โรงเชือดหมู เครือเบทาโกร ที่เมืองพัทลุง ผลิตเนื้อหมูอนามัย ไฮมีท ได้สัญลักษณ์ “คิว” (Q : Quality)

วันที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 22 ฉบับที่ 482

ผ่านทางมติชนกรุ๊ป : หนังสือพิมพ์และนิตยสารในเครือมติชน.

เทคโนโลยีปศุสัตว์

ภาวิณี สุดาปัน

โรงเชือดหมู เครือเบทาโกร ที่เมืองพัทลุง ผลิตเนื้อหมูอนามัย ไฮมีท ได้สัญลักษณ์ “คิว” (Q : Quality)

“พอ ศอสองพันห้าร้อยสี่ ผู้ใหญ่ลีตีกองประชุม ชาวบ้านต่างมาชุมนุม มาประชุมที่บ้านผู้ใหญ่ลี ต่อไปนี้ผู้ใหญ่ลีจะขอกล่าว ถึงเรื่องราวที่ได้ประชุมมา ทางการเขาสั่งมาว่า…ทางการเขาสั่งมาว่า… ให้ชาวนาเลี้ยงเป็ดและสุกร ฝ่ายตาสีหัวคลอน ถามว่าสุกร นั้นคืออะไร ผู้ใหญ่ลีลุกขึ้นตอบทันใด… ผู้ใหญ่ลีลุกขึ้นตอบทันใด…สุกรนั้นไซร้ คือ หมาน้อยธรรมดา…หมาน้อย หมาน้อย ธรรมดา” นี่คือ เนื้อเพลงที่ผู้เขียนเคยได้ยินและได้ฟังมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ แต่ยังไม่รู้ความหมาย แต่พอโตขึ้นก็พอจะเดาความหมายได้ตามเนื้อเพลง จึงอยากนำเรื่อง…หมู หมู…มาเล่าสู่กันฟัง

หลายท่านคงมิทราบ ถึงแหล่งกำเนิดหรือที่มาที่ไปของเนื้อหมูแปรรูปที่เรารับประทานกันอยู่ทุก วัน…ว่ามาจากไหน…ใครเป็นคนเชือด…เชือดอย่างไร ผู้เขียนเชื่อว่า…ผู้บริโภคก็คงไม่มานั่งนึกถึงแหล่งที่มาของเนื้อหมูที่ เรารับประทานกันหรอก…แต่ก็ยังมีกลุ่มผู้บริโภคอีกหลายกลุ่มที่คำนึงถึง ความสะอาดและคุณภาพของเนื้อหมูที่ซื้อหามารับประทานเช่นกัน

ย้อนไป สมัยเมื่อยังเด็ก…เวลามีงาน (ในเขตชนบท) เทศกาลงานบวช งานแต่ง งานขึ้นบ้านใหม่ งานศพ เป็นต้น ชาวบ้านในแถบชนบทจะต้องใช้เนื้อเพื่อนำมาปรุงอาหารเลี้ยงคนในหมู่บ้าน ญาติสนิท มิตรสหาย ที่มาร่วมงาน หากมีงานบ้านไหน บ้านนั้นเป็นอันต้องล้มวัว ล้มหมู นี่แหละคือ จุดกำเนิดของการเชือดหมูในอดีตที่หาดูได้น้อยมากในยุคปัจจุบัน ชาวบ้านจะใช้วิธีการแบบบ้านๆ ไม่ได้คำนึงถึงความสะอาด หลักสุขภาพอนามัยอะไร…เมื่อซื้อหมูเป็นมาก็จะนำเข้าป่าใช้กระสอบป่านคลุม หัวแล้วใช้ไม้ทุบให้สลบ (ผู้เขียนได้รู้ได้เห็นมาจากประสบการณ์ตรงเมื่ออาศัยอยู่บ้านเกิด)

จึง หามหมูมาขึ้นเตียงสำหรับเชือด จากนั้นใช้มีดปลายแหลมแทงบริเวณคอตัดเส้นเลือดใหญ่ แล้วนำถังมารองเลือดเพื่อนำไปปรุงอาหารต่อไป การแต่งกายของคนเชือดก็นุ่งผ้าขาวม้า ถอดเสื้อ จากนั้นก็นำน้ำร้อนที่ต้มไว้มาราดลงบนตัวหมู ใช้มีดขูดขนหมูออกจนเกลี้ยง พอเสร็จก็ชำแหละผ่าท้อง ควักเครื่องใน ตับ ไต ไส้พุงออก แล้วกองๆ รวมกันไว้ ขั้นตอนต่อไปก็ฉีดน้ำทำความสะอาด ชำแหละหมูออกเป็นชิ้นๆ ซี่โครง เนื้อสัน เนื้อสะโพก หัวหมู เก็บแยกกันไว้ บางบ้านนำไปเก็บไว้บนเล้า (ยุ่งฉางสำหรับใส่ข้าว) เพราะไม่มีอุปกรณ์เก็บ พอเช้าขึ้นมาก็นำไปปรุงอาหาร บางทีคนฆ่าก็เปิบเนื้อหมูดิบๆ ตำน้ำพริก จิ้มกับเนื้อหมูดิบรับประทานกันสดๆ ตามด้วยเหล้าขาวสาดล้างคอพอให้หายคาว ไปบ้านไหนก็เจอบ้านนั้น…

ปัจจุบัน รูปแบบการฆ่าสัตว์ได้พัฒนามาสู่ระดับที่ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน คือโรงเชือดแบบใช้กระทะใบบัว พบเห็นได้ทั่วไปตามโรงงานฆ่าหมูในปัจจุบันที่ยังไม่ได้มาตรฐาน เนื้อก็จะถูกส่งขายตามตลาดสดบ้าง ตามห้างสรรพสินค้าบ้าง ทุกคนก็บริโภคกันตามปกติ ไม่ได้เจ็บป่วยอะไร ผู้เขียนเองก็รับประทานเนื้อหมูจากตลาดสดทุกวัน…

ต่อไปจะนำเสนอ เกี่ยวกับเรื่องราวที่ได้พบเห็นโรงงานแปรรูปสุกรพัทลุง ซึ่งได้สัญลักษณ์ “คิว” จากกรมปศุสัตว์ และได้รับรางวัลโรงฆ่าสัตว์สะอาด อันดับ 1 ของประเทศ ส่วนผู้อ่านจะตัดสินใจอย่างไรนั้น…คงต้องลองถึงจะรู้ เหมือนกับสุภาษิตไทยความว่า… สิบปากว่า ไม่เท่าหนึ่งตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่าหนึ่งมือคลำ…

คุณณรงค์ชัย ศรีสันติแสง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายธุรกิจภูมิภาคและธุรกิจอาหารสัตว์ เครือเบทาโกร กล่าวว่า เครือเบทาโกร โดย บริษัท เบทาโกรภาคใต้ จำกัด ได้เข้ารับสัมปทานพื้นที่โรงงานแปรรูปสุกรเทศบาลเดิมจากเทศบาลเมืองพัทลุง ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2551 เพื่อปรับปรุงโรงงานแปรรูปสุกรเทศบาลเดิมให้เป็นโรงงานแปรรูปที่ได้มาตรฐาน ตามที่กรมปศุสัตว์รับรอง และไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในชุมชน เพื่อให้ผู้บริโภคในพื้นที่ภาคใต้ ได้บริโภคเนื้อสัตว์ที่มีคุณภาพและปลอดภัย อีกทั้งยังเป็นการสร้างงาน และส่งเสริมเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในพื้นที่ให้มีรายได้ โดยสุกรที่ส่งเข้าโรงงานแปรรูปแห่งนี้จะมาจาก คอนแทรกฟาร์มของเครือฯ ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง นครศรีธรรมราช สงขลา และตรัง

เบ ทาโกร เข้าสัมปทานโรงงานฆ่าหมูของเทศบาลจังหวัด ใช้เงินทุนในการบริการจัดการทั้งหมดประมาณ 50 ล้านบาท ตั้งแต่เริ่มการผลิต คาดว่าประมาณ 3 ปีขึ้น ก็จะสามารถคืนทุนให้กับบริษัทได้ ซึ่งผู้รับผิดชอบในการบริหารจัดการ บริษัท เบทาโกรภาคใต้ จำกัด คือ คุณไตรรัตน์ ทองปลอด ผู้อำนวยการภาค บริษัท เบทาโกรภาคใต้ จำกัด เครือเบทาโกร โดยมี คุณนครินทร์ ต่างวิริยกุล ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทั่วไป

คุณไตรรัตน์ ทองปลอด เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะเข้าสัมปทานโรงงานฆ่าสัตว์ของเทศบาลจังหวัดพัทลุง บริษัทใช้เวลาในการดำเนินการศึกษาหาข้อมูลเป็นเวลากว่า 6 เดือน จึงเริ่มดำเนินการเข้าสัมปทานโรงฆ่าสัตว์จังหวัดพัทลุง ซึ่งชื่อใหม่ในปัจจุบันนั้นคือ โรงงานแปรรูปสุกรพัทลุง บริษัทได้ทำสัญญาเช่ากับเทศบาลจังหวัดเป็นเวลา 20 ปี ผลประโยชน์ที่เทศบาลจังหวัดจะได้รับ คือ ค่าเช่าจากบริษัทตามสัญญา ค่าเชือดหมู ในราคา 28 บาท ต่อตัว ได้รับเกียรติในเรื่องการบริโภคเนื้อหมูที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน

หลัง จากสิ้นสุดสัญญาแล้ว โรงเรือนและอุปกรณ์ทุกอย่างก็จะกลับคืนเป็นของเทศบาลจังหวัดเช่นเดิม แต่ในความเป็นจริงแล้วเทศบาลน่าจะให้บริษัทดำเนินการต่อ เพราะทางเทศบาลยังขาดเงินทุนในการบริหารจัดการ กำลังการผลิต จึงทำให้ไม่สามารถบริหารโรงเชือดให้ได้มาตรฐานตามเดิม

ในปัจจุบัน จะมีโรงฆ่าสัตว์อยู่ทั่วทุกจังหวัด โดยจะตั้งอยู่ในเขตเทศบาลจังหวัด ซึ่งโรงเชือดของแต่ละเทศบาลก็จะถูกสัมปทานจากผู้ประกอบการเกือบทั้งนั้น เพราะเทศบาลเองไม่มีกำลังเงิน และกำลังคนในการบริหารจัดการ โดยมากบริษัทที่เข้าสัมปทานมักจะทำในรูปแบบสัญญาเช่าไม่เกิน 3 ปี ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้ในโรงเชือดก็เป็นอุปกรณ์เก่าที่เทศบาลใช้ ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบการบริหารจัดการงานของเบทาโกรโดยสิ้นเชิง…จะเล่าให้ ฟังในย่อหน้าถัดไป…

คุณณรงค์ชัย ศรีสันติแสง นำทีมงาน พร้อมด้วยคณะสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมโรงงานแปรรูปสุกรจังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปสุกรที่ได้รับรางวัลโรงฆ่าสัตว์สะอาด อันดับ 1 ของประเทศมาหมาดๆ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2553

การเตรียมตัวก่อนเข้าเยี่ยมชมโรงงาน มีวิธีการดังต่อไปนี้

เดิน เข้าห้องพักสำหรับแต่งตัว…ก่อนอื่นต้องถอดอุปกรณ์ประดับร่างกายออกทุกชนิด รวมทั้งนาฬิกาด้วย จากนั้นก็สวมผ้าปิดจมูก สวมหมวกคลุมผม ตามด้วยผ้าคลุมศีรษะ แล้วสวมชุดกาวน์สีขาวจนคร่อมเข่า สวมรองเท้าบู๊ต ขั้นต่อไปก่อนเข้าโรงงานต้องจุ่มเท้าผ่านน้ำยาฆ่าเชื้อ ฟอกมือด้วยสบู่เหลว ฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอล์

ในส่วนของการผลิตนั้น ประกอบด้วย ส่วนที่หนึ่งคือ ห้องพัก ส่วนที่สองคือ ห้องเชือด ส่วนที่สามคือ ห้องขึ้นไลน์ผ่าซาก

บริษัท ใช้วิธีการทำให้หมูสลบโดยการใช้ไฟฟ้าชอร์ต จากนั้นก็เชือดคอตัดตรงบริเวณเส้นเลือดดำทันที ต่อไปก็เข้าสู่กระบวนการทำความสะอาดร่างกาย ปั่นขน เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการนี้ หมูทุกตัวจะถูกเกี่ยวขาแขวนลำเลียงไปยังห้องถัดไป พนักงานก็จะเชือดบริเวณคอ (พนักงานแต่ละคนต่างทำหน้าที่คนละอย่าง) พนักงานคนถัดไปทำหน้าที่ในการคว้านลำไส้บริเวณโคนหางจากนั้นก็ผ่าท้องจากตรง กลางระหว่างขาหลังจนถึงบริเวณอก ควักเอาเครื่องใน ตับ ไต ไส้ พุง ออกมาให้หมด แยกระหว่างปอด ตับ ลำไส้ ลำเลียงไปยังอีกห้องหนึ่ง ลำดับถัดไปจะเป็นการผ่าซากหมูโดยใช้เลื่อยไฟฟ้าผ่าตรงกลางกระดูกสันหลังจน ถึงลำคอ ระหว่างผ่าซาก ก็จะชำระล้างหมูไปในตัวด้วย

สำหรับขั้นตอน การถอดหน้ากาก ตัดหัวหมู ลิ้น ใบหู แยกต่างห่างเพื่อนำไปแยกส่วนจำหน่ายอีกทีหนึ่ง เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการนี้แล้วพนักงานคนต่อไปก็จะตัดแต่งซาก เราอาจจะสังเกตเปอร์เซ็นต์ซากได้จากส่วนนี้ หมูก็จะถูกลำเลียงไปยังห้องเย็นเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแปรรูป และจำหน่าย

เครื่องในที่ถูกส่งมาจะถูกคัดแยกออกจากกัน เพื่อบรรจุถุงพร้อมติดสติ๊กเกอร์ วัน เดือน ปี การผลิต สำหรับตลาดการจำหน่ายเครื่องในมีทั้งพ่อค้าแม่ค้าจากตลาดสด ลูกค้าโดยส่วนใหญ่อยู่ในเขตภาคใต้ทั้งหมด ได้แก่ กระบี่ ภูเก็ต นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง เป็นต้น

ซากหมูจะถูกส่งเข้ามายังห้อง ชำแหละ ตัดแยกเป็นชิ้นส่วน ซึ่งใช้พนักงานกว่า 20 คน แต่ละคนแต่งกายด้วยชุดขาวคลุมกายมิดชิด ไลน์การชำแหละพนักงาน 1 คน ก็ทำหน้าที่ 1 อย่าง เช่นกัน มีอุปกรณ์สำหรับการตัดแยกชิ้นส่วนเนื้อเป็น ขาหมู สันนอก สะโพกหมู สันคอ ซี่โครง สามชั้น เนื้อแดง เนื้อไหล่ เป็นต้น เรียกได้ว่าทุกชิ้นส่วนแม้แต่เศษเล็กเศษน้อยก็ไม่มีเหลือทิ้ง ภายในห้องชำแหละมีเครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัยครบครัน นอกจากนี้ ก็มีการบรรจุผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “ไฮมีท” ด้วย ส่งเข้าห้องเก็บสินค้า เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการจำหน่าย

แหล่งจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ เนื้อหมูอนามัย ไฮมีท (คือเนื้อหมูที่มีสารปนเปื้อน แต่มีปริมาณที่ไม่เกินจุดวิกฤตตามหลักของ HACCP; Hazard Analysis Critical Control Point กำหนด) ร้านเบทาโกร ช็อป จำนวน 8 สาขา ทั่วเขตภาคใต้ ตามออเดอร์ของลูกค้า ห้างสรรพสินค้าชั้นนำของประเทศ ตลอดจนร้านอาหารขึ้นชื่อของภาคใต้ ได้แก่ ร้านโชคดีแต่เตี้ยม ร้านหลานตาชู ภัตตาคารต่อฮวด ร้านข้าวหมูแดงแสงทอง ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นถนัดศรี เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารขึ้นชื่ออื่นๆ อีก ที่ไม่ได้กล่าวถึง นำไปแปรรูปเป็นอาหารเพื่อจำหน่าย

สำหรับบริเวณรอบๆ โรงงานจะมีบ่อไบโอก๊าซเพื่อผลิตพลังงานขึ้นใช้ แต่ยังไม่เพียงพอ และบ่อบำบัดน้ำเสียเพื่อปล่อยออกสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ซึ่งไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสภาพแวดล้อม

ผู้อำนวยการภาค บริษัท เบทาโกรภาคใต้ จำกัด กล่าวอีกว่า โรงงานแปรรูปสุกรพัทลุงเชือดหมูเพียงกะเดียว คือ 8 ชั่วโมง ต่อวัน วันละ 240 ตัว มีปริมาณสุกรขุนเดือนละ 23,000 ตัว มีพนักงานจำนวน 140 คน โดยมากจะเป็นคนในพื้นที่ หมูที่ส่งเข้าโรงเชือด จำนวน 5,600 ตัว ที่เหลือเป็นการจำหน่ายหมูมีชีวิต

บริษัทมีฟาร์มปู่ ย่า พันธุ์เป็นของตนเอง และใช้ระบบคอนแทรกฟาร์มในรูปแบบโครงการจ้างเลี้ยง มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ จำนวน 200 คน เฉพาะฟาร์มหมู ส่วนฟาร์มไก่ก็มีเกษตรกรเข้าร่วม จำนวน 200 คน เช่นกัน

เกษตรกรที่ เข้าร่วมโครงการจ้างเลี้ยงสุกร โดยมากจะเป็นเกษตรกรในเขตภาคใต้ ซึ่งบริษัทจะเป็นผู้ดูแลในเรื่องเงินทุนค่าอาหาร และการจัดการทั้งหมด เกษตรกรมีที่ดิน โรงเรือน เป็นของตนเอง โรงเรือนทุกโรงเรือนที่เข้าร่วมโครงการจะต้องผ่านการตรวจสอบจากกรมปศุสัตว์ และได้รับสัญลักษณ์ “คิว” เกษตรกรมีหน้าที่ในการจัดการเลี้ยง รายได้ที่ได้ต่อตัว ตกอยู่ประมาณ 500 บาท พันธุ์หมูเบทาโกรจะเป็นผู้จัดการส่งลูกหมูหย่านมให้ เกษตรกรเลี้ยงหมูอายุประมาณ 5 เดือนขึ้น ก็สามารถจำหน่ายได้ น้ำหนักมาตรฐานที่ทางบริษัทรับซื้อต้อง 100 กิโลกรัมขึ้น แต่ต้องไม่เกิน 120 กิโลกรัม อัตราการเลี้ยงรอดต้องไม่ต่ำกว่า 96 เปอร์เซ็นต์ ถึงจะดี

สำหรับ ปัญหาและอุปสรรคในการเลี้ยงหมูในเขตภาคใต้ มักไม่ค่อยมีปัญหา แต่จะมีปัญหาในเรื่องปัญหาความขัดแย้งในเขต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนในเรื่องการตลาดผู้บริโภคในเขตภาคใต้มีรายได้ต่อหัวสูง มีกำลังการซื้อสูงด้วย แต่อาชีพหลักของเกษตรกรในเขตภาคใต้คือ การทำสวน ทำเหมืองแร่ ทำการประมง ส่วนการเลี้ยงหมูนั้นมักทำเป็นอาชีพเสริม ดังนั้น ผู้บริโภคเนื้อหมูจึงมีปริมาณมาก ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค

ร้าน เบทาโกร ช็อป เป็นร้านประจำสาขาของบริษัท ที่มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ได้แก่ เนื้อหมูอนามัย ไฮมีท เบคอน ไส้กรอก ฮ็อตดอก คอกเทล ขาหมู ซี่โครง สันคอ สะโพกหมู สามชั้น เนื้อไหล่ แฮม นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์จากไก่ ดังนี้ น่องล้วน เนื้ออก น่องติดสะโพก ปีกบน และไข่ไก่ หากท่านใดสนใจ ลองเข้าไปแวะชม หรืออุดหนุนสินค้ากันได้ตามร้านเบทาโกร ช็อป ทั่วประเทศ หรือตามห้างสรรพสินค้าที่มีผลิตภัณฑ์จากฟาร์มเบทาโกร หรือติดต่อสอบถามได้ที่ เบอร์โทร. (074) 221-0135 บริษัท เบทาโกร ภาคใต้ จำกัด

เกี่ยวกับเบทาโกร

เครือ เบทาโกร เป็นกลุ่มบริษัทชั้นนำของประเทศที่ดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหาร ครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่อาหารสัตว์ ปศุสัตว์ ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพสัตว์ และผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพเพื่อการส่งออกและจำหน่ายในประเทศ ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้หลากหลาย ภายใต้แนวคิด “เพื่อคุณภาพชีวิต” โดยมีบริษัทในเครือกว่า 31 บริษัท และพนักงานมากกว่า 21,000 คน ประจำอยู่ทั่วภูมิภาคของประเทศและในต่างประเทศ

บริษัท เบทาโกรภาคใต้ จำกัด ก่อตั้งเมื่อ ปี 2532 ดำเนินธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมครบวงจร ได้แก่ การผลิตและการจำหน่ายอาหารสัตว์ ปศุสัตว์ ผลิตภัณฑ์อาหาร ดำเนินโครงการจ้างเลี้ยงไก่และสุกร โดยมีโรงงานอาหารสัตว์ ฟาร์ม โรงงานแปรรูปไก่และสุกร สำนักงาน สาขา และร้านค้าส่งครอบคลุมพื้นที่ในเขตจังหวัดภาคใต้

About these ads

เกี่ยวกับ SoClaimon
สุทิน คล้ายมนต์; Sootin Claimon; สอ คล้ายมนต์; SoClaimon; Bangkok Thailand; KU23,1963; NCSU USA,1974; SoilFertilizer; ชมรมดินปุ๋ยบนเว็บ; ทำบล็อกแรก วันที่ 26 กันยายน 2552 เวลา 17.48 น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: