ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

“ระบบเตือนภัยล่วงหน้า”ติดดาวเทียม ไอเดียม.เกษตรฯ-สกัดน้ำท่วม-ดินถล่ม

Posted on: ตุลาคม 6, 2010

วันที่ 24/7/2006

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

ใน รอบ 10 ที่ผ่านมานี้เหตุการณ์ “น้ำท่วม” และ “ดินถล่ม” ในประเทศไทย มีความถี่และรุน แรงมากขึ้นเรื่อยๆ มีผู้เสียชีวิตกว่า 300 คน ความเสียหายยากที่จะประเมิน สาเหตุหลักเกิดมาจาก ปริมาณน้ำฝนที่ตกมากเกินกว่าที่ศักยภาพของดินจะรองรับได้ เกิดน้ำไหลบ่านำเอาหน้าดินและต้นไม้ ไหลเข้าทำความเสียหาย ในขณะที่ศักยภาพของดินในการรองรับน้ำ หรืออุ้มน้ำนั้นมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ “ลาดชัน” และพื้นที่ “ราบเชิงเขา”
“อ.สุ เทพ จันทร์เขียว” หัวหน้ากลุ่มศึกษาและพัฒนาระบบเตือนภัย ศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตร ศาสตร์ ได้ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ “พื้นที่เสี่ยงภัย” และการพัฒนา “ระบบเตือนภัย” สำหรับชุมชนมาเป็นระยะเวลากว่า 5 ปี โดยในระยะแรกนั้นได้รับการสนับสนุนงบประมาณวิจัยจากสำนักงานคณะกรรม การวิจัยแห่งชาติ ปี 2545-2547
“แนว คิดในการดำเนินการเรื่องนี้ไม่ได้หยุดนิ่ง นักวิจัยได้พัฒนา ปรับปรุง และต่อยอดงาน วิจัยดังกล่าวนี้จนถึงปัจจุบัน ที่สามารถนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง โดยในปี 2548 นั้น ศูนย์วิจัยป่าไม้ ได้รับมอบหมายจากกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ง แวดล้อม ให้ดำเนินการติดตั้งระบบเตือนภัยในพื้นที่เสี่ยงภัย ในพื้นที่ลาดชัน และพื้นที่ราบเชิงเขา ครอบคลุม 340 หมู่บ้าน รวม 169 สถานีทั่วประเทศ และคาดว่าจะสามารถใช้งานได้ทันสำหรับการเตือนภัยน้ำท่วมที่จะมาถึงนี้” อ.สุเทพ กล่าว
“อ.สุ เทพ” อธิบายว่า เครื่องมือและระบบเตือนภัยเป็นเทคโนโลยีการตรวจวัด บันทึก และส่งข้อมูลจากระยะไกล ประกอบด้วย เครื่องมือและระบบเตือนภัย ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการตรวจวัด บันทึก และส่งข้อมูลจากระยะไกล โดยประกอบด้วยเครื่องวัดน้ำฝนอัตโนมัติ , เครื่องวัดน้ำฝนแบบธรรมดา ,
เครื่อง วัดความชื้นในดิน , เครื่องวัดระดับน้ำอัตโนมัติและเสาวัดระดับน้ำ ในกรณีที่มีลำน้ำไหลผ่านพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมฉับพลัน-ดินถล่ม โดยสำหรับระบบการส่งข้อมูลจากระยะไกล จะใช้ระบบ “GPRS” และ “ระบบดาวเทียม” สำหรับพื้นที่ที่ไม่มีเครือข่ายการให้บริการ
“อ.สุ เทพ” อธิบายต่อไปว่า ลักษณะการเตือนภัยของระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่เราคิดค้นขึ้นนั้น จะทำงานโดยการตรวจวัดปริมาณน้ำฝนและอุปกรณ์อื่นๆ และส่งข้อมูลผ่านระบบสื่อสารต่างๆ(GSM , GPRS , ระบบดาวเทียม) มายังส่วนกลาง เพื่อทำการประมวลผลด้วย model ทางอุทกวิทยา และส่งสัญญาณการเตือนภัยไปยังสถานีตามหมู่บ้านเสี่ยงภัย โดยมีเกณฑ์การเตือนภัย 3 ระดับ คือ…..
- ระดับที่ 1 สัญญาณเสียงและแสงสีเขียว ให้ราษฎรเฝ้าระวัง
- ระดับที่ 2 สัญญาณเสียงและแสงสีเหลือง ให้ราษฎรเตรียมพร้อม
- ระดับที่ 3 สัญญาณเสียงและแสงสีแดง ให้ราษฎรอพยพ โดยการอพยพราษฎรนั้นให้ผู้มี อำนาจตัดสินใจสั่งราษฎรอพยพไปในพื้นที่ที่ปลอดภัยที่กำหนดไว้
อย่าง ไรก็ตามถ้าระบบการสื่อสารไม่สามารถติดต่อได้ ระบบสถานีที่ติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดเครื่องมือจะทำการประมวลผลเปรียบเทียบ กับเกณฑ์ที่เราได้มีผลการศึกษา และกำหนดไว้ในระดับต่างๆ กัน เช่น ถ้าผลการศึกษาได้ค่าวิกฤตที่ปริมาณฝนสะสมเป็น 150 ม.ม. เกณฑ์การเตือนภัยก็จะมี 3 ระดับเช่นเดียวกัน คือ…..
- ระดับที่ 1 สัญญาณเสียงและแสงสีเขียว ให้ราษฎรเฝ้าระวัง ที่ 80 ม.ม. ที่ ~55% ค่าวิกฤติ – ระดับที่ 2 สัญญาณเสียงและแสงสีเหลือง ให้ราษฎรเตรียมพร้อม ที่ 100 ม.ม. ที่ ~65% ค่าวิกฤติ
- ระดับที่ 3 สัญญาณเสียงและแสงสีแดง ให้ราษฎรอพยพ ที่ 120 ม.ม. ที่ ~80 % ค่าวิกฤติ
“อ.สุ เทพ” อธิบายอีกว่า สำหรับ “ค่าวิกฤติ” ที่ใช้ในการเตือนภัยนั้น ในการกำหนดเกณฑ์การเตือนภัยจะใช้ “ความลาดชัน” ของสภาพพื้นที่ ชนิดของหิน การผุกร่อน ชนิดของดิน รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากที่ดินมาเป็นตัวกำหนด โดยมีปริมาณน้ำฝนสะสม และค่าดัชนีความชุ่มชื้นของดิน หรือ “API วิกฤติ” ในพื้นที่เป็นตัวชี้วัด โดย “API วิกฤติ” เป็นค่าดัชนีที่สามารถประเมินได้โดยอาศัยปัจจัยความชื้นในดิน(Soil moisture) กับปริมาณน้ำฝนที่ตกในแต่ละวัน หรือแต่ละช่วงเวลา ซึ่งแต่ละพื้นที่จะไม่เท่ากัน
“อ.สุ เทพ” กล่าวอีกว่า วิธีวิเคราะห์หาค่า API ในอดีตจะใช้ปัจจัยความชุ่มชื้นของดินในการประเมินการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน โดยกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ศึกษาและกำหนดให้ โดยถ้าค่า API เกินกว่า 150 มิลลิเมตร ยกเว้นภาคตะวันออก จ.จันทบุรี และตราด และภาคใต้ ค่า API เกินกว่า 250 มิลลิเมตร จะทำให้เกิดน้ำท่วม ซึ่งค่าที่ได้จะค่อนข้างหยาบมากสำหรับการพยากรณ์ และใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจในการเตือนภัยน้ำท่วมและแผ่นดินถล่มใน พื้นที่ต่างๆได้ ดังนั้นเพื่อให้สามารถนำปัจจัยของ API ไปใช้ในการเฝ้าระวัง และเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและแผ่นดินถล่มในพื้นที่ใดๆให้ถูกต้องและน่า เชื่อถือมากนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาและกำหนดค่า API ต่ำสุด ที่เป็นจุดเริ่มของการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและแผ่นดินถล่มในแต่ละท้องที่
“ความ ได้เปรียบของระบบดังกล่าว อยู่ที่การได้ติดตั้งในพื้นที่เสี่ยงภัยจริง และมีการตรวจวัดข้อมูลน้ำฝนที่ตกบนที่สูง หรือตกบนเขา หรือตกบนพื้นที่ต้นน้ำแบบอัตโนมัติ ซึ่งปัจจุบันถือว่ามีน้อยมาก ทำให้ประสิทธิภาพในการเตือนมีความถูกต้องและแม่นยำสูง อีกประการหนึ่ง คือ มีการให้ ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการเครื่องมือ ดูแล รักษา และเตือนภัยได้” อ.สุเทพ กล่าวทิ้งท้าย
About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


  • Arlene: I was thinking about if you have a linkedin page. Cheers for the astonishing blog post.
  • Lou: Heya, this really is such an incredible topic to learn about.
  • Anti Aging: What's up, just wanted to mention, I enjoyed this article. It was funny. Keep on posting!

หมวดหมู่

%d bloggers like this: