ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย ที่เกี่ยวข้อง

กลยุทธ์นักประชาสัมพันธ์มืออาชีพ มิถุนายน 6, 2010

24 พฤษภาคม 2553 เวลา 19:58 น.

ผ่านทางกลยุทธ์นักประชาสัมพันธ์มืออาชีพ.

พีอาร์ไม่แค่เป็นคนสวยหรือพูดจาเก่งก็เพียงพอ ซึ่งความจริงงานพีอาร์เป็นงานระดับการวางกลยุทธ์และต้องใช้การสื่อสารโน้ม น้าวใจขั้นสูง นักพีอาร์มืออาชีพนั้นต้องเป็นระดับนักวางแผนตัวยง

โดย…ชุติมา สุวรรณเพิ่ม

งานวงการประชาสัมพันธ์หรือที่เรียกกันคุ้นหูว่า งานพีอาร์ มาจากคำว่า Public Relations กำลังเป็นงานมาแรงแซงทุกโค้งหนุ่มสาวเทรนดี้ที่อยากเข้ามาชิมลางงานวงการนี้ ที่มีงานชุก! เงินสะพัด!!! เชาวนี พันธุ์พฤกษ์ ประชาสัมพันธ์รุ่นใหญ่ผู้เขียนหนังสือพีอาร์หัวเห็ด มีคำแนะนำ

คนสวย พูดเก่ง คุณสมบัติแค่นี้ไม่พอ!!!

“อย่ายึดติดกับทฤษฎีหรือตำราเท่านั้น” เชาวนี แนะเคล็ดลับแรก และอธิบายว่า ทฤษฎีหรือตำราการเรียนด้านนิเทศศาสตร์เป็นเพียงแนวทางเท่านั้น แต่คนที่จะก้าวหน้าหรือประสบความสำเร็จในฐานะนักพีอาร์มืออาชีพนั้นต้องมี ความคิดสร้างสรรค์อยู่ตลอดเวลาและรู้จักการ Apply สิ่งต่างๆ และเทรนด์ใหม่ๆ ทางการสื่อสาร และประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมในแต่ละโอกาส จึงเป็นที่มาของ “การเป็นนักพีอาร์แบบไม่มีขีดจำกัดในเชิงทฤษฎี”

ภาพ ประกอบเรื่อง

“พีอาร์ไม่แค่เป็นคนสวยหรือพูดจาเก่งก็เพียงพอ ซึ่งความจริงงานพีอาร์เป็นงานระดับการวางกลยุทธ์และต้องใช้การสื่อสารโน้ม น้าวใจขั้นสูง นักพีอาร์มืออาชีพนั้นต้องเป็นระดับนักวางแผนตัวยง และเป็นนักวางกลยุทธ์ที่เชี่ยวชาญ ดิฉันคิดว่าวันนี้ทุกวิชาชีพควรนำศาสตร์ด้านงานพีอาร์มาประยุกต์ใช้ในการทำ งาน เพราะทุกวันนี้โลกของเราคือโลกของการสื่อสาร คุณไม่สามารถประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานเลยถ้าคุณพูดไม่เป็นหรือเขียน ไม่เป็น”

ทำงานพีอาร์ต้องรู้จักประยุกต์ใช้ศาสตร์ (วิชาความรู้) และศิลป์ (ประสบการณ์) ให้เหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ งานพีอาร์ไม่มีอะไรตายตัว ไม่มีถูกไม่มีผิด เพราะฉะนั้นการทำงานอย่ายึดมั่นกับมุมมองของตนเอง โดยเอามุมมองของเราไปตัดสิน บางครั้งต้องยอมรับมุมมองของคนอื่นโดยเฉพาะเป็นมุมมองของคนส่วนใหญ่

“การสร้างความสัมพันธ์กับคน ถ้าเราอวดฉลาดบางครั้งก็เป็นที่หมั่นไส้ของคน การสื่อสารอาจไม่สัมฤทธิผล ดิฉันสังเกตพบว่าหลายคนที่ประสบความสำเร็จในงานพีอาร์เป็นเด็กที่ไม่ใช่ เรียนเก่ง แต่กลับเป็นเด็กที่ทำกิจกรรมที่รู้จักการปรับตัวสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่น ยอมรับความคิดเห็นของคนอื่น เพราะต้องยอมรับว่าบางครั้งเด็กเรียนเก่งมักจะมีอีโก้เป็นของตนเอง และยึดมั่นในหลักทฤษฎี จึงทำให้ความคิดถูกครอบคลุมอยู่กับกรอบไม่สามารถคิดสร้างสรรค์นอกกรอบได้” เชาวนี กล่าว

คิดสร้างสรรค์ พูดเป็น-เขียนเป็น

หากคุณไม่คิดสร้างสรรค์โครงการ กิจกรรม หรือข่าวของคุณก็จะธรรมดา ไม่เกิดกระแสหรือความสนใจให้สื่อมวลชนหรือสาธารณชนสนใจ แต่หากถามว่ากลยุทธ์และเคล็ดลับเด็ดๆ ของงานพีอาร์คืออะไร? ก็คงตอบว่าอยู่ที่ตัวนักพีอาร์เองว่า “พูดเป็น เขียนเป็น” ไหม? คืออะไรหรือก็คือว่าหากคุณเป็นนักพีอาร์เคยถามตัวเองไหมว่าคุณถือว่าเป็นคน พูดเป็นไหม?

“คนพูดเป็นไม่ใช่คนพูดเก่งนะคะ  พูดเป็นหมายถึงคนที่สามารถพูดโน้มน้าวใจคนได้ พูดแล้วสร้างความน่าเชื่อถือ ที่สำคัญต้องมีเสน่ห์ในการพูด ซึ่งคนที่มีเสน่ห์ในการพูดเหมาะอย่างยิ่งกับการเป็นนักพีอาร์ ‘เขียน|เป็น’ ต้องสามารถเขียนโน้มน้าวใจให้คนอ่านรู้สึกอิน เห็นด้วย และคล้อยตามในสิ่งที่นัก|พีอาร์ต้องการ งานเขียนของนักพีอาร์มีหลายลักษณะ แต่ที่ถือว่าสุดยอดของงานเขียนพีอาร์ที่ยากที่สุดคือ การเขียนสุนทรพจน์ ซึ่งจะนำไปสู่การเป็นนักพีอาร์ที่ก้าวสู่อีกระดับในฐานะผู้มีส่วนกำหนดทิศ ทางการสื่อสารขององค์กรไม่ใช่แค่งาน Support Function เพราะงานของคุณจะไม่ประสบความสำเร็จเลยถ้าคุณไม่สามารถเป็นผู้ขับเคลื่อนทิศ ทางการสื่อสารขององค์กร” เชาวนี กล่าว

กลยุทธ์ “การพูดเป็นและเขียนเป็น” ไม่ใช่เป็นแค่กลยุทธ์ของนักพีอาร์เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงในการทำงานทุกวันนี้คนที่จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การ งานทุกสาขาวิชาชีพ

ข้อเสนอแนะงานพีอาร์

วันนี้คงไม่สามารถเป็นแค่งานพีอาร์อย่างเดียวได้ แต่จะต้องเป็นการผสมผสานโดยใช้หลักการสื่อสารแบบบูรณาการมาประยุกต์ใช้ โดยใช้จุดเด่นของการสื่อสารแต่ละด้านมาประยุกต์ใช้ เช่น การโฆษณาเชิงงานประชาสัมพันธ์ เป็นต้น วันนี้นักพีอาร์จึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่นักพีอาร์ แต่หากนักพีอาร์ต้องการยกระดับเป็นนักวางกลยุทธ์ก็ต้องอยู่ในฐานะนักสร้างแบ รนด์องค์กรด้วย

และอีกประเด็นหนึ่งในวันนี้จะเห็นบทบาทของนักพีอาร์ที่นำกิจกรรม CSR มาใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร จึงทำให้หลายครั้งงาน CSR เกิดข้อกังขาว่าองค์กรนั้นดำเนินงาน CSR แบบต้องการช่วยเหลือสังคมจริงๆ หรือใช้งาน CSR เป็นเครื่องมือในการสร้างภาพลักษณ์ หาก|ในมุมมองของดิฉันในฐานะนักพีอาร์ มองว่าการดำเนินกิจกรรม CSR นั้นไม่ว่าจะมีวัตถุประสงค์ใด แต่ถ้าประโยชน์เกิดกับสังคมนั้นก็ย่อมเป็นสิ่งที่ดีทั้งสิ้น เพียงแต่การดำเนินกิจกรรม CSR นั้นต้องไม่ใช่เพื่อแก้ปัญหาที่เป็นภาวะวิกฤตหรือกรณีฉุกเฉินแล้วนำการช่วย เหลือสังคมมาบังหน้า

เพราะนี่ไม่ใช่การดำเนินกิจกรรม CSR ที่บอกว่าช่วยเหลือสังคม แต่ทำเพราะเพื่อปิดบังความผิดหรือความทุจริตขององค์กรหรือของตนเอง เพราะ CSR คือเครื่องมือที่นักพีอาร์สามารถนำมาใช้สร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร สร้างความเชื่อถือและศรัทธาให้กับองค์กร เพื่อเป็นเกราะป้องกันในอนาคตหากองค์กรเกิดเหตุฉุกเฉินโดยไม่ได้ตั้งใจ

About these ads
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s