ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

ก๋วยเตี๋ยว “ชานกรุง” รุ่งได้ เพราะใจสู้

Posted on: กันยายน 23, 2010

วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 16 ฉบับที่ 261

ผ่านทางมติชนกรุ๊ป : หนังสือพิมพ์และนิตยสารในเครือมติชน.

เป็นเศรษฐีกับเส้นทางเศรษฐี

พารนี

ก๋วยเตี๋ยว “ชานกรุง” รุ่งได้ เพราะใจสู้

“ตอน นั้นใช้ความอดทนรออย่างเดียว ขาดทุนทุกวัน น้ำซุปทำใหม่ทุกเช้า ตกเย็นเหลือต้องเททิ้ง เสียดายก็เสียดาย แต่ไม่อยากเก็บไว้ พอย่างเข้าเดือนที่สาม คนเริ่มเข้ามาลองแล้วกลับมาทานใหม่ ทำให้มีลูกค้าประจำกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นกำลังใจสำคัญให้สู้ต่อจนถึงวันนี้”

“ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา โอกาสของผู้กล้า ศรัทธาไม่มีท้อ”

ท่อน หนึ่งของเพลง “ศรัทธา” จากศิลปินในดวงใจ อย่าง “หิน เหล็ก ไฟ” แว่วเข้ามาในความคิดทันทีหลังจากที่ยุติบทสนทนากับศิษย์เก่าศูนย์อาชีพและ ธุรกิจ มติชน ซึ่งกรุณาสละเวลามาเป็นแขกรับเชิญของคอลัมน์ประจำฉบับนี้

ด้วย เพราะเรื่องราวผ่านคำบอกเล่า เกี่ยวกับเส้นทางสายอาชีพอิสระของเธอนั้น มันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากมีขวากหนามมาให้ข้ามให้ฝ่ากันถึงขั้นแทบถอดใจเลยทีเดียว

อย่างไร ก็ดี เจ้าของเรื่องราวในครั้งนี้ แม้จะมีภาระหนักอึ้งให้ต้องแก้ไข แต่เธอไม่ยอมท้อ ขอลองสู้กันสักตั้ง กระทั่งประคองตัวมาถึงวันนี้ วันที่ “ยืดอก” ยิ้มได้ แบบไม่อายใคร

ทำงานบัญชี

อยากมีธุรกิจ

คุณ อริญดา ทั่งนาค วัย 34 ปี ที่อนุญาตให้เรียกแบบกันเองว่า คุณเปิ้ล กรุณาสละเวลาปลีกตัวจากภารกิจประจำร้านก๋วยเตี๋ยว “ชานกรุง” ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนเลียบทางรถไฟพัทยา จังหวัดชลบุรี มาให้ข้อมูลเริ่มต้นว่า พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ จบการศึกษาปริญญาตรีด้านบัญชี ปริญญาโทด้านการบริหาร หลังจากแต่งงานได้ไม่นาน ย้ายมาทำงานกันทั้งครอบครัวที่พัทยา แต่ทำอยู่ในหน้าที่เดิมคือพนักงานบัญชีประจำบริษัท

ทำงานประจำ รับเงินเป็นรายเดือนได้พักใหญ่ เริ่มอยากมีรายได้จากอาชีพอิสระหรือธุรกิจของตัวเอง จึงเริ่มเล็งไปหลายอย่าง แต่ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่ลงทุนสูง เช่น ธุรกิจสร้างอพาร์ตเมนต์ให้เช่า เมื่อยังไม่พร้อมทั้งความรู้และเงินทุน จึงชะลอโครงการลงทุนดังว่าไว้ก่อน และหันมามองธุรกิจที่ลงทุนไม่มากและเสี่ยงน้อยกว่า อย่างเปิดร้านขายอาหาร

ประกอบ กับคุณแม่ของเธอ ซึ่งมีอาชีพดั้งเดิมเป็นช่างตัดเสื้อ เป็นคนชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับแม่บ้านเป็นงานอดิเรก และมีเมนูสูตรเด็ดประจำบ้าน คือ “ก๋วยเตี๋ยวขาหมู” ทั้งตัวเธอและคู่ชีวิต จึงมีความคิดเห็นพ้องต้องกันว่าน่าจะเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวดีกว่า

แต่ ด้วยความที่ยังมีพื้นฐานในการทำไม่เข้าขั้นมืออาชีพ คุณเปิ้ลจึงคิดไปขอเรียนรู้สูตรการทำก๋วยเตี๋ยวปลา จากเพื่อนของสามี ปรากฏเขาคิดค่าวิชาเป็นเงิน 20,000 บาท และหากอยากเปิดร้านอาจต้องสั่งของประเภทลูกชิ้นหรือเกี๊ยวปลาจากเขาอีกต่าง หาก

ได้ข้อเสนอมาเช่นนั้น สองสามี-ภรรยา จึงมองหน้ากันแล้วหันไปหาแหล่งเรียนรู้ใหม่ทันที กระทั่งนึกขึ้นได้ว่า ครอบครัวของเธอ เป็นแฟนนิตยสาร “เส้นทางเศรษฐี” มายาวนาน ความรู้ด้านอาชีพมีให้เลือกมากมาย สุดท้ายจึงสมัครเข้ามาอบรมวิชาการทำเย็นตาโฟ ก๋วยเตี๋ยวหมูมะนาว เป็นวิชาแรก วันรุ่งขึ้นเข้ารับการอบรมต่อทันทีในวิชาก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น-หมูตุ๋น สูตรเมืองทอง

“ช่วงที่มาอบรมกับทางศูนย์อาชีพฯ มีความคิดว่าจะลาออกจากงานประจำแล้ว แต่คิดว่าวิชาที่เรียนมายังไม่แน่นพอ จึงขอเพิ่มประสบการณ์โดยตระเวนชิมตามร้านอร่อยตามแหล่งต่างๆ กระทั่งได้ไปกินก๋วยเตี๋ยวหมูกรอบ ร้านอยู่แถวจังหวัดปทุมธานี รู้สึกติดใจในรสชาติ กลับบ้านมาจึงลองทำหมูกรอบอย่างเขาบ้าง แต่ไม่อร่อยอย่างเขา” คุณเปิ้ล เล่า

สร้างเอกลักษณ์

ทนเหงาสองเดือน

สาเหตุ ที่ยังไม่สามารถทำ “หมูกรอบ” ได้อร่อยเหมือนกับร้านที่ติดใจ ทำให้คุณเปิ้ลกลับมาเข้ารับการอบรมกับทางศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน อีกวิชาหนึ่ง คือ “การทำข้าวหมูแดง-หมูกรอบ” ครั้นความรู้ด้านอาหารที่ตั้งใจไว้มีครบถ้วน เธอจึงเดินหน้าต่อด้วยการคิดหา “เมนูเอกลักษณ์” ประจำกิจการของตัวเอง โดยนำความอร่อยทั้งจากหมูแดง หมูกรอบ หมูตุ๋น มาไว้ในก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตรน้ำซุปพิเศษ รวมเรียกว่า “ก๋วยเตี๋ยวชานกรุง”

“ก่อนจะเปิดร้าน ได้ไปว่าจ้างให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตั้งชื่อร้าน และทำเลฮวงจุ้ยให้อย่างละเอียด ที่ต้องเตรียมตัวกันอย่างดีเป็นเพราะมีเงินทุนไม่มาก จึงอยากเสี่ยงให้น้อยสุด แต่เปิดได้ 1 เดือนแรก ไม่มีลูกค้าเข้าร้านเลย” คุณเปิ้ล เล่าน้ำเสียงหม่นลงเล็กน้อย

นึกสงสัยเหตุใดจึงไม่มีลูกค้า เข้ามาอุดหนุนแม้แต่รายเดียวในช่วงเดือนแรก เจ้าของกิจการ จึงเข้าไปเลียบเคียงสอบถามผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา ได้คำตอบมาจากหลายคนว่า เห็นเป็นร้านเปิดใหม่เลยไม่แน่ใจรสชาติจะอร่อยหรือเปล่า ทนเหงาอยู่เดือนเศษ จึงต่อเติมหลังคายื่นออกไปจากตัวร้าน หวังให้ลูกค้าสังเกตได้ง่ายขึ้น ซึ่งการปรับปรุงร้านในครั้งนี้ ทำให้ยอดขายกระเตื้องขึ้นมาบ้างแต่ไม่มากนัก

คุณ เปิ้ล เล่าต่อว่า กิจการของเธอต้องทนแบกรับค่าใช้จ่าย อดทนรอลูกค้าเข้ามาอุดหนุนนานกว่า 2 เดือน จนเริ่มท้อแท้ และถึงกับเปรยกับสามีว่า จะกลับไปทำงานประจำดีมั้ย แต่อีกใจหนึ่งก็อยากอดทนต่อ เพราะมั่นใจในรสชาติ และคิดว่าขอแค่มีคนเข้ามาลองรับประทานสักครั้ง รับรองว่าจะต้องกลายเป็นลูกค้าประจำกันไปในที่สุด

“ตอนนั้นใช้ความ อดทนรออย่างเดียว ขาดทุนทุกวัน น้ำซุปทำใหม่ทุกเช้า ตกเย็นเหลือต้องเททิ้ง เสียดายก็เสียดาย แต่ไม่อยากเก็บไว้ พอย่างเข้าเดือนที่สาม คนเริ่มเข้ามาลองแล้วกลับมาทานใหม่ ทำให้มีลูกค้าประจำกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นกำลังใจสำคัญให้สู้ต่อจนถึงวันนี้” คุณเปิ้ล เล่ายิ้มๆ

เกี่ยว กับภารกิจประจำวัน ศิษย์เก่าศูนย์อาชีพฯ ท่านนี้ บอกว่า เริ่มตั้งแต่ตีห้าครึ่ง ด้วยการไปจ่ายตลาดซื้อของสด ส่วนผู้ช่วย 1 คนจะรออยู่ที่ร้าน ตั้งน้ำรอให้เธอมาปรุงรสน้ำซุป ทำหมูแดง-หมูกรอบ หากตกบ่ายหมูกรอบเริ่มเหนียวจะต้องตั้งกระทะทอดกันใหม่ เพราะต้องการให้ลูกค้าได้รับประทานหมูทอดกรอบ ใหม่ๆ เท่านั้น

“หาก มีลูกค้าเข้ามาทาน 10 คน ชอบก๋วยเตี๋ยวสไตล์ของร้านชานกรุง 7 คน คิดว่าประสบความสำเร็จแล้ว ทุกวันนี้ยังลวกเส้นเอง ทำหมูแดง หมูกรอบ เองทั้งหมด ยังไม่อยากปล่อยให้ลูกน้องทำ เพราะอยากให้คนเข้ามาทานแล้วประทับใจ” คุณเปิ้ล บอกจริงจัง

เคล็ดลับจากวิทยากร

ใช่หาที่ไหนง่ายๆ

เมื่อ ถามถึงอุปสรรคในกิจการ คุณเปิ้ลถอนใจเฮือกใหญ่ ก่อนบอก ทุกวันนี้เหนื่อยมาก เพราะต้องทำหน้าที่ทุกอย่างในร้าน แทบไม่มีเวลาพักผ่อน ต้องนอนดึกตื่นเช้า จึงอยากได้ผู้ช่วยที่วางใจได้ ซึ่งตอนนี้กำลังมองหาอยู่ แต่การจะได้ผู้ร่วมงานที่ถูกใจนั้นเป็นเรื่องยากอยู่เหมือนกัน

“อัน ที่จริงงานประจำที่เคยทำมาก็สบายดี ทำแค่หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเสร็จแล้วแล้วกัน ส่วนธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวนี้ แม้จะเหนื่อยแต่หวังผลได้ในระยะยาว ในอนาคตอาจกลายเป็นธุรกิจของครอบครัว เมื่อเดินหน้ามาแล้วต้องเดินต่อด้วยความไม่ประมาท เคยท้อมาหลายครั้ง แต่เห็นร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางเขายังอยู่ได้ รสชาติของเราก็ไม่ด้อย จึงคิดว่าน่าจะอยู่ได้เหมือนกัน” คุณเปิ้ล บอกอย่างนั้น

และตาม ธรรมเนียมของคอลัมน์นี้ ที่ต้องให้ศิษย์เก่า เอ่ยติหรือชม ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน สักเล็กน้อย คุณเปิ้ลบอก ไม่มีอะไรจะติ มีแต่คำชม เพราะการได้มาอบรมที่ศูนย์อาชีพฯ นี้ เหมือนได้มาเปิดโลกทรรศน์ด้านการทำอาหาร

จากเดิมที่เคยคิดว่ามีอยู่ แค่มุมเดียว ยกตัวอย่าง การทำน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว ที่คนทั่วไปอาจเข้าใจว่าใส่แค่รากผักชีก็พอ แต่เมื่อวิทยากรแนะเคล็ดลับให้ควรใส่เครื่องปรุงชนิดอื่นเพิ่ม ทำให้ความหอมชวนหิวเกิดขึ้นทันที ซึ่งความรู้ดังว่ามานี้ ใช่จะถามหาจากใครได้ง่ายๆ

“วิทยากรทุกท่าน ให้แง่คิดที่ดีหลายด้านนอกเหนือจากวิชาความรู้ซึ่งถ่ายทอดแบบหมดเปลือก นึกถึงตอนที่จะไปเรียนทำก๋วยเตี๋ยวปลาที่เขาเรียกเก็บ 20,000 บาท แต่มาอบรมที่มติชน เสียแค่พันกว่าบาทต่อ 1 วิชา”

“ทุกวันนี้ไม่ เคยอายถ้าใครถามว่าไปเรียนมาจากไหน บอกเสียงดังเลยว่าเรียนมาจากมติชน เวลามีคนมาขอสูตร มักบอกให้ไปเรียนเองที่มติชน ได้ประโยชน์มากจริงๆ” คุณเปิ้ล กล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างนั้น

ท่านใดอยากอุดหนุน ก๋วยเตี๋ยว “ชานกรุง” มุ่งหน้าไปได้ที่พัทยา ถนนสายริมทางรถไฟ แต่ถ้าไม่แน่ใจเส้นทาง สอบถามได้ที่ คุณเปิ้ล โทรศัพท์ (089) 810-1203 ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


  • Anti Aging: What's up, just wanted to mention, I enjoyed this article. It was funny. Keep on posting!
  • ชมพู่: น่ารักอ่ะพีพลอยเดี่ยววางๆจะไปหาน่ะ คิดถึงแม่เกด คิด
  • Kathy: Very quickly this website will be famous among all blog visitors, due to it's nice posts

หมวดหมู่

%d bloggers like this: