสู่ภาคเอกชนและประชาชน ซึ่งแม้ว่าแต่ละจังหวัดจะมี “ดีกรี” ที่แตกต่างกัน อันเป็นผลมาจากการโยกย้ายตำแหน่งหน้าที่ปฏิบัติงาน แต่ผลที่ได้รับน่าจะเป็น “รากฐาน” ด้านการประสานงาน การจัดโครงสร้างและการสานสัมพันธ์ระดับบุคคลที่จะช่วยให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องในอนาคต

“ผศ.ดร.สุปรีดา” กล่าวอีกว่า ตนมองว่ากลไกที่เดินได้อย่างนี้ ก่อให้เกิดผลงานที่ดีพอควร ทั้งด้านวัตกรรม วิชาการ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ก่อให้เกิดนโยบายระดับชาติและระดับท้องถิ่น การเข้ามามีส่วนร่วมของงบประมาณจากภาคส่วนต่างๆ การระดมทรัพยากร เกิดการร่วมแรงร่วมใจด้วยกันอย่างดี สำหรับ “โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนของจังหวัดนำร่องในระยะที่ 3″ ปี 2550 สสส.จะถอด “บทเรียน” จากระยะที่ 1 และระยะที่ 2 เพื่อขยายแนวร่วมกับจังหวัดที่พร้อมให้ความร่วมมือและสมัครใจทำงาน ซึ่งไม่จำเป็นต้องให้ทุกจังหวัดเข้าร่วมโครงการ โดย สสส. จะสนับสนุนงบประมาณเพื่อให้เกิดการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆในจังหวัด

“หัวใจการดำเนินงานของ สสส. ในโครงการนี้ คือ ก่อให้เกิดโครงสร้างและกระบวนการทำงานและให้คนทำงานทุกกลุ่มก้าวสู่เป้าหมายเดียวกัน งบประมาณที่ สสส. สนับสนุนเป็นเหมือนการหยอดน้ำมัน เพื่อให้เครื่องจักรสามารถเคลื่อนหรือหมุนไปได้ ซึ่งฟันเฟืองที่หมุนไปจะนำไปสู่การผลักดันให้กลไกทุกระดับเกิดการพัฒนา ในเชิงความหวังคือ ปิดจุดบกพร่องของจังหวัดได้ เราเชื่อว่าคนที่สมัครใจทำงานจะสามารถเดินร่วมทางกันไปได้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ด้านการลดอุบัติเหตุร่วมกัน” ผศ.ดร.สุปรีดา กล่าว

เขากล่าวด้วยว่า สิ่งที่ “สสส.” คาดหวังจาก “จิ๊กซอร์” ตัวนี้ คือ กลไกที่หมุนทุกระดับ เราอยากให้ทุกคนร่วมมือร่วมใจทำงานด้วยกัน ผลักดันให้โครงการสามารถดำเนินต่อไปได้ ตั้งแต่การกำหนดนโยบายระดับชาติ จังหวัด ไปจนถึงองค์กรท้องถิ่น และชุมชน ซึ่งจังหวัดสามารถจำลองหรือย่อส่วนรูปแบบในระดับนโยบายของชาติ เพื่อนำมาปรับใช้กับท้องถิ่น เช่น การออกเทศบัญญัติการจัดจราจรภายในจังหวัด เป็นต้น

“สิ่งที่ สสส. ต้องการเห็น คือ อยากให้ปัญหานี้เป็นปัญหาร่วมของคนทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกพื้นที่ ตำรวจ หมู่บ้าน เทศบาล ชุมชน กลุ่มก้อนไหนช่วยกันได้ ก็อยากให้มาประสานเชื่อมโยง นั่นคือธงของเรา ทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน เพราะอุบัติเหตุบนท้องถนนสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนที่ใช้รถใช้ถนน ผมอยากให้ทุกคนตระหนักว่าอุบัติเหตุเป็นปัญหาร่วมของเราทุกคน” ผศ.ดร.สุปรีดา กล่าว

ขณะที่ “นายภานุ แย้มสี” ผอ.สำนักบูรณาการสาธารณภัย อุบัติเหตุและความปลอดภัยทางถนน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณาภัย (ปภ.) กล่าวว่า ปภ.ได้จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพในการป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุทางถนนของจังหวัดนำร่อง รวม 51 จังหวัด โดยการสร้างเครือข่าย และจัดประชุมเชิงปฏิบัติการกลุ่มเป้าหมาย เพื่อระดมความคิดเห็นจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนจากทุกภาคส่วน เพื่อค้นหาปัญหา สรุปบทเรียนการดำเนินงานที่ผ่านมา และเสนอแนวทาง

ตลอดจนร่วมรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน รวมถึงขยายผลการพัฒนาศักยภาพการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนไปยังจังหวัดอื่น โดยมีจุดมุ่งเน้นให้มีการบริหารจัดการในลักษณะบูรณาการ การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน สามารถสร้างเครือข่ายในทุกระดับให้เป็นไปอย่างมีระบบ ต่อเนื่อง สามารถสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชนและประเทศชาติได้อย่างยั่งยืน

“บทบาทของ ปภ. ในโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งสนับสนุนโดย สสส. คือการเป็นแกนกลางเพื่อระดมความร่วมมือ จากการดำเนินงานที่ผ่านมา สิ่งที่น่าพอใจคือเกิดเวทีสัมพันธภาพที่ดี ทำให้เกิดการประสานงานที่ดีขึ้น ดังจะเห็นได้จากผลงานของหลายจังหวัดที่มีการดึงทุกภาคส่วน รวมทั้งเด็ก เยาวชน และชุมชนเข้ามาเป็นเครือข่าย” นายภานุ กล่าว

ผอ.สำนักบูรณาการสาธารณภัยฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งที่อยากเห็นในอนาคต คือ การร่วมมือขององค์กรท้องถิ่นในการร่างหลักสูตรการศึกษาในท้องถิ่น เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนนอย่างถูกต้อง เนื่องจากปัจจุบันกลุ่มเด็กและเยาวชนขับขี่รถมอเตอร์ไซค์สูงถึง 70-80% เมื่อเราห้ามเขาไม่ได้ก็ต้องหันมาดูแลเพื่อให้เขาใช้รถใช้ถนนด้วยความปลอดภัยและไม่เกิดความสูญเสีย ซึ่งมีการดำเนินการโดยตำรวจเปิดการอบรมเกี่ยวกับกฎจราจร ขนส่งฝึกการขับขี่ที่ถูกต้อง สอบใบขับขี่อย่างเป็นระบบ ขณะที่ อบจ. และ อบต. เข้ามาดูแลเรื่องความปลอดภัย เป็นต้น

ทั้งหมดคือ “โมเดล” การดำเนินงานในโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนของจังหวัดนำร่อง โดยการสนับสนุนของ สสส. ซึ่งต้องติดตามต่อไปว่า “โมเดลลดอุบัติเหตุเฟส 3″ นี้ จะสกัดและขัดขวาง “ความสูญเสีย” ที่เกิดขึ้นจาก “อุบัติเหตุจราจร” ได้มากน้อยเพียงใด!!!

About these ads

พฤศจิกายน 28, 2010 - แสดงความเห็นโดย | สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | , , , ,

ยังไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: