ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย ที่เกี่ยวข้อง

บีทีเอสบริการเวลาปกติเริ่มวันนี้

29 พฤษภาคม 2553, 07:50 น.

ผ่านทางบีทีเอสบริการเวลาปกติเริ่มวันนี้ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_86014

รถไฟฟ้าบีทีเอส ประกาศให้บริการตามปกติในเวลา 06.00-24.00 น. และจอดรับส่งทุกสถานี เริ่ม 29 พ.ค.นี้…

วันที่ 29 พ.ค. 2553 ดร.อาณัติ  อาภาภิรม กรรมการบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากสถานการณ์ในขณะนี้ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ  ดังนั้น บริษัทฯ จึงเปิดให้บริการเดินรถไฟฟ้าบีทีเอสตามปกติในสายสุขุมวิท ตั้งแต่สถานีหมอชิตถึงสถานีอ่อนนุช และ สายสีลม จากสถานีสนามกีฬาแห่งชาติถึงสถานีวงเวียนใหญ่ ตั้งแต่เวลา 06.00-24.00 น. ทุกวัน ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่ วันเสาร์ที่ 29 พ.ค. 2553 เป็นต้นไป

บริษัทฯ ต้องขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และ ขอขอบคุณผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสทุกท่าน ที่เข้าใจถึงความจำเป็นกรณีต้องปรับเปลี่ยนเวลาการเดินรถ ซึ่งบริษัทฯ ยังคงยืนยันในเป้าหมายที่จะให้บริการรถไฟฟ้าที่สะดวก รวดเร็ว และคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นสิ่งสำคัญ

สอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ฮอตไลน์บีทีเอส โทร. 0-2617-6000  และ 0-2617-730 หรือ http://www.bts.co.th และ http://twitter.com/BTS_SkyTrain

พฤษภาคม 31, 2010 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , | ให้ความเห็น

วิกฤติยุโรปซ้ำเติมหุ้น-ค่าเงิน

29 พฤษภาคม 2553, 06:00 น.

ผ่านทางวิกฤติยุโรปซ้ำเติมหุ้น-ค่าเงิน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_85999

เศรษฐพุฒิ  -  วิศิษฐ์

“เศรษฐพุฒิ-วิศิษฐ์” วิเคราะห์วิกฤติหนี้ยุโรปปัญหาต่ำชั้นวิกฤติซับไพร์ม แต่ยอมรับช่วงสั้น นักลงทุนจะเทขายหุ้นทั่วโลกไปอีกระยะหนึ่ง รวมทั้งตลาดหุ้นไทย วิ่งหาสินทรัพย์ปลอดภัย ดอลลาร์-ทองคำ แต่เชื่อว่าหุ้นไทยจะทรุดไม่มากเพราะพื้นฐานยังดี และอนาคตเงินจะวิ่งจากยุโรกลับมาเอเชีย…

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวถึง ปัญหาวิกฤติหนี้ยุโรปที่กำลังลุกลามมากขึ้นรอบนี้ ประเมินว่า ความเสียหายจะน้อยกว่าหรือต่ำกว่าวิกฤติซับไพร์มที่เป็นต้นเหตุวิกฤติ เศรษฐกิจสหรัฐฯ เพราะขนาดสินเชื่อและขนาดเศรษฐกิจสหรัฐฯมีมูลค่าที่ใหญ่กว่าเศรษฐกิจสหภาพ ยุโรป (อียู) และประเทศในยุโรปที่มีปัญหาขณะนี้ 4 ประเทศ มีขนาดเศรษฐกิจเพียง 15% ของจีดีพี กลุ่มประเทศยุโรปทั้งหมด  ทั้งนี้  ขนาดของจีดีพีสหรัฐฯ ณ สิ้นปี 52 อยู่ที่ 14.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ขนาดจีดีพี ของอียูรวมอยู่ที่ 12.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็น 86% ของจีดีพีสหรัฐฯ

“สิ่งที่คนกลัวขณะนี้ คือ ผลกระทบต่อธนาคารหรือสถาบันการเงิน ซึ่งพบว่าเจ้าหนี้ที่ถือพันธบัตรของ 4 ประเทศที่มีปัญหา และจำนวนเม็ดเงินของหนี้ ถือว่าไม่มากเมื่อเทียบ กับมูลหนี้หรือมูลค่าเงินที่เกิดความเสียหายในปัญหาซับไพร์ม เพราะรอบวิกฤติซับไพร์มโหดร้ายมาก แบงก์ขนาดใหญ่ของโลกล้มหายไปเยอะมากและล้มทุกวัน แต่คราวนี้คงมีแบงก์ล้มบ้าง แต่คงไม่มากและไม่ใหญ่เท่ารอบที่แล้ว”

นาย เศรษฐพุฒิระบุด้วยว่า  แม้วิกฤติหนี้ยุโรปไม่มีผลกระทบมากเท่ากับตอนวิกฤติ การเงินสหรัฐฯ แต่เชื่อว่าจะมีข่าวที่ไม่ดีที่มีผลต่อความเชื่อมั่นในตลาดการเงินและตลาด หุ้นออกมาเป็นระลอก ซึ่งจะทำให้นักลงทุนเกิดความไม่ไว้วางใจ ระแวงกัน ไม่กล้าลงทุน หรือไม่ปล่อยกู้ เพราะไม่รู้ว่าสถาบันการเงินไหนจะมีปัญหาจากการไปลงทุนหรือปล่อยกู้ให้กับ ประเทศที่มีปัญหา เช่น กรีซ เรารู้ว่าเจ้าหนี้รายใหญ่ของกรีซ คือฝรั่งเศสกับเยอรมนี แต่ไม่รู้ว่าสถาบันการเงินใดที่มีธุรกรรมกับสถาบันการเงินเยอรมนีและ ฝรั่งเศสบ้าง

กระทบเศรษฐกิจ ไทยไม่มาก

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย นายเศรษฐพุฒิกล่าวว่า คงไม่กระทบมากแต่ข่าวที่ไม่ดีต่างๆ จะทำให้คนกลัว และนักลงทุนเกิดความไม่มั่นใจ ทำให้ตลาดเงินและตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทยผันผวน จากการขายของนักลงทุนต่างชาติเพื่อไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูง แต่ตลาดหุ้นไม่น่าปรับตัวลงแรงมากเหมือนวิกฤติซับไพร์ม ทั้งนี้ ในช่วงวิกฤติซับไพร์ม ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงจากระดับสูงสุดที่ 915 จุดเมื่อวันที่ 29 ต.ค.50 ลงมาแตะจุดต่ำสุดที่ 384 จุด วันที่ 29 ต.ค.ปี 51 ลดลงถึง 531 จุด

“ตอนซับไพร์มหุ้นลงแรงเพราะคนกลัวแบงก์ล้ม แต่หลังรัฐบาลประเทศต่างๆ อัดเม็ดเงินออกมาและค้ำประกันหนี้จึงทำให้คนกลับมาเชื่อมั่น แม้คราวนี้ปัญหานี้จะเป็นของภาครัฐ แต่เชื่อว่าประเทศใหญ่ๆอย่างฝรั่งเศสและเยอรมนีที่มีฐานะการคลังแข็งแกร่งคง ไม่สะเทือนมาก ขณะที่ประเทศไทย เงินคงไม่ถึงขั้นไหลออกจากตลาดหุ้นในเอเชีย รวมทั้งไทยจนหมด และเงินดอลลาร์ก็ยังไหลเข้าไทยเยอะ   จากการส่งออกที่สูง และยังเกินดุลบัญชีเดินสะพัด ดังนั้น ค่าเงินและตลาดหุ้นคงไม่ถึงกับร่วงระเนระนาด”

เห็นโอกาสเงินยุโรปวิ่งกลับเอเชีย

ด้านนาย วิศิษฐ์ องค์พิพัฒน์กุล กรรมการบริหาร บล.ทรีนีตี้ ได้วิเคราะห์ความร้ายแรงวิกฤติ ซับไพร์มสหรัฐฯเทียบกับวิกฤติหนี้ยุโรปครั้งนี้ว่ามีความแตกต่างกัน 5 ปัจจัย ที่ทำให้เห็นว่า วิกฤติหนี้ยุโรปครั้งนี้รุนแรงและมีผลกระทบน้อยกว่าซับไพร์ม เพราะ 1. ช่วงเกิดวิกฤติซับไพร์ม ดอกเบี้ยทั่วโลกอยู่ในระดับสูง ทำให้ต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงต่อเนื่อง ทำให้ขณะนี้ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำและเกือบเป็นศูนย์

ขณะที่ 2. วงจรเศรษฐกิจขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงการฟื้นตัว แถม 3. ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับต่ำประมาณ 70 เหรียญฯต่อบาร์เรล เทียบกับในช่วงวิกฤติซับไพร์มราคาน้ำมันดิบขึ้นไปสูงถึง 130-140 เหรียญฯ ปัจจัยที่ 4. ขณะนี้มีเกิดแรงกดดันเงินเฟ้อ นอกจากนี้ 5. ช่วงวิกฤติซับไพร์มอสังหาริมทรัพย์กำลังตกต่ำทั่วโลก แต่ขณะนี้ได้ค่อยๆฟื้นตัวแล้วโดยได้ผลดีจากอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำด้วย

นาย วิศิษฐ์ยังเปรียบเทียบว่า ผลวิกฤติซับไพร์มสถาบันการเงินสหรัฐฯและของโลกล้มหาย ตายจากจำนวนมาก แต่วิกฤติหนี้ยุโรป หากเกิดกรณีเลวร้ายสุดคือ กรีซ, สเปน, โปรตุเกสและอิตาลี ไม่สามารถจ่ายหนี้ได้หรือเป็นหนี้สูญถึง 50% จะส่งผลกระทบต่อเงินทุนของระบบธนาคารในยุโรป  50%  ของเงินทุนทั้งหมด ซึ่งคิดเป็นเงินประมาณ 549,000 ล้านเหรียญฯ ส่วนกรณีซับไพร์มรัฐบาลสหรัฐฯต้องใช้เงินฟื้นฟูหนี้สถาบันการเงินต่างๆ สูงถึง 787,000 ล้านเหรียญฯ และด้วยปัจจัยต่างๆที่เป็นบวก คือ อัตราดอกเบี้ยต่ำ วงจรเศรษฐกิจยังเป็นขาขึ้น การพลิกฟื้นหรือแก้ ปัญหาต่างๆจะมีโอกาสดีกว่าช่วงวิกฤติซับไพร์ม

จี้รวมพลังอย่าให้ล้มครืน

สำหรับผลกระทบต่อ เงินทุนเคลื่อนย้ายนั้น มองว่าผลจากวิกฤติหนี้ยุโรปครั้งนี้ ระยะสั้นค่าเงินเหรียญฯมีโอกาสแข็งขึ้น เมื่อเทียบกับเงินสกุลยูโรและเงินเอเชีย เพราะนักลงทุนเริ่มมองหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัยสูง เช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯและทองคำ ส่วนการขายหุ้นที่ถือเป็นสินทรัพย์เสี่ยงออกมาคาดว่าจะไม่เกินปีหน้า สุดท้าย เงินทั่วโลกจะเริ่มออกมาหาแหล่งลงทุนในประเทศที่มีหนี้สาธารณะต่ำ และให้ผลตอบ แทนสูง ดังนั้น โอกาสที่จะไหลกลับมาลงทุนในเอเชีย (ซึ่งมีหนี้สาธารณะต่ำกว่ายุโรปมาก) และตลาดหุ้นไทยก็มีมากขึ้น แต่ที่ยังไม่เกิดขึ้นในปีนี้ เพราะขณะนี้นักลงทุนยังคงช็อก จึงมองหาที่ปลอดภัยไว้ก่อน ดังนั้น ปีนี้เงินทุนคงยังไม่ไหลกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย

“สิ่งที่ ประมาทไม่ได้ คือวิกฤติครั้งนี้ยังไม่ ถือว่าสิ้นสุด ตลาดหุ้นจึงยังไม่ปลอดภัย ต้องติดตามผลที่จะตามมาหลังจากนี้ปัญหากรีซจะคลี่คลายหรือไม่ เพราะปัญหาที่กำลังถูกจับตาขณะนี้ คือประเทศในยุโรปจะช่วยกันซื้อหรือลงทุนในพันธบัตรของประเทศสมาชิกกันเอง หากประเทศใดล้มก็อาจล้มเป็นโดมิโนซึ่งข่าวต่างๆที่จะออกมาหลังจากนี้ หากเป็นข่าวไม่ดีก็จะกระทบต่อทั้งตลาดหุ้นและตลาดการเงินยุโรป และของโลกเป็นระลอก ดังนั้นต้องรักษาไม่ให้เกิดโดมิโนเอฟเฟกต์ และความน่าเชื่อถือของหนี้ในยุโรป เพราะจะกระทบต่อเนื่องทั้งค่าเงินยูโร กระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายและตลาดหุ้นทั่วโลกด้วย”

พฤษภาคม 31, 2010 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , | ให้ความเห็น

ผู้ค้าเซ็นเตอร์วันคว้าง! หาที่ขายสินค้าไม่ได้ ร้อง “กอร์ปศักดิ์” อุ้ม!

29 พฤษภาคม 2553, 05:45 น.

ผ่านทางผู้ค้าเซ็นเตอร์วันคว้าง! หาที่ขายสินค้าไม่ได้ ร้อง “กอร์ปศักดิ์” อุ้ม! – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_86000

“กอร์ปศักดิ์” ตรวจพื้นที่สยามสแควร์ เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นเตอร์วัน หลัง ครม. เห็นชอบแผนเยียวยาและอนุมัติเงินบางส่วน สยามฯพร้อมรองรับความเดือดร้อน เจ้าของดอกหญ้า อนุสาวรีย์ฯ เจ๊ง 20 ล้าน ขอรัฐช่วยจ่ายเงินเดือนพนักงาน 1 เดือน รายย่อยเซ็นเตอร์วันร้องระงม    ความช่วยเหลือมาไม่ถึง…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 พ.ค. นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประกอบการและลูกจ้างที่ได้รับความเดือด ร้อนจากเหตุการณ์ การชุมนุม ได้เดินทางมาตรวจสถานที่บริเวณสยามสแควร์ เพื่อสำรวจความพร้อมในการรองรับผู้ประกอบการที่ถูกเพลิงไหม้   ซึ่งนายภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พาดูสถานที่ นายกอร์ปศักดิ์กล่าวว่า หลังจากที่ ครม.ได้อนุมัติงบประมาณ 88 ล้านบาท ให้กับจุฬาฯเพื่อปรับปรุงสถานที่ในรูปแบบอาคารกึ่งถาวร ขณะนี้ความพร้อมคืบหน้ามาก และยืนยันว่าอีก 25 วัน ผู้ค้าจะสามารถเข้าใช้พื้นที่เพื่อขายสินค้าได้ โดยไม่ต้องเสียค่าเช่า 6 เดือน โดยระหว่างนี้ ทางจุฬาฯได้ตั้งเต็นท์ชั่วคราวบริเวณซอย 4 และซอย 5 เพื่อให้ผู้ค้าขายสินค้าไปก่อน

นายสิทธิศักดิ์ ภูมิโภคาวัฒน์ ตัวแทนกลุ่มร้านค้าขนาดกลางในย่านสยามสแควร์ กล่าวว่า ในขณะนี้ร้านค้าขนาดกลางในสยามสแควร์ที่ถูกไฟไหม้จำนวน 130 ร้านค้า ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เพราะเงินที่รัฐบาลให้ความช่วยเหลือรายละ 50,000 บาท และให้กู้ 300,000 บาท ถึง 1 ล้านบาท ไม่เพียงพอกับการทำธุรกิจ เพราะความเสียหายจากธุรกิจที่เกิดขึ้นกับร้านค้าแต่ละแห่งมีไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท รวมแล้วร้านค้าขนาดกลางในย่านสยามสแควร์เสียหายสูงถึง 300 ล้านบาท

นาย ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย กล่าวว่า กำลังพิจารณาขอเพิ่มวงเงินช่วยเหลือร้านค้ารายย่อย เนื่องจากมูลค่าความเสียหายมีสูงถึง 600 ล้านบาท ขณะที่แนวทางที่ให้ความช่วยเหลือแก่ร้านค้ารายย่อยนั้น ได้แก่ การจัดตั้งเต็นท์ชั่วคราว เพื่อให้ร้านค้ามาขายสินค้า 200 แห่ง การสร้างอาคารกึ่งถาวร ติดกับถนนอังรีดูนังต์ ให้ร้านอาหารเข้ามาเปิด คาดว่าจะมีร้านอาหารเข้ามาเปิดสาขา 10 ร้าน และให้สถาบันกวดวิชา 8 แห่ง ไปเปิดในบริเวณที่จอดรถชั้น 5 อาคารสยามกิตติ์ ซึ่งจะไม่มีการเก็บค่าเช่า 3-9 เดือน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อจากนั้น นายกอร์ปศักดิ์ได้เดินทางไปตรวจพื้นที่ความเสียหายจากการไฟไหม้ที่ห้าง เซ็นทรัลเวิลด์ ผู้บริหารระดับสูงของเครือเซ็นทรัลให้การต้อนรับ นายกอร์ปศักดิ์ เปิดเผยว่า ผู้บริหารเซ็นทรัลขอให้ช่วยเจรจากับการรถไฟแห่งประเทศไทยที่จะต่อสัญญาสาขา ลาดพร้าว จาก 20 ปี เป็น 21 ปี

นายสุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัล กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างประสานงานกับ กทม. เพื่อขอเปิดพื้นที่บางโซนในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุไฟไหม้ในโซนของห้างอิเซตัน และพื้นที่บางส่วนของเซ็นทรัลเวิลด์คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน รวมทั้งจะเปิดให้ร้านค้ารายย่อยเข้าไปสำรวจร้าน เมื่อ กทม.เข้าไปตรวจสอบพื้นที่ทั้งหมดแล้วว่าในส่วนใดเปิดได้บ้าง โดยในสัปดาห์หน้าจะเรียกร้านค้าเช่าทุกรายเข้ามาหารือถึงมาตรการช่วยเหลือ ร้านค้าทุกแห่งต่อไป

จากนั้นนายกอร์ปศักดิ์ได้เดินทางเข้าตรวจพื้นที่บริเวณห้างเซ็นเตอร์วัน อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งระหว่างนั้นได้มีนางนิดา ตันติพินิจวงศ์ เจ้าของร้านดอกหญ้า สาขาอนุสาวรีย์ฯ ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล หลังจากนั้น นายกอร์ปศักดิ์ได้เดินเข้าไปสำรวจความเสียหายภายในตัวอาคาร โดยบริเวณนี้ตามแนวทางการช่วยเหลือเดิมจะให้ย้ายไปขายสินค้าที่อาคารแฟชั่น มอลล์ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม เดิมเข้าใจว่าเอสเอ็มอีแบงก์ ซึ่งรัฐเป็นเจ้าของ แต่ปรากฏว่าพื้นที่ดังกล่าวยังมีปัญหาภาระหนี้สินกับธนาคารทิสโก้ ซึ่งไม่ได้เป็นของรัฐบาล แต่เจ้าของพยายามปรับโครงสร้างหนี้มาที่เอสเอ็มอีแบงก์ จึงได้สั่งการให้กระทรวงการคลังเร่งแก้ไขปัญหานี้ โดยขอเจรจากับธนาคารทิสโก้โดยเร็วที่สุด

ด้านนายนิดา ตันติพินิจวงศ์ เจ้าของร้านหนังสือดอกหญ้า สาขาอนุสาวรีย์ฯ กล่าวว่า ความเสียหายที่ได้รับครั้งนี้มีมากกว่า 20 ล้านบาท จึงได้ยื่นหนังสือขอให้รัฐบาลช่วยจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานที่มีเกือบ 20 คน เป็นเวลา 1 เดือน เหมือนกับที่ช่วยเหลือนายจ้างที่ราชประสงค์ เพราะตนต้องสูญเสียทุกอย่าง ทั้งๆที่มีหนี้สินต้องจ่าย ส่วนการ ช่วยเหลือของรัฐบาล ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าต้องไปรับเงินที่ไหน และเห็นว่าวงเงินกู้ที่รัฐบาลให้ 1 ล้านบาทน้อยเกินไป จึงอยากให้รัฐจัดวงเงินกู้ให้ 10 ล้านบาท

ขณะที่นายสกนย์ กัปปิยจรรยา กรรมการผู้จัดการร้านนีโอ สุกี้ ซึ่งตั้งอยู่ในห้างเซ็นเตอร์วัน กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นตัวแทนของผู้ประกอบการ รายย่อยร่วม 400 ร้านค้า ผู้ที่เสียหายรายละ 200,000 บาท ถึง 1 ล้านบาท พอใจกับแนวทางช่วยเหลือของรัฐบาล แต่ผู้ที่เสียหาย 2-10 ล้านบาทขึ้นไป เช่น ของตนเสียหาย 7.7 ล้านบาท รู้สึกว่าการให้วงเงินกู้ 1 ล้านบาทน้อยเกินไป จึงขอเสนอให้รัฐเพิ่มวงเงินกู้เป็น 5 ล้านบาท ดอกเบี้ย 3% ระยะเวลา 6 ปี โดยปลอดดอกเบี้ยและเงินต้นในช่วง 2 ปีแรก ขณะเดียวกัน ยังพบว่าผู้ประกอบการในเซ็นเตอร์วันยังรู้สึกเคว้งคว้าง ไม่เหมือนย่านสยามสแควร์ที่เริ่มขายของกันแล้ว แต่ที่เซ็นเตอร์วันยังไม่มีทางออกใดๆ เพราะที่แฟชั่นมอลล์ยังไม่สามารถย้ายไปขายของได้

พฤษภาคม 31, 2010 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , , , , , , | ให้ความเห็น

ธ.ก.ส.จ่อยกหนี้เกษตรกร

29 พฤษภาคม 2553, 05:30 น.

ผ่านทางธ.ก.ส.จ่อยกหนี้เกษตรกร – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_86002

ธ.ก.ส.เร่งหามาตรการรองรับปัญหาจากการปรับโครงสร้างหนี้และ ฟื้นฟูเกษตรกร…

นายลักษณ์  วจนานวัช  ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร  (ธ.ก.ส.)  เปิดเผยว่า  ขณะนี้กำลังหามาตรการรองรับปัญหาที่อาจจะเกิดจากนโยบายการปรับโครงสร้างหนี้ และฟื้นฟูเกษตรกร ที่เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูเกษตรกร (กฟก.) เนื่องจากการปรับโครงสร้างดังกล่าวอาจทำให้ลูกหนี้ที่มีประวัติการชำระหนี้ ดี เปลี่ยนเป็นลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เนื่องจากเข้าร่วมโครงการนี้ไม่ต้องจ่ายเงินต้น 50% ทำให้ ธ.ก.ส.ต้องจูงใจให้แก่ลูกหนี้ชั้นดี โดยอาจลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้พิเศษ หรือขยายวงเงินกู้เพิ่มขึ้น

สำหรับแนวทางในการปรับโครงสร้างหนี้ดัง กล่าว ประกอบด้วยการให้ลูกหนี้สมาชิก กฟก.สามารถพักชำระเงินต้น 50% และปรับลดดอกเบี้ยเหลือ 0% ส่วนเงินต้นที่เหลืออีก 50% ให้ผ่อนชำระในระยะเวลาไม่เกิน 15 ปี เมื่อเกษตรกรชำระหนี้คืนแล้ว ในส่วนที่พักไว้ 50% รัฐบาลจะยกให้ลูกหนี้ทั้งหมด

“ตอนนี้ทางธนาคาร ได้พิจารณามาตรการจูงใจลูกหนี้ชั้นดี ที่ไม่มีประวัติการค้างชำระหนี้ ไม่ให้เปลี่ยนสถานะเป็นหนี้เอ็นพีแอล   เนื่องจากผลประโยชน์ที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการปรับโครงสร้างหนี้ ตามนโยบายของรัฐบาลนั้น ลดหนี้ไปได้ถึง 50% ดังนั้น สิ่งที่จะดึงความสนใจของลูกหนี้กลุ่มนี้ให้ชำระหนี้ตามเวลานั้น คือ 1. ทางธนาคารอาจลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้เป็นกรณีพิเศษ และ 2. อาจขยายวงเงินกู้เพิ่ม”

สำหรับลูกหนี้ที่เป็นสมาชิก กฟก. และเป็นลูกค้าของ ธ.ก.ส.ด้วยได้มาขึ้นทะเบียนเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 52,000 ราย คิดเป็นจำนวนเงิน 12,000 ล้านบาท

พฤษภาคม 31, 2010 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , , | ให้ความเห็น

โบรกเกอร์รุกคุมเข้ม! “ซื้อ-ขาย” หุ้นผ่านเน็ต

29 พฤษภาคม 2553, 05:15 น.

ผ่านทางโบรกเกอร์รุกคุมเข้ม! “ซื้อ-ขาย” หุ้นผ่านเน็ต – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_86003

ก.ล.ต.ต้องการให้โบรกเกอร์มีมาตรการควบคุมดูแลการส่งคำสั่ง ซื้อขายผ่านระบบอินเตอร์เน็ตมากขึ้น…

นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์   (ก.ล.ต.) ต้องการให้บริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) มีมาตรการควบคุมดูแลการส่งคำสั่งซื้อขายผ่านระบบอินเตอร์เน็ตอย่างเคร่งครัด มากขึ้น เนื่องจากมีการขยายตัวสูงมากจนมีสัดส่วนถึง 20% ของมูลค่าการซื้อขาย และคาดว่าในอนาคต 1-2 ปีข้างหน้าจะเพิ่มเป็น 30% โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเปิดเสรีค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์แบบขั้น บันได ทำให้ผู้ลงทุนหันมาซื้อขายผ่านระบบอินเตอร์เน็ตเพราะค่าคอมมิชชั่นถูกกว่า และยังเป็นการสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ลงทุน

ทั้งนี้ หลังจากนี้ทางสมาคมจะทำการสำรวจบริษัทสมาชิกเพื่อจะร่วมกำหนดแนวทางปฏิบัติ ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันเพราะปัจจุบันโบรกเกอร์แต่ละแห่งต่างเป็นผู้พัฒนา ระบบซื้อขายอินเตอร์เน็ตเอง ทำให้มีมาตรฐานในการดูแลสมาชิกแตกต่างกันไป

“สมาคม จะทำหน้าที่สำรวจโบรกเกอร์แต่ละแห่งว่ามีมาตรฐานในการควบคุมอย่างไร และทางสมาคมจะนำมากำหนดเป็นแนวทางมาตรฐานให้โบรกเกอร์ปฏิบัติร่วมกัน แต่หากโบรกเกอร์ไหนจะทำเข้มกว่าระดับมาตรฐานก็ย่อมทำได้”

พฤษภาคม 31, 2010 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , , , | ให้ความเห็น

“อิเซตัน” นำทัพขอความเป็นธรรม

29 พฤษภาคม 2553, 05:00 น.

ผ่านทาง“อิเซตัน” นำทัพขอความเป็นธรรม – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_86005

ผู้บริหารห้างอิเซตัน ขอรัฐบาลช่วยผู้ประกอบการชาวต่างชาติ ที่ได้รับความเสียหายและเดือดร้อนจากการปิดกิจการและผลกระทบจากการชุมนุมใน ช่วงที่ผ่านมา เหมือนกรณีช่วยผู้ประกอบการไทย…

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ผู้บริหารห้างอิเซตัน ที่ตั้งกิจการที่บริเวณแยกราชประสงค์ และเป็นห้างสรรพสินค้าชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองตลอดระยะเวลาเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา ได้ทำหนังสือ ถึงสำนักงานหอการค้าญี่ปุ่นประจำประเทศไทย   และสภาหอการค้าต่างประเทศประจำประเทศไทย เพื่อให้เสนอต่อผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อขอรัฐบาลให้การช่วยเหลือผู้ประกอบการชาวต่างชาติ ที่เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย ที่ได้รับความเสียหายและเดือดร้อน จากการปิดกิจการและผลกระทบจากการชุมนุมในช่วงที่ผ่านมา เหมือนกับกรณีที่ให้การช่วยเหลือผู้ประกอบการชาวไทย เพราะในพื้นที่แยกราชประสงค์ ก็มีบริษัทต่างประเทศที่จดทะเบียนในไทยจำนวนมาก แต่ไม่สามารถยื่นขอรับการช่วยเหลือได้ เพราะผิดเงื่อนไขที่ภาครัฐกำหนด

เนื่อง จากหลักเกณฑ์ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) กำหนดว่า ผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อนและต้องการขอสินเชื่อ จะต้องมีคนไทยถือหุ้นในกิจการนั้นๆ 50% ทำให้ผู้ประกอบการต่างชาติไม่สามารถขอรับการช่วยเหลือได้

ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า   สาเหตุที่ห้างอิเซตันต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือ เนื่องจากสินค้าที่จำหน่ายในอิเซตัน   ก็มีการรับสินค้ากลุ่มเอสเอ็มอีของคนไทย เข้ามาจำหน่ายในอิเซตันด้วยและยังมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เช่าพื้นที่ใน อิเซตัน   ก็ได้รับความเดือดร้อนด้วยเช่นกัน   ที่สำคัญห้างอิเซตันมีกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ที่เป็นชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาทำงาน และท่องเที่ยวในไทยเป็นหลัก รวมทั้งยังมีชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาทำงานในพม่า ลาว เวียดนาม กัมพูชา ก็นิยมเข้ามาซื้อสินค้าในห้างอิเซตัน ด้วยนิสัยชาตินิยมของคนญี่ปุ่นและในประเทศดังกล่าวไม่มีสินค้าญี่ปุ่นวาง จำหน่าย โดยก่อนหน้านี้อิเซตันเคยมีแนวคิดที่จะปิดกิจการในประเทศไทย แต่ได้รับการร้องขอจากชาวญี่ปุ่นกลุ่มนี้ จึงตัดสินใจเปิดกิจการในประเทศไทยต่อไป

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการต่างประเทศหลายรายระบุว่า วงเงินกู้ที่รัฐบาลจะปล่อยกู้ผ่าน   ธพว.เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ   จะได้รับการจัดสรรวงเงินรายละ 1 ล้านบาท ถือว่าเป็นวงเงินไม่สูงมากนัก ไม่สามารถแก้ไขปัญหาการขาดสภาพคล่องได้ แต่ก็เข้าใจว่ารัฐบาลต้องให้การช่วยเหลือผู้ประกอบการจำนวนมาก   โดยเรื่องนี้กระทรวงอุตสาหกรรมได้แนะนำผู้ประกอบการชาวต่างชาติ   ไปขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบไว้ก่อน และกระทรวงอุตสาหกรรม จะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจในวันที่ 31 พ.ค. เพื่อหามาตรการช่วยเหลือต่อไป

พฤษภาคม 31, 2010 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , | ให้ความเห็น

อ้างสำนักงบไม่ยอม!ขสมก.เมินเดินรถราคาเดียว

28 พฤษภาคม 2553, 17:45 น.

ผ่านทางอ้างสำนักงบไม่ยอม!ขสมก.เมินเดินรถราคาเดียว – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_85920

กรมการขนส่งทางบก เผยรถร่วมเอกชนสนใจวิ่งรถราคาเดียวแล้ว ส่วนขสมก.ระบุขสมก.ทำได้ยาก เหตุ สำนักงบคงไม่ยอม เพราะเกี่ยวกับการจัดเก็บรายได้ของ ขสมก.

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. นายชัยรัตน์ สงวนชื่อ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงแนวคิดโครงการให้ผู้ประกอบการรถร่วมองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และขสมก. ทดลองให้บริการเดินรถราคาเดียวว่า มีเอกชนสนใจเข้าร่วมโครงการจำนวน 2 ราย โดยเอกชนที่จะเข้าร่วมโครงการจะต้องมีรถให้บริการจำนวน 2 – 3 สาย และต้องเป็นรถปรับอากาศ ซึ่งเบื้องต้นราคาที่เหมาะสมจะอยู่ที่ 15 บาทบาทต่อเที่ยว หรือ 30 บาทตลอดวัน เชื่อว่า จะทำให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบาย และประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น โดยเฉพาะผู้โดยสารที่ซื้อตั๋ววัน

“หากโครงการนี้ดำเนินยการสำเร็จ เชื่อว่า จะทำให้รถร่วมบริการขสมก.ต่างๆ จะตื่นตัวในการปรับปรุงคุณภาพในให้บริการมากขึ้น โดยเฉพาะรถปรับอากาศพิเศษ (ปอ.พ.) ที่ขณะนี้เก็บค่าโดยสาร 20 – 30 บาท ต่อเที่ยว จะต้องมีการปรับราคาลงมา หรือหากไม่ปรับราคาก็ต้องปรับคุณภาพรถ เพื่อดึงดูดให้ผู้โดยสารใช้บริการ”

ด้าน นายฉัยรชัย ชัยวิเศษ ประธานที่ปรึกษาสมาคมพัฒนารถร่วมบริการเอกชน กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเชื่อว่า เอกชนหลายรายสนใจที่จะเข้าร่วมอย่างแน่นอน เนื่องจากค่าตั๋วโดยสารรถปรับอากาศเฉลี่ยในขณะนี้อยู่ที่ 12 – 13 บาทต่อคนต่อเที่ยว ซึ่งหากให้เก็บค่าตั๋วโดยสาร 15 บาท เอกชนก็จะอยู่ได้ โดยไม่ต้องมาขอปรับขึ้นค่าโดยสาร แต่ต้องมาดูรายละเอียดอีกครั้งว่า มีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง

ส่วน นายโอภาส เพชรมุณี ผู้อำนวยการ ขสมก. กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ดี แต่ขสมก.ดำเนินการได้ลำบาก เนื่องจากสำนักงบประมาณคงจะไม่อนุมัติให้ดำเนินการ เพราะ ขสมก.ต้องจัดหารายได้ตามที่สำนักงบประมาณกำหนดไว้ ซึ่งหากดำเนินการดังกล่าวแล้วอาจจะกระทบกับรายได้ได้ เพราะขสมก.ยังคงต้องการชดเชยจากภาครัฐอยู่

พฤษภาคม 31, 2010 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , , , , , , , | ให้ความเห็น

สผ.สั่งชะลอก่อสร้างทางด่วนสุวรรณภูมิ

28 พฤษภาคม 2553, 17:00 น.

ผ่านทางสผ.สั่งชะลอก่อสร้างทางด่วนสุวรรณภูมิ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_85922

พ.ท.ทวีสิน รักกตัญญู

กทพ.เผย สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งชะลอก่อสร้างทางด่วนสุวรรณภูมิ อ้างมีถนนระหว่างกรุงเทพ-สุวรรณภูมิมากเพียงพอแล้ว

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. พ.ท.ทวีสิน รักกตัญญู ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่า สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) ได้ให้เหตุผลในการชะลอโครงการก่อสร้างทางพิเศษสุวรรณภูมิ (โครงการ M1) ออกไปก่อนจากเดิมที่ต้องการใช้งบประมาณเพื่อการเวนคืนที่ดินดำเนินการ ก่อสร้างตามแนวเส้นทางซึ่งที่ปรึกษาออกแบบรายละเอียดไว้เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากเห็นว่าไม่สอดคล้องกับแผนพัฒนาระบบการจราจรในอนาคต ทั้งนี้ สผ.ให้เหตุผลว่า ขณะนี้ ถนนและเส้นทางต่างๆ ระหว่างกรุงเทพไปยังสนามบินสุวรรณภูมิมีมากเพียงพอ และโครงการมีรูปแบบการเดินทางและแนวเส้นทางไม่เหมาะสมด้วยเหตุผลได้แก่ การซ้อนทับเส้นทางโครงการกับแนวถนนเดิม ผลกระทบจากปริมาณจราจรที่เพิ่มขึ้น ผลกระทบด้านทัศนียภาพ ประชาชนจะได้รับผลกระทบมากกว่าได้ประโยชน์จากโครงการนี้ นอกากนี้ โครงการยังไม่สอดคล้องกับแผนการพัฒนาระบบการจราจรในอนาคต การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมไม่เป็นไปตามหลักวิชาการ ทั้งนี้ ควรพิจารณาข้อโต้แย้งของประชาชนที่มีต่อโครงการประกอบด้วย

“ก่อน หน้านี้มีประชาชนตามแนวเส้นทางที่ขีดไว้ออกมาร้องเรียน ว่าได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างและการเวนคืนแน่นอนหากการทางพิเศษสร้างเส้น ทางดังกล่าว ทำให้การทางพิเศษต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนหลายรอบและปรับเปลี่ยน แนวเส้นทางจนได้ข้อสรุป แต่สผ.ให้ชะลอไว้ก่อน” พ.ท.ทวีสิน กล่าว

อย่าง ไรก็ตาม คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ได้ให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) ศึกษาทบทวนรูปแบบการเดินทางและระบบจราจร เพื่อรองรับปริมาณการจราจรในการเดินทางเข้าออกสนามบินสุวรรณภูมิ ในภาพรวมให้ชัดเจน เพื่อนำไปสู่การวางแผนพัฒนาประเทศควบคู่กับการขนส่งมวลชนและการจัดการสิ่ง แวดล้อมอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ โครงการทางพิเศษสุวรรณภูมิ (โครงการ M1) เป็นโครงการที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ได้ดำเนินการศึกษาวางแผนผังการพัฒนาเมืองศูนย์กลางการบินสุวรรณภูมิในด้าน ต่าง ๆ โดยส่วนหนึ่งของผลการศึกษาได้เสนอแผนงานโครงการคมนาคมขนส่ง 30 ปี (พ.ศ. 2549-2578) และเสนอให้การทางพิเศษฯ ดำเนินการโครงการทางพิเศษสุวรรณภูมิ (โครงการ M1) เพื่อเป็นทางเลือกในการแก้ปัญหาการจราจรที่อาจเกิดขึ้นในอีก 10-15 ปีข้างหน้า เส้นทางช่วงในเมือง (M1-2) ระยะทางประมาณ 4 กม. มีจุดเริ่มต้นบริเวณห้าแยก ณ ระนอง ไปจนถึงบริเวณทางแยกต่างระดับอาจณรงค์ แล้วเชื่อมเข้ากับทางพิเศษฉลองรัชและทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์ เส้นทางช่วงนอกเมือง (M1-1) ระยะทางประมาณ 25 กิม. มีจุดเริ่มต้นบริเวณจุดเชื่อมต่อกับช่วง M1-2 บริเวณทางแยกต่างระดับอาจณรงค์ ไปจนถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

พฤษภาคม 31, 2010 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , , , , , | ให้ความเห็น

จุฬาฯเปิดอาคารจอดรถขายฟรี6เดือน

28 พฤษภาคม 2553, 16:00 น.

ผ่านทางจุฬาฯเปิดอาคารจอดรถขายฟรี6เดือน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_85909

จุฬาฯเร่งปรับปรุงอาคารลานจอดรถและสร้างอาคารชั่วคราว เพื่อช่วยผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม ใช้ขายสินค้าฟรี 6 เดือน หากได้รับงบเพิ่มเติม อาจขยายเวลาให้เช่าฟรีต่อ คาดเริ่มขายได้ใน 25 วันข้างหน้า ส่วนเต็นท์ชั่วคราวขณะนี้เริ่มเปิดขายแล้ว

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังรับฟังความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารกึ่งถาวร ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อที่จะปรับปรุงสถานที่บางส่วนของพื้นที่สยามเซ็นเตอร์ให้เป็นร้านค้า กึ่งถาวร ให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบ จากสถานการณ์ทางการเมือง หลังจากที่รัฐบาล  ได้รับอนุมัติงบ 88  ล้านบาท เพื่อให้จุฬาฯ เร่งดำเนินการสถานกที่ดังกล่าว โดยเบื้องต้นได้ข้อสรุปว่า การจัดสร้างอาคารดังกล่าว จะแล้วเสร็จในอีก 25 วัน ซึ่งเดิมพื้นที่ดังกล่าว เป็นอาคารลานจอดรถ ชั้น 5  แต่จะนำมาปรับปรุงเป็นสถานที่จำหน่ายสินค้า  รวมทั้งได้กำชับเจ้าหน้าที่รับผิดชอบดูแลให้ร้านค้าที่นำมาจำหน่ายจะต้อง เป็นร้านค้าของผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการเมืองอย่างแท้จริง  โดยผู้ค้าสามารถเข้ามาจำหน่ายสินค้าโดยไม่เสียค่าเช่า 6 เดือนและหากได้รับการจัดสรรงบประมาณเติมก็อาจขยายกรอบเวลาจาก 6 เดือน เป็น 1 ปี ได้

อย่างไรก็ตามในระยะสั้นก่อนที่อาคารของจุฬาจะแล้วเสร็จ รัฐบาลก็ได้จัดทำเต็นท์รอบ ๆ สยามเซ็นเตอร์ ซอย 4 และ 6 เพื่อให้ผู้ค้าสามารถจำหน่ายสินค้าได้ระหว่างนี้เพื่อให้ผู้ค้าสามารถมีราย ได้ โดยเริ่มจำหน่ายแล้วในวันนี้ นอกจากนี้ในวันจันทร์นี้จะมีการเรียกคณะทำงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสรุปแนวทาง มาตรการช่วยเหลือจากส่วนต่าง ๆ ให้ชัดเจน ก่อนเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี รับทราบ 1 มิ.ย.นี้

ส่วนมาตรการที่มาตรการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบตามที่รัฐบาล ได้รับงบประมาณ 250 ล้านบาท เพื่อจ่ายเงินบรรเทาผลกระทบรายละ 5 หมื่น มีผู้มายื่นจำนง 2,995 ราย แต่ขณะนี้ตัวเลขดังกล่าวไม่นิ่ง เนื่องจากยังอยู่ในช่วงที่รัฐบาลให้ผู้เดือดร้อนมายื่นความจำนง  ทั้งนี้การรับเงิน 50,000 บาท นี้ รัฐบาลจะเร่งดำเนินการให้ประชาชนรับเงินเร็วที่สุด  โดยผู้ประกอบการที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนรัฐบาลจะดำเนินการช่วยเหลือผ่าน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย  หรือ เอสเอ็มอีแบงก์  โดยให้เงินกู้รายละไม่เกิน 3 แสน ปลอดดอกเบี้ย 2 ปี  และหากรายใดต้องการกู้เงินมากกว่านี้ รัฐบาลจะพิจารณาเป็นราย เพื่อให้ผู้ประกอบการกิจการดำเนินกิจการต่อ

ส่วนงาน ถนนคนเดินสีลม ช่วยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม “Together We Can Grand Sale รวมพลังเพื่อวันใหม่ ” วันนี้ได้รับการตอบรับมีประชาชนมาเดินจับจ่ายใช้สอย จำนวนมาก.

พฤษภาคม 31, 2010 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , , , , | ให้ความเห็น

เดินหน้าโครงการไทยเข้มแข็งเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ

28 พฤษภาคม 2553, 14:00 น.

ผ่านทางเดินหน้าโครงการไทยเข้มแข็งเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_85877

ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ชู แผนปฎิบัติการไทยเข้มแข็งเดินหน้า มีผู้ประกอบการเข้าร่วมเกินคาด เร่งทุกโครงการดำเนินงานตามแผนที่วางไว้ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ สู่เป้าหมายการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้ดำเนินโครงการ ตามแผนงบประมาณประจำปี 2553 ภายใต้แผนปฎิบัติการไทยเข้มแข็ง รวม 4โครงการหลักประกอบด้วย 1.โครงการพัฒนาห้องปฎิบัติการวิเคราะห์ทดสอบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม 2. โครงการเสริมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่อุตสาหกรรมอาหารไทย 3. โครงการส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนปฎิบัติการส่งเสริม เอสเอ็มอี4.โครงการสนับสนุนอุตสาหกรรมเพื่อการสหกรณ์ห้องเย็นและการตลาดกลาง ผัก ผลไม้ จังหวัดปัตตานี ซึ่งแต่ละโครงการได้มีการใช้งบประมาณที่สอดคล้องกับนโยบายสร้างขีดความ สามารถในการแข่งขันทั้งด้านการค้าและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน

“ขณะ นี้เกือบทุกโครงการมีความก้าวหน้ามากกว่า 50 % คาดว่า จะสามารถดำเนินโครงการมีการใช้จ่ายงบได้แล้วเสร็จภายในเดือนก.ย.นี้ เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทยผ่านวิกฤติเศรษฐกิจหลายด้าน ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องมีการลงทุนในเครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนของภาคเอกชนและภาครัฐในระยะยาว” ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว

ทั้งนี้ สำหรับโครงการพัฒนาห้องปฎิบัติการวิเคราะห์ทดสอบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม อยู่ภายใต้การดำเนินงานของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) มีผลการดำเนินงานทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ ภายใต้งบ 180 ล้านบาท มุ่งเน้นการปรับปรุงและพัฒนาบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานที่ทันสมัย และจำเป็นต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมให้มีการ ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและมีมาตรฐาน ด้วยการจัดหาเครื่องมือในห้องปฎิบัติการทดสอบให้ห้องปฎิบัติการ 3 สถาบัน ได้แก่ สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ และสถาบันอาหาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทดสอบผลิตภัณฑ์ตามกฎระเบียบของประเทศคู่ค้า เช่น ระเบียบว่าด้วยการควบคุมเคมีภัณฑ์ ระเบียบด้านวัสดุและสิ่งของที่ใช้สัมผัสอาหาร ซึ่งในห้องปฎิบัติการต้องมีการพัฒนาบุคลากรในห้องทดสอบที่มีความเชี่ยวชาญ สามารถตรวจสอบและรองรับผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ขณะที่โครงการเสริมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่อุตสาหกรรมอาหารไทยได้ดำเนิน การโดยสถาบันอาหาร มีการดำเนินงานคืบหน้าไปมาก ภายใต้งบ 97 ล้านบาท มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามแนวคิดเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ โดยมีโรงงานอุตสาหกรรมเข้าร่วมโครงการ60 รายมีการพัฒนาคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตที่กำลัง อยู่ในระหว่างดำเนินงานคัดเลือกผู้ประกอบการและผลิตภัณฑ์ซึ่งมีผู้ประกอบการ ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก

สำหรับ โครงการส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนปฎิบัติการส่งเสริม เอสเอ็มอีที่อยู่ภายใต้การดำเนินงานของสำนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ด้วยงบประมาณ 300 ล้านบาท เน้นการส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งขณะนี้ได้ทำสัญญาว่าจ้างกับมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยศูนย์ศิลปาชีพบางไทร เป็นผู้ดำเนินการ มีเป้าหมายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพไม่น้อยกว่า 20 รายการ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ไม่น้อยกว่า 100 รายการ เป็นต้น นอกจากนี้ ในส่วนของโครงการสนับสนุนอุตสาหกรรมเพื่อการสหกรณ์ห้องเย็นและการตลาดกลาง ผัก ผลไม้ จังหวัดปัตตานี ซึ่งอยู่ภายใต้การดำเนินงานของ สสว.งบประมาณ 36 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับพื้นที่สร้างอาคารอเนกประสงค์ และห้องเย็นแช่แข็งให้เป็นพื้นที่ตลาดกลางสำหรับซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนสินค้า ที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งมีเป้าหมายที่จะอบรมสมาชิกสหกรณ์ 4,000 ราย เพื่อให้มีความรู้และความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจ

พฤษภาคม 31, 2010 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , | ให้ความเห็น

เปิดพื้นที่ขายฟรี6เดือน MTRช่วยผู้ประสบเหตุจลาจล

28 พฤษภาคม 2553, 12:15 น.

ผ่านทางเปิดพื้นที่ขายฟรี6เดือน MTRช่วยผู้ประสบเหตุจลาจล – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_85855

เอ็มอาร์ที เปิด พื้นที่เมโทรมอลล์ภายในสถานีรถไฟฟ้าจตุจักร เพื่อให้ผู้ค้าที่เจอผลกระทบทางการเมืองขายฟรี 6 เดือน เผย วันจันทร์นี้บริษัทประกันภัยจะสรุปตัวเลขความเสียหายของสถานีรถไฟฟ้าทั้งหมด และแจ้งให้ทราบ

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. นายชาติชาย ประดิษฐ์พงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่กิจกรรม บริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีเอ็มซีแอล ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที กล่าวว่า เอ็มอาร์ที ร่วมกับ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จัดโครงการฟื้นฟู ผู้ประสบภัย จากเหตุการณ์ความไม่สงบ โดยเปิดพื้นที่บริเวณศูนย์การค้าเมโทรมอลล์ ภายในสถานีรถไฟฟ้าสวนจตุจักร ช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ให้นำสินค้าเข้ามาจำหน่าย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งจะเปิดรับจองพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค.-1 มิ.ย. 53 เวลา 10.00-17.00 น. ณ ศูนย์การค้าเมโทรมอลล์ ภายในสถานีรถไฟฟ้าสวนจตุจักร โดยบีเอ็มซีแอล จะมีพื้นที่ประมาณ 300 ตารางเมตร รองรับผู้ค้าได้ประมาณ 100 ราย โดย ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 082-704-1993, 085-099-6035

ส่วน ความเสียหายของสถานีรถไฟฟ้าหลายแห่งที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมในช่วง ที่ผ่านมา ในวันจันทร์ที่ 31 พ.ค.นี้ บริษัทประกันภัย จะสรุปตัวเลขความเสียหายทั้งหมด และแจ้งให้บีเอ็มซีแอลทราบ ส่วนการซ่อมแซมทางขึ้นลงที่ได้รับความเสียหายจากการวางเพลิง ขณะนี้อยู่ระหว่างการซ่อมแซมโดยเฉพาะในส่วนของบันไดเลื่อน ทางเข้าสถานีศูนย์ประชุมสิริกิติ์อาจต้องใช้เวลาซ่อมเป็นเดือน เนื่องจากต้องรอการสั่งอะไหล่จากต่างประเทศ

ทั้งนี้ การเดินรถให้บริการในวันนี้ สามารถกลับมาเดินรถได้ตามปกติแล้วทุกสถานี แต่ยังเดินรถในเวลา 06.00-22.00 น. เนื่องจากติดประกาศเคอร์ฟิวและจะติดตามต่อไปว่า หากมีการยกเลิกประกาศเคอร์ฟิวเมื่อใดก็จะมีการกลับมาเดินรถตามปกติ ตั้งแต่เวลา 06.00-24.00 น.อีกครั้ง

พฤษภาคม 31, 2010 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , , , , , , , | ให้ความเห็น

ช็อปช่วยชาติปิดสีลมวันนี้

28 พฤษภาคม 2553, 06:30 น.

ผ่านทางช็อปช่วยชาติปิดสีลมวันนี้ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_85802

ระดมสรรพกำลังทุกหน่วยราชการ แบงก์ชาติ แบงก์พาณิชย์และแบงก์รัฐ ช่วยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม ทั้งผ่อนปรนหนี้สินเดิม ช่วยหาเงินทุนก้อนใหม่ ตลอดจนเปิดพื้นที่ขายสินค้า ประเดิมเปิดถนนสีลม 28-29 พ.ค.นี้ คาดคนร่วม 3 แสนคน เงินสะพัด 100 ล้านบาท

นาง พรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับกรุงเทพมหานคร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดงาน “มหกรรมรวมพลังเพื่อวันใหม่ Together We Can Grand Sale” ระหว่างวันที่ 28-29 พ.ค.53 ที่ถนนสีลม จากแยกศาลาแดงถึงแยกนราธิวาส โดยนำกลุ่มผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองมาขายสินค้า เพื่อสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ และเพื่อร่วมกันแสดงน้ำใจของคนไทยต่อผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ทั้งนี้ ภายในงานจะมีทั้งสิ้น 1,000 คูหา แยกเป็นผู้ประกอบการในย่านราชประสงค์จากเซ็นทรัลเวิลด์ และอื่นๆ 359 คูหา ประตูน้ำจากแพลตินัม ใบหยก อินทรา กรุงทอง และอื่นๆ 380 คูหา อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จากเซ็นเตอร์ วัน และอื่นๆ 44 คูหา ธงฟ้าและอื่นๆอีก 244 คูหา นอกจากนี้ ยังมีผู้ค้าขายในบริเวณสีลม ร่วมในงานด้วย 623 ราย

“งาน ครั้งนี้เป็นการปิดถนนให้คนมาเดินเลือกซื้อสินค้า   ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมงานกว่า 300,000 คน และมียอดขายสินค้าภายในงานไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ถือเป็นการช่วยบรรเทาผลกระทบให้กับผู้ประกอบการ และเป็นการแสดง
ออกถึง ความมีน้ำใจของคนไทยที่พร้อมช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน”

นอก จากนี้ ยังจะมีการจัดกิจกรรมบันเทิงและการแสดงจากศิลปินที่มีชื่อเสียง เช่น ฟิล์ม รัฐภูมิ ในวันที่ 28 พ.ค. ปาน ธนพร และโปงลางสะออน ในวันที่ 29 พ.ค. รวมทั้งมีการแสดงจากศิลปินตลก ถั่วแระและบอล เชิญยิ้ม การแสดงมายากล การแสดงจากเยาวชน และการแสดง  Street Performance

ธปท.กำชับนายแบงก์ช่วยลูกหนี้

นาง สาลินี วังตาล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายตรวจสอบสถาบันการเงิน 1 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการประชุมระหว่าง ธปท.กับผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ เห็นร่วมกันว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสินเชื่อ และลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์

นอกเหนือ จากพื้นที่ชุมนุม  และการจลาจลแล้ว  ยังมีผลกระทบทางอ้อมถึงลูกหนี้อื่นที่ไม่ได้ถูกไฟไหม้ หรือเป็นพื้นที่ชุมนุม   แต่อาจจะอยู่ใกล้เคียงหรือประสบปัญหาต่อเนื่อง ทำให้มีปัญหาในการชำระหนี้ ดังนั้น ธนาคารพาณิชย์จะให้ความช่วยเหลือในเงื่อนไขเดียวกันกับผู้ที่ได้รับผลกระทบ เช่น การปรับโครงสร้างหนี้ถึงแม้ยังไม่ได้เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) การยืดเวลาการชำระหนี้ การลดวงเงินผ่อนค่างวด หรือการลดดอกเบี้ย แต่ลูกหนี้ส่วนนี้จะไม่สามารถได้สิทธิประโยชน์ตามมาตรการของรัฐ เช่น การให้สินเชื่อใหม่ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์)

สำหรับกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ขอนำเงินที่ถูกไฟไหม้ จากการจลาจล ที่มีเศษเหลือมาแลกเป็นธนบัตรใหม่กับ ธปท.นั้น เบื้องต้น ธปท.จะลดหย่อนเกณฑ์ในการแลกเงินชำรุดให้ จะเหลือเนื้อธนบัตร 50% ตามเกณฑ์หรือต่ำกว่า 50% จะอนุโลมให้แลกเป็นธนบัตรดีได้

ออมสินเปิดสำนักงานใหญ่ขายของ

นาย เลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า มีลูกค้าของธนาคารออมสิน 300 ราย ที่ได้รับผลกระทบเสียรายได้ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา จึงได้จัดเตรียมมาตรการเยียวยาต่อเนื่อง ด้วยการเปิดพื้นที่บริเวณสำนักงานใหญ่ของธนาคารออมสิน ถนนพหลโยธิน ให้ผู้ได้รับผลกระทบเหล่านี้รวมถึงประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบเข้ามาค้า ขายได้ทุกวัน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. 2553 นี้ รวมทั้งเตรียมเปิดพื้นที่

สำนักราชดำเนิน และสาขาพร้อมพงษ์ เพื่อรองรับต่อไป โดยสอบถามได้ที่โทร. 1115 โดยมีพื้นที่รองรับได้ถึง 100 ร้านค้า
สำหรับมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบในส่วนของลูกค้าที่ ธนาคารฯ ได้แก่ ลูกค้าสินเชื่อเดิมทุกประเภทของธนาคาร ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงโดยตรง ได้รับการผ่อนผันพักชำระเงินต้น และหรือดอกเบี้ยให้ไม่เกิน 1 ปี ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทั่วไป จะผ่อนผันพักชำระเงินต้น และหรือดอกเบี้ยให้ไม่เกิน 6 เดือน โดยไม่คิดเบี้ยปรับ และจะพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้ ขณะที่ลูกค้าสินเชื่อที่มีหลักประกันเดิมจำนองอยู่ เช่น สินเชื่อเคหะ สามารถขอกู้เพิ่มได้ไม่เกินรายละ 200,000 บาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.50% ต่อปี เป็นเวลา 2 ปี นอกจากนี้ ลูกค้าเงินฝากสามารถขอกู้เงินได้ไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 4.50% ต่อปี เป็นเวลา 1 ปี อีกทั้งได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบแสดงความจำนงได้ ปรากฏว่ามีการติดต่อมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเร่งพิจารณาอนุมัติอย่างรวดเร็วที่สุด

เอสเอ็มอีแบงก์งดค่าธรรมเนียม

นายโสฬส สาครวิศว กรรมการผู้จัดการเอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า มีผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบทางการเมืองกว่า 2,000 คน จากแยกราชประสงค์ ราชดำริ ประตูน้ำ สยามสแควร์ มาบุญครอง สวนลุมไนซ์บาซาร์ และบริเวณใกล้เคียง เข้าร่วมงานเปิดโครงการ “smePOWER เพื่อวันใหม่” โดยภายในงานมีการลงทะเบียนขอกู้เงินรวม 1,420 กิจการ คิดเป็นวงเงินสินเชื่อ 1,138 ล้านบาท

ทั้งนี้ ภายในงานมีการพิจารณาอนุมัติทันที 281 ราย เป็นวงเงินรวม 204 ล้านบาท ซึ่งผู้ที่ได้รับอนุมัติจะรับเงินกู้ได้ภายในสัปดาห์หน้า ส่วนผู้ประกอบการที่เหลือ  สามารถยื่นกู้ได้บริเวณชั้น  2  ของห้างสยามพารากอน บริเวณชั้น G ห้างอัมรินทร์
พลาซ่า ชั้น G อาคารจอดรถเซ็นเตอร์วัน และชั้น 11 สำนักงานใหญ่เอสเอ็มอีแบงก์ โดยเงินกู้นี้จะอยู่ภายใต้เงื่อนไขวงเงิน 5,000 ล้านบาท ที่ ครม.มอบให้เอสเอ็มอีแบงก์ดำเนินการ และมีมติให้ผ่อนปรนเป็นกรณีพิเศษโดยให้ทุกรายสามารถกู้ได้โดยไม่ต้องมีหลัก ประกันใดๆ และไม่ต้องตรวจสอบเครดิตบูโรของผู้กู้ด้วย นอกจากนี้ ธนาคารประกาศให้งดการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมวิเคราะห์สินเชื่อ   และค่าธรรมเนียมการชำระหนี้คืนก่อนกำหนดให้กับทุกรายในโครงการเป็นกรณีพิเศษ ด้วย

ธ.ก.ส.เปิดศูนย์เยียวยา ผู้เดือดร้อน

นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.ได้เปิดศูนย์เยียวยาลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองใน กรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ เพื่อให้การช่วยเหลือลูกค้าที่ประกอบอาชีพทำการเกษตร ค้าขาย ธุรกิจท่องเที่ยว บริการ และอื่นๆ ที่มีรายได้ลดลงเนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเปิดรับลงทะเบียนที่ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่และสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.-15 มิ.ย.นี้ หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ 0-2555-0555 หรือ 0-2280-0180 ต่อ 2652-2659.

พฤษภาคม 31, 2010 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , , | ให้ความเห็น

เดอะมอลล์กรุ๊ปเร่งเครื่องแผนเยียวยา

28 พฤษภาคม 2553, 06:15 น.

ผ่านทางเดอะมอลล์กรุ๊ปเร่งเครื่องแผนเยียวยา – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_85803 ตอนนี้ประเทศไทยต้องเร่งสร้างความมั่นใจ สร้างเสถียรภาพ ความ ปลอดภัย ความสุข ความรัก และความสามัคคี  หากทำได้  การค้าก็มาเอง

เด อะมอลล์กรุ๊ปเร่งเรียกขวัญกำลังใจ  “คู่ค้า-ลูกค้า-พนักงาน-ผู้บริหาร” ฟื้นกลับคืนมาด่วน ย้ำลั่นวันนี้เรื่องการค้าขายต้องว่ากันทีหลัง  ต้อง  “ทำบุญ”  ก่อน  เพราะต้องพึ่งพระเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ  ชูการกระทำดีเป็นที่ตั้ง  เจ้าแม่เดอะมอลล์เผย  ตอนนี้ประเทศ ไทยต้องเร่งสร้างความมั่นใจ  ความรัก  และความสามัคคี หากทำได้ การค้าก็มาเอง  ผู้ค้าย่อยเซ็นเตอร์วัน ราชประสงค์ สยามสแควร์ ประตูน้ำ  ร่วมเปิดบูธขายฟรีในงาน  “ลดราคาฝ่าวิกฤติ”  ที่ศูนย์ไบเทค

นางสาว ศุภลักษณ์  อัมพุช  รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหารห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ดิเอ็มโพเรียม และสยามพารากอน เปิดเผยว่า ความเสียหายและความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับกลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีกและธุรกิจ บริการต่างๆในย่านราชประสงค์ และในกรุงเทพฯ ณ วันนี้ไม่ต้องพูดถึงว่ามีมากแค่ไหน แต่ต้องพูดถึงว่าเราจะช่วยกันฟื้นฟูกรุงเทพฯ และเรียกความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว นักลงทุนต่างชาติกลับมาให้เร็วที่สุดได้อย่างไร  ซึ่งโดยส่วนตัวเชื่อว่าต้องเริ่มจากรัฐบาลก่อน  ว่ารัฐบาลต้องเริ่มทำความเข้าใจ  ทำความมั่นใจกับทั้งคนไทยและชาวต่างชาติให้เกิดขึ้นให้ได้ และมาตรการปรองดอง 5 ข้อ  รัฐมีความจริงใจให้เกิดขึ้นให้ได้

วันนี้ต้องทำบุญก่อน

ในส่วน ของบริษัท  ในฐานะภาคเอกชนก็คงไม่หยุดนิ่ง  ที่จะทำให้สถานการณ์ ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุด แต่ ณ วันนี้  เรื่อง “SALE” เรื่องการค้าขาย คงต้องว่ากันทีหลัง ต้อง “ทำบุญ” ก่อน ยิ่งใกล้วันวิสาขบูชา วันพระใหญ่วันที่ 28 พ.ค.53 นี้ น่าจะเป็นโอกาสดีที่จะทำบุญ เพราะตอนนี้ต้องพึ่งพระเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจแล้ว โดยวันที่ 28 พ.ค.นี้  ในส่วนของเดอะมอลล์ทุกสาขา จะมีการทำกิจกรรม “ล้านศรัทธา ร่วมสวดภาวนา เพื่อสันติ” เชิญชวนประชาชนคนไทยจุดเทียนสวดบารมี 30 ทัศ เจริญสติภาวนา บริเวณหน้าห้างฯ ตั้งแต่เวลา 18.00-19.00 น.

ขณะที่ สาขา เดอะมอลล์  โคราช ที่จะเปิดโฉมใหม่ ที่ยิ่งใหญ่ ทันสมัยที่สุดในภาคอีสาน เพื่อให้เป็น “พารากอน อีสาน” ในวันที่ 29 พ.ค.นี้ หลังทุ่มงบกว่า 500 ล้านบาท  ยกเครื่องปรับโฉมครั้งใหญ่ ก็จะจัดกิจกรรม “วิสาขบูชา พุทธบารมี” งานบุญระดับภูมิภาคอีสาน ที่มีการจำลองรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง  ทำบุญถวายผ้าป่า  ปิดทอง  ฟังเทศน์จากพระนักเทศน์ เป็นต้น ระหว่างวันที่ 1 พ.ค.-6 มิ.ย.53 นี้ ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นปีที่ 4 ที่จัด และแต่ละครั้งประสบความสำเร็จเกินคาด  มีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมากหลายแสนคน หรือเฉลี่ยรอบละไม่ต่ำกว่า 5,000-6,000 คน จนมี แผนว่าในอนาคตอาจมีการจัดกิจกรรมในรูปแบบเดียวกันในห้างฯและศูนย์การค้า อื่นๆของเดอะมอลล์กรุ๊ปในกรุงเทพฯ รวมถึงสยามพารากอนด้วย

นางสาวศุภ ลักษณ์กล่าวว่า  ก่อนหน้านี้  เช้าวันที่ 26 พ.ค.หลังสามารถเปิดให้บริการศูนย์การค้าสยามพารากอนได้ในวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ก็ได้มีการจัดทำพิธีตักบาตรทำบุญครั้งใหญ่  พระสงฆ์กว่า 200-300 รูป  ที่บริเวณด้านหน้าห้างฯและศูนย์การค้าสยามพารากอน  ถือเป็นกิจกรรมนำร่องและมาตรการเร่งด่วนของกลุ่มเดอะมอลล์กรุ๊ปที่จะทำใน ช่วงนี้
“ต้องยอมรับว่าในภาวะนี้  เรื่องพระพุทธศาสนาเป็นสิ่งสำคัญมาก ในเรื่องของจิตใจคนไทย  ในภาวะปกติ  เดอะมอลล์กรุ๊ปจะจัดรายการลดราคาสินค้า เพื่อกระตุ้นยอดขาย แต่ปีนี้ขอปรับแผนเน้นทำบุญก่อน  เพื่อความเป็นสิริมงคล และเพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองประเทศไทย”

“เดอะมอลล์กรุ๊ป” อัดมาตรการเยียวยา

สำหรับ มาตรการเร่งด่วนที่จะต้องทำในช่วงนี้  คือ  พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ที่บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้าสยามพารากอน ในเช้าวันที่ 26 พ.ค. กิจกรรมวันวิสาขบูชา  “ล้านศรัทธา  ร่วมสวดภาวนา  เพื่อสันติ”  วันที่ 28 พ.ค.  ที่หน้าห้างฯ เดอะมอลล์ทุกสาขา อัญเชิญพระพุทธองค์ดำ จากเมืองนาลันทา ประเทศอินเดีย ให้ประชาชนกราบสักการะ  ที่เดอะมอลล์ บางแค  วันที่ 21-30 พ.ค.

สำหรับแคมเปญการตลาดในช่วงนี้ ได้จัดแคมเปญ Fashion Mode 2nd round Sale @ Emporium Stadium ครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันนี้-14 มิ.ย. 53  ที่ขนสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมชั้นนำระดับกลางของไทยและต่างประเทศ  90-100 แบรนด์  บางแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบจากเพลิงไหม้ก็เข้ามาร่วมในงานนี้ด้วย มาลดกระหน่ำครั้งใหญ่สูงสุดถึง 80% หลังประสบความสำเร็จจากการทำกิจกรรมดังกล่าวในครั้งแรก ระหว่างวันที่ 7-20 พ.ค.53 ที่ผ่านมา มีลูกค้าเข้าร่วมชมงานและซื้อสินค้าเฉลี่ยวันละ 10,000 คน มีเงินสะพัดกว่า 60 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังได้จัดแคมเปญ The Real Sale “ลดราคาฝ่าวิกฤติ ลดจริงครั้งยิ่งใหญ่” ระหว่างวันที่ 2-6 มิ.ย. @ ไบเทค  บางนา  โดยทุ่มงบกว่า 20 ล้านบาท เช่าพื้นที่ไบเทค  บางนา 30,000 ตารางเมตร  ยกห้างฯ ศูนย์การค้า  และร้านค้าย่อยในเดอะมอลล์กรุ๊ป กว่า 5,000 แบรนด์ รวมสินค้ากว่า 1 ล้านรายการ มาลดราคาสูงสุดถึง 80% พร้อมเปิดบูธ 400-500 บูธ ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบในย่านสยามสแควร์ ราชประสงค์ ประตูน้ำ เซ็นเตอร์วัน ขายฟรี โดยลูกค้าที่สนใจพื้นที่ขายสินค้า สามารถสอบถามมาที่คอลเซ็นเตอร์ หมายเลข 0-2363-3363-4

รวมพลคนรักประเทศไทย

แคม เปญ  “รวมพลคนรักประเทศไทย”  ร่วมกับกรุงเทพมหานคร  และศิลปินค่ายต่างๆ จัดคอนเสิร์ตที่พารากอนฮอลล์  ระหว่างวันที่ 5-6 มิ.ย.  เพื่อนำรายได้ไปช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การ ชุมนุมในกรุงเทพฯทั้งหมด  และแคมเปญ  “ลดราคาฝ่าวิกฤติ ครั้งที่ 2″  จัดพื้นที่ขาย ที่เอ็มซีซีฮอลล์  เดอะมอลล์  บางกะปิ บางแค และงามวงศ์วาน สาขาละ 200 บูธ รวม 600 บูธ  ให้กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ประสบปัญหา  นำสินค้าเข้ามาขายฟรี ระหว่างวันที่ 9-13 มิ.ย.

“ทั้งนี้  การดำเนินการดังกล่าว  นอกจากต้องการทำเพื่อ กระตุ้นยอดขาย แล้ว  ยังต้องการช่วยเหลือสังคมและ กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย หรือเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบด้วย เรื่องการฟื้นฟู ณ วันนี้  ผู้ประกอบการทุกคนช่วยกันหมด  ไม่ว่าจะเป็นการจัดงาน  เพื่อให้ภาพออกมาเป็นเรื่องของประเทศไทย  เพราะตอนนี้ประเทศไทยต้องเร่งสร้างความมั่นใจ  สร้างเสถียรภาพ ความปลอดภัย ความสุข ความรัก  และความสามัคคี  หากทำได้  การค้าก็มาเอง เนื่องจากยังเชื่อมั่นว่านักท่องเที่ยวต่างชาติยังเชื่อมั่นประเทศไทย และน่าจะกลับเข้ามาเที่ยวประเทศไทยในไตรมาส 3 และไตรมาส 4″

ปรับแผนการตลาดครั้งใหญ่

นาง สาวศุภลักษณ์กล่าวว่า การช่วยเหลือผู้ประกอบการจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1. ผู้ประกอบการของเราเอง โดยจะไม่เก็บค่าเช่าพื้นที่ในช่วง 2 เดือนที่ห้างฯ และศูนย์การค้าปิดให้บริการ และ 2. ขอให้ภาครัฐช่วยเหลือในเรื่องของเงินเดือนพนักงานประจำ 1 เดือน  ซึ่งเฉพาะในย่านราชประสงค์เชื่อว่ามีไม่ต่ำกว่า 30,000 คน

ผลกระทบ ที่เกิดขึ้น  ส่งผลให้บริษัทต้องปรับแผนการทำตลาดใหม่ โดยทุ่มงบ 40 ล้านบาท ผุด “เอ็มโพเรียม สเตเดียม” (Emporium Stadium) บนพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตร  ในซอยสุขุมวิท 35  ตรงข้ามศูนย์การค้าดิ  เอ็มโพเรียม เพื่อช่วยเหลือร้านค้าเช่าและกลุ่มผู้ประกอบการอื่นๆทั้งไทยและต่างประเทศ ที่มีร้านอยู่ในศูนย์การค้าสยามพารากอนและในบริเวณใกล้เคียงที่ได้รับผล กระทบนำสินค้าแฟชั่น  เครื่องประดับต่างๆ  สินค้าอิเล็กทรอนิกส์  สินค้าไอที  สินค้ากีฬา  ของตกแต่งบ้าน และนาฬิกามาลดราคาพิเศษ เพื่อระบายสต๊อกสินค้า.

พฤษภาคม 31, 2010 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , | ให้ความเห็น

เอกชนจี้รัฐบาลเดินสายโรดโชว์กู้ความเชื่อมั่น

28 พฤษภาคม 2553, 06:00 น.

ผ่านทางเอกชนจี้รัฐบาลเดินสายโรดโชว์กู้ความเชื่อมั่น – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_85804

ไตรรงค์ สุวรรณคีรี

นาย ไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังร่วมหารือกับนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และคณะ  ว่า  จากสถานการณ์การชุมนุมทาง การเมืองที่เกิดขึ้นจนถึงขณะนี้ ส.อ.ท.ได้ยืนยันว่ายังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่านักลงทุนจะถอนการลงทุนจากไทยไป ประเทศเพื่อนบ้านแต่อย่างใด และ ส.อ.ท.จะช่วยรัฐบาลชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้นักลงทุนในต่าง ประเทศรับทราบด้วย ซึ่งเชื่อว่าน่าจะได้รับความน่าเชื่อถือมากกว่าการที่รัฐบาลจะออกไปชี้แจง เอง

ส่วนข้อเสนอของ ส.อ.ท.ที่ขอให้จัดตั้งกองทุนฟื้นฟูประเทศไทย วงเงิน 10,000 ล้านบาทนั้น ยังเห็นว่ามีข้อเสนอที่ยังไม่ชัดเจน และคงต้องรอให้ผ่านความเห็นชอบของภาคเอกชนในเวทีของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน หรือ กกร.ให้ชัดเจนก่อน

นายไตรรงค์กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานเศรษฐกิจ การคลัง (สศค.) ออกมาระบุตัวเลขผลกระทบจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ในช่วง 74 วัน  ว่ามีความเสียหายทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นเป็นจำนวน 145,000 ล้านบาทนั้น  ตัวเลขที่ออกมาไม่เหนือความคาดหมายแต่อย่างใด  เพราะเคยพูดมาก่อนหน้านี้แล้วว่า  ผลกระทบจากการชุมนุมน่าจะอยู่ที่ตัวเลขประมาณ 100,000-150,000 ล้าน บาท หรือคิดเป็น 1-1.5% ของจีดีพี

สำหรับการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นขึ้น กลับมา ในส่วนของเม็ดเงินที่รัฐบาลมีอยู่ในขณะนี้  ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของงบประมาณปี 2554 และเม็ดเงินการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ในส่วนของ พ.ร.ก.เงินกู้ 400,000 ล้านบาท ก็คิดว่าน่าจะเพียงพอ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับการเบิกจ่ายงบประมาณของหน่วยงานราชการต่างๆ ที่จะต้องควบคุมให้ดี  ซึ่งขณะนี้ตัวเลขที่ออกมาก็พบว่าดีขึ้น  โดยปีที่แล้วการเบิกจ่ายอยู่ที่ 60% ของวงเงินงบประมาณ แต่ปีนี้กลับมาอยู่ที่ 64%
นายไตรรงค์กล่าวอีกว่า ในเร็วๆนี้ นายกรัฐมนตรีจะหารือร่วมกับตน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และ รมว.คลัง เพื่อ กำหนดแผนงานการแก้ไขปัญหาความแตกต่างกันระหว่างคน

ต่างจังหวัด และคนใน กทม. ให้ชัดเจนในทุกเรื่อง  เพราะเห็นว่า เป็นทางออกที่ดีที่สุดในการทำให้บรรยากาศทางการเมืองสงบได้อย่างจริงจัง.

พฤษภาคม 31, 2010 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , , | ให้ความเห็น

ฝรั่งตื่นวิกฤติยูโรโซนแห่ตุนซื้อทอง

28 พฤษภาคม 2553, 05:45 น.

ผ่านทางฝรั่งตื่นวิกฤติยูโรโซนแห่ตุนซื้อทอง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_85805

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ราคาทองปรับตัวขึ้นในเช้าวันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา หลังทะยานขึ้น 1% ในวันที่ 26 พ.ค. ขณะที่การถือครองทองคำของกองทุน SPDR แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ และความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้สินของยุโรปได้กระตุ้นแรงซื้อทองในฐานะ แหล่งลงทุนที่ปลอดภัย ณ เวลา 09.19 น.ตามเวลาประเทศไทย ราคาทองสปอตมีการซื้อขายที่ระดับ 1,213.35 เหรียญสหรัฐฯต่อออนซ์ ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวว่าทางการจีนกำลังทบทวนการถือครองพันธบัตรยูโรโซน เนื่องจากมีความวิตกมากขึ้นเกี่ยวกับสถานการณ์ เศรษฐกิจในยุโรป

นาย จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า ราคาทองคำวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา ผันผวนตลอดทั้งวัน โดยปรับราคาขึ้นลงถึง 5 ครั้ง ครั้งละ 50 บาท ก่อนปิดตลาดเท่ากับเย็นวันที่ 26 พ.ค. โดยทองแท่งซื้อบาทละ 18,550 บาท ขายบาทละ 18,650 บาท ทองรูปพรรณซื้อบาทละ 18,282.96 บาท และขายบาทละ 19,050 บาท ซึ่งเป็นผลจากความผันผวนของราคาทองคำในตลาดฮ่องกง ตลาดทองคำโลก การเก็งกำไรของกองทุนต่างชาติ และเศรษฐกิจยุโรปที่ยังมีปัญหาอยู่

ด้าน นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ กล่าวว่า สาเหตุที่นักลงทุนต่างชาติเทขายสุทธิหุ้นไทยออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเงินออกไปชดเชยกรณีผลกระทบจากปัญหาวิกฤติหนี้ในยุโรป  ประกอบกับยังมีปัจจัยลบสถานการณ์การเมืองภายในประเทศที่เข้ามาเป็นตัวกดดัน  และหากพิจารณาตลาดหุ้นในภูมิภาคช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา  ก็มีการปรับตัวลดลง 7-8% ขณะที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงน้อยกว่าเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในต่างประเทศ  ซึ่งเป็นผลกระทบจากความกังวลวิกฤติหนี้ในยุโรปว่าอาจส่งผลกระทบลุกลาม.

พฤษภาคม 31, 2010 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , | ให้ความเห็น