ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Archive for เมษายน 2010

วันศุกร์ที่ 23 เมษายน 2553

ผ่านทางประมงหนุนเกษตรกรผลิตอาหารสัตว์น้ำ คมชัดลึก : เกษตร : ข่าวทั่วไป.

คมชัดลึก :กรม ประมงประสบความสำเร็จหนุนเกษตรกรผลิตอาหารสัตว์น้ำใช้เอง หวังลดต้นทุนการผลิต

ดร.จิราวรรณ แย้มประยูร รองอธิบดีกรมประมง กล่าวระหว่างลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าของโครงการลดต้นทุนอาหารสัตว์น้ำ ณ ฟาร์มเพาะเลี้ยงปลานิล กลุ่มผู้เพาะเลี้ยงกุ้งบางหัก อ.พานทอง จ.ชลบุรี ว่าหลังจากที่กรมประมงได้จัดทำแผนโครงการต่างๆ ในการพัฒนาศักยภาพการผลิตปลานิลทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และส่งเสริมสนับสนุนให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลานิลรวมกลุ่มผลิตปลานิลที่มี คุณภาพได้มาตรฐานในการส่งออกไปขายยังตลาดต่างประเทศ อีกทั้งมีการจัดฝึกอบรมให้ความรู้ทางวิชาการ ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในการเพาะเลี้ยงปลานิล กระทั่งเกษตรกรหลายรายประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพ และเพื่อให้พัฒนาการเพาะเลี้ยงปลานิลให้มีศักยภาพทั้งระบบ กรมประมง จึงได้จัดโครงการลดต้นทุนอาหารสัตว์น้ำ โดยเข้าไปส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถผลิตอาหารสัตว์น้ำได้เอง

“อย่างกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงกุ้งบางหัก ซึ่งในอดีตประสบปัญหาขาดทุนจากการเพาะเลี้ยงกุ้ง และปรับเปลี่ยนหันมาเลี้ยงปลานิลแทนนั้น ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ประสบความสำเร็จ คือ มีการรวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็งในการผลิตปลานิลส่งโรงงานแปรรูปส่งออกได้หลาย สิบตันต่อเดือน” รองอธิบดีกรมประมงกล่าว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กรมประมงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตอาหารสัตว์น้ำใช้เอง โดยได้สนับสนุนเครื่องผลิตอาหารสัตว์ให้ ซึ่งทางกลุ่มก็ได้ลองผิดลองถูกกระทั่งสามารถผลิตอาหารสัตว์น้ำที่มีคุณภาพ ใช้เอง ซึ่งสูตรอาหารนี้มีต้นทุนแค่เพียงกิโลกรัมละ 9 บาท ทำให้ช่วยลดภาระต้นทุนการเลี้ยงปลานิลไปได้พอสมควร อีกทั้งยังช่วยลดการสูญเสียอาหารในการเลี้ยงแบบเดิมๆ ด้วย อย่างไรก็ตาม ทางกรมได้แนะนำสูตรอาหารอื่นๆ ที่ใช้วัสดุท้องถิ่น ให้เกษตรกรได้มีทางเลือกอื่นอีกด้วย

วันศุกร์ที่ 23 เมษายน 2553

ผ่านทางรอบรั้วเกษตร (ศุกร์ที่ 23 เม.ย.53) คมชัดลึก : เกษตร : ข่าวทั่วไป.

คมชัดลึก :

แจกสารเร่ง จุลินทรีย์ปรับปรุงดิน
สุราษฎร์ธานี – นายสุจินต์ นิลประดับแก้ว ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมพัฒนาที่ดินได้มอบหมายให้สถานีพัฒนาที่ดินสุราษฎร์ธานี ดำเนินนโยบายแจกสารเร่งจุลินทรีย์ชนิดต่างๆ หรือสารเร่ง พด. ส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปใช้ปรับปรุงบำรุงดิน เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน โดยยึดหลักยุทธศาสตร์การใช้ปุ๋ยอินทรีย์และผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพของกรม พัฒนาที่ดิน ทดแทนหรือลดการใช้สารเคมีแก่กลุ่มเกษตรกรทำให้ลดต้นทุนการผลิต ผู้ที่สนใจสามารถขอรับการบริการผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพของกรมพัฒนาที่ดิน สารเร่งซุปเปอร์ พด.1 เพื่อผลิตปุ๋ยหมัก สารเร่งซุปเปอร์ พด.2 เพื่อผลิตน้ำหมักชีวภาพ และสารเร่งซุปเปอร์ พด.3 เพื่อผลิตเชื้อจุลินทรีย์ควบคุมเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคพืช ได้ที่สถานีพัฒนาที่ดินสุราษฎร์ธานี โทร.0-7727-4120 ทุกวันในเวลาราชการ

สหกรณ์ขอนแก่นเร่งสกัดปุ๋ยปลอม
ขอนแก่น – นายจาตุรันต์ สมิทธ์ภินันท์ สหกรณ์จังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ใกล้เข้าสู่ช่วงฤดูกาลทำนาปี ซึ่งในปีนี้ทางกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้มีมาตรการสกัดปุ๋ยปลอม โดยนายทะเบียนสหกรณ์ได้ออกประกาศเกี่ยวกับการจัดหาปุ๋ยของสหกรณ์ โดยประกาศดังกล่าวมีกฎระเบียบข้อบังคับเพื่อป้องกันปัญหาปุ๋ยปลอม และปุ๋ยไม่ได้มาตรฐานที่อาจจะเกิดขึ้น สำหรับจังหวัดขอนแก่น ทางสหกรณ์จังหวัดได้เชิญสารวัตรปุ๋ย บริษัทผู้ผลิตปุ๋ย ตัวแทนจำหน่าย ทั้งสหกรณ์และกลุ่มเกษตรต่างๆ ในพื้นที่เข้าร่วมประชุมหารือเพื่อหาวิธีการที่จะแก้ไขปัญหาปุ๋ยปลอมแล้วถึง 2 ครั้ง โดยผลการหารือได้ข้อสรุปว่า 1.บริษัทหรือห้างร้านที่ผลิตปุ๋ย หากจะนำปุ๋ยมาจำหน่ายในพื้นที่ จะต้องมีหนังสือรับรองมาตรฐานการผลิตจากกรมวิชาการเกษตรมาแสดง รวมทั้งมีผลการวิเคราะห์สารอาหารในปุ๋ยแนบประกอบ 2.ต้องมีการทำสัญญาระหว่างสหกรณ์กับผู้จำหน่าย เนื่องจากหากเกิดกรณีตรวจพบปุ๋ยปลอมหรือปุ๋ยที่ไม่ได้มาตรฐาน ทางผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้แก่เกษตรกร อาทิ ค่าขนส่งสินค้า และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง

วันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน 2553

ผ่านทางเตรียมผุดอ่างคลองเคียนงามแก้วิกฤติน้ำระนอง คมชัดลึก : เกษตร : ข่าวทั่วไป.

คมชัดลึก : กรมชลประทานเดินหน้าโครงการอ่างคลองเคียนงาม ตามแผนพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง จ.ระนอง หวังแก้วิกฤติขาดแคลนน้ำ อนุมัติงบ 20 ล้านบาท ศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เผยประชาชนในพื้นที่เปิดไฟเขียวหนุน

นายจรูญ พจน์สุนทร ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 14 เปิดเผยว่า กรมชลประทานมีแผนที่จะดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองเคียนงาม อ.กะเปอร์ จ.ระนอง เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางแห่งที่ 2 ของจังหวัดต่อจากอ่างเก็บน้ำคลองหาดส้มแป้น อ.เมือง จ.ระนอง ที่จะแล้วเสร็จในปี 2554 นี้ ซึ่งเป็นไปตามแผนพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลางในเขตพื้นที่ จ.ระนอง เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคในช่วงหน้าแล้ง และรองรับการใช้น้ำในพื้นที่ทางการเกษตร

ทั้งนี้ แผนพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลางในเขตพื้นที่ จ.ระนอง กรมชลประทานได้ศึกษาความเหมาะสมและได้ผลสรุปว่า หากต้องการแก้ปัญหาเรื่องน้ำของจังหวัดให้เบ็ดเสร็จจำเป็นจะต้องพัฒนาแหล่ง น้ำให้เต็มศักยภาพ โดยต้องสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลางขึ้นทั้งหมด 8 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำคลองเคียนงาม อ่างเก็บน้ำคลองจั่น อ่างเก็บน้ำคลองละอุ่น อ่างเก็บน้ำคลองวัน อ่างเก็บน้ำคลองกระบุรี อ่างเก็บน้ำคลองบางริ้น อ่างเก็บน้ำคลองกะเปอร์ และอ่างเก็บน้ำคลองหาดส้มแป้น

ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 14 กล่าวต่อว่า อ่างเก็บน้ำคลองเคียนงาม เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางมีความจุในระดับกักเก็บประมาณ 22.5 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและถูกน้ำท่วมประมาณ 1.5 หมื่นไร่ เมื่อแล้วเสร็จจะสามารถแก้ไขปัญหาบรรเทาทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้งในพื้นที่ อ.กะเปอร์ได้ ซึ่งประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ต้องการให้กรมชลประทานก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลอง เคียนงามโดยเร็ว

วันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน 2553

ผ่านทางกรมตรวจติวเข้มบัญชีต้นทุนเพื่ออาชีพ คมชัดลึก : เกษตร : ข่าวทั่วไป.

คมชัดลึก :กรม ตรวจบัญชีสหกรณ์ สนองพระราชดำริ แก้ปัญหาที่ทำกินจัดอบรมบัญชีต้นทุนอาชีพแก่เกษตรกรในเขตเศรษฐกิจพื้นที่ ลุ่มน้ำปากพนัง

นายอนันต์ ภู่สิทธิกุล อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการสนองงานตามพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการแก้ไขปัญหาด้านการทำกิน ให้แก่ราษฎรในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประกอบกับนโยบายรัฐบาลมุ่งแก้ไขปัญหาความยากจน กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้เข้าร่วมบูรณาการตามโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง โดยมีภารกิจรับผิดชอบให้ความรู้ด้านการจัดทำบัญชี และพัฒนาให้เกษตรกรสามารถวางแผนด้านการประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน โดยใช้ข้อมูลทางบัญชีในการบริหารงาน

ทั้งนี้ เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่ได้เรีบนรู้จัดการด้านบัญชีต้น อีกทั้งเพื่อให้เกษตรกร ครูบัญชีเกษตรกรอาสา ได้รับการพัฒนาเกี่ยวกับต้นทุนประกอบอาชีพ ตลอดจนสามารถนำความรู้จากผู้เข้ารับการอบรมไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับอาชีพของตนเอง และถ่ายทอดให้เกษตรกรรายอื่นๆ อันจะนำมาซึ่งความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนมีมาตรฐาน กรมตรวจบัญชีจึงจัดโครงการ 100 องค์ความรู้บัญชีต้นทุนประกอบอาชีพขึ้น

เขตที่ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ นายอนันต์ กล่าวว่า กำหนดไว้ 6 เขต ซึ่งจะมุ่งพัฒนาทุกอาชีพ 5 เขตเศรษฐกิจ ครอบคลุมพื้นที่ 10 อำเภอ 71 ตำบล โดยมีครูบัญชีเกษตรกรอาสา ซึ่งเป็นตัวแทนในพื้นที่จำนวน 148 คน เข้าสอนเฉลี่ยตำบลละ 2 คน ด้วยครูบัญชีเกษตรกรอาสา ขับเคลื่อนสร้างองค์ความรู้บัญชีต้นทุนประกอบอาชีพแก่เกษตรกร ซึ่งคาดหวังว่าในอีก 6 เดือนข้างหน้า ผู้เข้าร่วมโครงการจะสามารถจัดทำบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพได้อย่างถูกต้อง สามารถแนะนำเกษตรกรรายอื่นในชุมชนด้วยเกษตรกรต้นแบบ 1:10 คน

วันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน 2553

ผ่านทางรอบรั้วเกษตร (พฤหัสบดีที่ 22 เม.ย.53) คมชัดลึก : เกษตร : ข่าวทั่วไป.

จัดใหญ่ งานมหกรรมผลไม้ปี 53
ระยอง-นายสยุมพร ลิ่มไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า ปีนี้จังหวัดกำหนดจัดงานผลไม้และของดี จ.ระยอง ขึ้นระหว่างวันที่ 14-18 พฤษภาคมนี้ ณ บริเวณตลาดกลางผลไม้ตะพง ต.ตะพง อ.เมือง เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนาคุณภาพผลไม้ให้ดียิ่งขึ้น และเผยแพร่ผลผลิตทางการเกษตร การประมง และอื่นๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่งด้วย อย่างไรก็ตาม รูปแบบการจัดงานปีนี้จะไม่กระจายให้แต่ละอำเภอไปจัดกันอีกเหมือนปีที่แล้ว เนื่องจากมองว่าไม่ได้ผลและเป็นการสูญเสียงบประมาณแบบเบี้ยหัวแตก รวมทั้งการโปรโมทงานผลไม้ให้เป็นที่รู้จักอย่างทั่วถึง เช่น อาจจะมีการนำผลไม้ไปให้ทุกกลุ่มคนที่มีความขัดแย้งกัน โดยใช้ชื่อว่า “คาราวานผลไม้สมานฉันท์” อย่างนี้ เป็นต้น

แจกหญ้าแห้งช่วยเกษตรกรหน้าแล้ง
ตรัง-นายธวัช อุดมคนารัตน์ ปศุสัตว์จังหวัดตรัง เปิดเผยว่า ตามที่ จ.ตรัง ต้องประสบปัญหาภัยแล้งมายาวนาน ขณะนี้ส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโค-แพะ ในพื้นที่จังหวัดจำนวนมากต้องประสบปัญหาขาดแคลนหญ้าสำหรับใช้เลี้ยงสัตว์ จึงเดินทางมาแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือจากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด ตรังแล้วจำนวนมากนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เป็นต้นมา โดยสำนักงานได้ช่วยเหลือแจกจ่ายหญ้าไปแล้วทั้งหมดกว่า 100 ตัน แบ่งเป็นหญ้าแห้ง 71 ตัน และหญ้าหมัก 42 ตัน รวมเกษตรกรทั้งหมด 612 ราย แต่ยังคงมีเกษตรกรที่เดินทางเข้ามาแจ้งความประสงค์อีกเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม หญ้าที่มีสำรองอยู่ขณะนี้จะสามารถรองรับความช่วยเหลือของเกษตรกรตลอดหน้า แล้งนี้อย่างแน่นอน

สหกรณ์ปาล์มจับมือกฟภ.ผลิตไฟฟ้า
กระบี่-นาย ฉกรรจ์ แสงรักษาวงศ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ลงนามในสัญญาความร่วมมือโครงการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ กับชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จำกัด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งโครงการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ เป็นโครงการนำร่อง ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพจากน้ำที่เหลือจากกระบวนการสกัดน้ำมันปาล์ม และเพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนของรัฐบาล โดยโครงการนี้จะใช้พื้นที่ของชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมัน กระบี่ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 39 หมู่ 1 อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ มีเนื้อที่ 3.5 แสนไร่ ใช้เงินลงทุนกว่า 95 ล้านบาท มีอายุโครงการ 15 ปี คาดว่าจะสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบได้ในปี 2553 นี้

วันอาทิตย์ ที่ 25 เมษายน 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > โลกสีสวย > สิ่งแวดล้อม-คุ้มครองผู้บริโภค > ‘พุทธอุทยานโลก’ แนวคิดที่ต้องหยุดคิด.

จะรักษาป่าหรือ สร้างวัด

ในที่สุดแนวคิดริเริ่มการจัดตั้งของพุทธอุทยานโลกของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สุวิทย์ คุณกิตติ ก็ได้รับการเห็นด้วย เมื่อที่ประชุมรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา ในหลักการ เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาพระสงฆ์ในพื้นที่ป่า โดยให้กรมป่าไม้ถือเป็นนโยบายสำคัญและเร่งด่วน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่าได้เลือกพื้นที่จัดตั้งพุทธอุทยานโลก ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าน้ำตกเขาอีโต้ ต.เนินหอม อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี จำนวน 10,000 ไร่ ให้เป็นพื้นที่พิทักษ์ อนุรักษ์ รักษา ฟื้นฟู ทรัพยากรป่าไม้ ด้วยแนวคิด “พุทธอุทยาน” ซึ่งกรมป่าไม้จะดำเนินโครงการตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติในพื้นที่ให้บรรลุผลโดยเร็ว กล่าวคือพระสงฆ์สามารถอาศัยอยู่ในป่าเพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ศาสนาควบ คู่กับธรรมชาติและใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมได้ สำหรับรูปแบบนั้นจะไม่เน้นสิ่งก่อสร้างที่เป็นถาวรวัตถุ แต่จะสร้างเพียงอาคารที่ทำการ โดยจะมีการประกวดแบบ เน้นให้สอดคล้องกับธรรมชาติโดยบริเวณรอบแนวเขตพื้นที่พุทธอุทยานโลก จะปลูกต้นไม้ใหญ่ อาทิ มะฮอกกานี ยางนา

สุวิทย์ ยังบอกอีกว่าเป้าหมายการก่อตั้งพุทธอุทยานโลกให้เป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนา โลก เชิญชวนพุทธศาสนิกชนทั่วโลกมาร่วมใช้สถานที่เหมือนกับที่ชาวพุทธต้องไปจาริก แสวงบุญที่อินเดีย ต่อไปจะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง เป็นแลนด์มาร์คพุทธศาสนาของโลก เช่นเดียวกับนครวาติกันของผู้นับถือศาสนาคริสต์หรือการจาริกแสวงบุญในนคร เมกะของผู้นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งที่ตั้งของพุทธอุทยานมีความพร้อม ทั้งมีแหล่งน้ำ พื้นที่ราบภูเขา มีพื้นที่ป่า ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 2-3 ปีจึงจะเปิดตัวเป็นพุทธอุทยานเต็มรูปแบบ และยังมีโครงการที่จะสร้างสังเวชนียสถานเหมือนกับที่ประเทศอินเดีย และเปิดโอกาสให้ชาวพุทธทั่วโลกที่จะบริจาคเงินในการสร้างวัด มาสร้างวัดของแต่ละประเทศอยู่ในพื้นที่พุทธอุทยานโลกได้ ซึ่งขณะนี้มีหลายคนให้ความสนใจ

แม้แนวคิดการก่อตั้งพุทธอุทยานโลกเป็นความตั้งใจหนึ่งของการปกป้องผืนป่า อันเป็นบ้านของสัตว์ให้อยู่อย่างสงบ ให้เป็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์ต่อไป เกี่ยวกับโครงการนี้ อ.รตยา จันทรเทียร ประธานมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ในฐานะบุคคลผู้ทำงานดูแลผืนป่าตะวันตก 11.7 ล้านไร่ มานานนับหลายสิบปี ให้ความเห็นว่า วัตถุประสงค์การใช้พื้นที่ ต้องดูจากสภาพพื้นที่หาก  เป็นป่าทำเป็นป่า เสริมให้ป่าธรรมชาติสมบูรณ์ขึ้น แต่  อย่าดัดแปลง ซึ่งเห็นด้วยกับแนวคิดของรัฐมนตรีที่จะพยายามให้มีสิ่งก่อสร้างน้อยที่สุด เมื่อนึกเห็นภาพเมื่อฟื้นฟูให้เป็นสภาพผืนป่าใหญ่แล้ว นอกจากต้นไม้จะเพิ่มขึ้นแล้วพวกสัตว์เล็กสัตว์น้อย นก ไก่ป่าจะเข้ามาอยู่ในป่า สัตว์จากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เองจะมีพื้นที่หากินเพิ่มขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นพุทธอุทยานน่าจะอุดมทั้งสัตว์ป่าและพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ซึ่งพื้นที่ 10,000 ไร่ ใหญ่กว่าเมืองใหม่บางพลีถึง 3 เท่า ถือว่าเป็นพื้นที่ป่าที่พระจะไปปลีกวิเวก ปฏิบัติธรรมได้อย่างดี แต่สิ่งที่น่าห่วง คือมีแนวคิดให้ประเทศต่าง ๆ มาสร้างวัดในพื้นที่พุทธอุทยาน มองว่าเป็นแนวคิดที่ขัดแย้งกัน ควรเก็บป่าไว้ให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด หากมีวัดจาก 20 นานา ชาติมาสร้างจะเป็นเรื่องที่ค้านกันโดยตรง มองว่าในป่าใหญ่แห่งนี้ไม่น่าจะมีถนนด้วยซ้ำควรที่จะเป็นทางเดิน เพื่อที่จะปลีกวิเวกได้อย่างสงบ

“สนับสนุนให้โครงการนี้คงพื้นที่ธรรมชาติไว้ เพราะลักษณะมีสิ่งก่อสร้างศาสนสถานมีแล้วที่พุทธมณฑล แต่ขอให้เป็นที่ปฏิบัติธรรมกับธรรมชาติอย่างแท้จริง” ประธานมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ฝากข้อคิด

ประธานมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ยังบอกอีกว่า ปัจจุบันในช่วงหน้าแล้งจะ  มีพระภิกษุเข้าไปปฏิบัติธรรมในเขตผืนป่าตะวันตก บางกลุ่มเดินอ้อมไปอีกทางในพื้นที่ทางเข้าที่มีเจ้าหน้าที่ดูแล เข้าไปเลยแนวกันเขตที่ทางอุทยานทำไว้เป็นเสมือนห้องรับแขก ซึ่งมีด้วยกัน 3 จุด คือบริเวณที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ห้วยขาแข้ง ไทรบรือ และห้วยแม่ดัง จัดให้เป็นสถานที่กางเต็นท์และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติได้ ซึ่งปัจจุบันมีคณะพระภิกษุเข้าไปปฏิบัติธรรมกันเป็นคณะใหญ่ เท่าที่ได้รับการบอกเล่าจากเจ้าหน้าที่อุทยานบางกลุ่มพบเป็นกลุ่มใหญ่ถึง 30 คน มีทั้งพระภิกษุและลูกศิษย์ที่ติดตามไปต่างจากเมื่ออดีต เช่นพระอริยสงฆ์ดัง ๆ เช่น หลวงปู่มั่น หรือพระองค์อื่นจะเข้าธุดงค์ในป่าเพียงองค์เดียวหรือมีลูกศิษย์ตามเพียงผู้ เดียว และยังมีข้อแตกต่างกันอีกในยุคนั้นผืนป่ายังเหลือ 80 เปอร์เซ็นต์  ของประเทศ ขณะที่ปัจจุบันเหลือเพียง 20 เปอร์เซ็นต์

อ.รตยา เผยว่า เหตุผลที่ต้องต่อต้านการ  เข้าธุดงค์ของพระบางคณะ เพราะป่าบริเวณนี้ยังอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ทุ่งใหญ่นเรศวรเป็นบ้านของสัตว์ป่า ในกติกาพระสงฆ์ไม่น่าเข้าไป เพราะเป็นที่ที่ให้สัตว์ป่าเขาอยู่ ให้เสือได้อยู่ ช้างได้เลี้ยงลูก เป็นพื้นที่คนไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว สำหรับพระสงฆ์ที่ฝ่าฝืนมองว่าไม่ถูกต้องตามหลักปฏิบัติศีล 5 ด้วยซ้ำ ตรงกันข้ามหากพุทธอุทยานโลกได้บรรยากาศของธรรมชาติมีทั้งป่าทั้งสัตว์ป่า จะเป็นที่ปลีกวิเวกของพระสงฆ์ได้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวเสริมว่า เข้าใจว่าคณะใหญ่ที่เข้าไปปฏิบัติธรรมในป่าน่าจะเป็นลูกศิษย์ที่มากกว่า จำนวนพระสงฆ์ ซึ่งถ้ามีการบอกกล่าวเพื่อจะเข้าไปธุดงค์จริง ๆ จะมีเจ้าหน้าที่ดูแลให้ เพราะบางครั้งพระไม่ ชำนาญเส้นทางมักหลงป่าอยู่บ่อยครั้ง ขณะเดียวกันในอนาคต เมื่อต้องการมาใช้พื้นที่พุทธอุทยานโลก จะต้องมีการกำหนดการใช้พื้นที่ป่าร่วมกัน

ผืนป่าตะวันตกนั้นจัดเป็นป่าที่สมบูรณ์สุดของประเทศในเวลานี้ เป็นป่าต้นน้ำทำหน้าที่จัดสรรให้คนกรุงเทพฯที่ใช้น้ำประปา และชาวนาในภาคกลางจัดสรรน้ำท่าอย่างอุดมสมบูรณ์ แนวคิดพุทธอุทยานโลกที่ดูเป็นเรื่องศิวิไลซ์อาจไม่ใช่เส้นทางปลีกวิเวกอย่าง แท้จริง ผืนป่าอาจถูกรบกวนอีกก็เป็นได้ หากไม่ได้ตอบโจทย์ของปัญหาได้ชัดแจ้ง.

วันอาทิตย์ ที่ 25 เมษายน 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > โลกสีสวย > สิ่งแวดล้อม-คุ้มครองผู้บริโภค > แวดล้อมสุดสัปดาห์ > แวดล้อมสุดสัปดาห์ วันที่ 25 เมษายน 2553.

** ความทรงจำสามัญและประสบการณ์ของนานาชีวิต : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) จัดบรรยายสาธารณะเรื่อง หวนเล่าเรื่องอดีต:ความทรงจำสามัญและประสบการณ์ของนานาชีวิต บริเวณชายแดนตากใบ-กลันตันวันเสาร์ที่ 24 เมษายน 2553 ณ ห้อง 207 เวลา 09:30-15:00 น. (ฟรี) นำเสนอความทรงจำสามัญและประสบการณ์ของนานาชีวิต บริเวณชายแดนตากใบ-กลันตัน อันเป็นส่วนหนึ่งของการบอกเล่าความคืบหน้าในการทำงานวิจัยเรื่อง ประวัติศาสตร์สังคมของมลายู: การศึกษาผ่านความทรงจำและประวัติศาสตร์บอกเล่า ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ระยะเวลากว่า 1 ปีที่นักวิจัยได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลร่วมกับนักวิจัยภาคสนามทำให้ทราบว่า นานาผู้คนในอาณาบริเวณชายแดนระหว่าง อ.ตากใบและรัฐกลันตันนั้นมีลีลาชีวิตที่น่าสนใจ อาทิ กิจกรรมการค้า การแลกเปลี่ยน ความสัมพันธ์ข้ามพรมแดน การให้ความหมายกับหลักการทางศาสนา และความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์.

วันอาทิตย์ ที่ 25 เมษายน 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > โลกสีสวย > สิ่งแวดล้อม-คุ้มครองผู้บริโภค > ชีวิตกับธรรมชาติ > แรลลี่ปลูกป่า-หญ้าแฝก.

เสร็จสิ้นไปด้วยดีกับกิจกรรมแรลลี่ ปลูกป่า ของบริษัท เวิลด์คลาส เรนท์ อะ คาร์ จำกัด ผู้ให้บริการรถเช่านาม บัดเจ็ท (Budget) ในเครือ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ชวนลูกค้าและ ผู้มีอุปการคุณร่วมแข่งแรลลี่การกุศล พร้อมกับร่วมกันปลูกหญ้าแฝกช่วยลดโลกร้อนที่ น้ำตกนางรอง จังหวัดนครนายก โดยนำรายได้จากการจัดแรลลี่โดยไม่หักค่าใช้จ่าย ไปทำกิจกรรมปลูกป่าจำนวน 12,000 ต้น ในตำบลสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

ตามที่ บริษัท เวิลด์คลาส เรนท์ อะ คาร์ จำกัด ผู้ให้บริการรถเช่า บัดเจ็ท (Budget) ในเครือ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ชวนลูกค้าและผู้มีอุปการคุณร่วมแข่งแรลลี่การกุศล พร้อมกับร่วมกันปลูกหญ้าแฝกช่วยลดโลกร้อนที่ น้ำตกนางรอง จังหวัดนครนายก โดยโปรเจคท์ที่จะทำต่อไป คือนำรายได้จากการจัดแรลลี่โดยไม่หักค่าใช้จ่าย ไปทำกิจกรรมปลูกป่าจำนวน 12,000 ต้น ในพื้นที่กว่า 60 ไร่ ตำบลสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี อีกต่อหนึ่ง เพื่อช่วยกันรณรงค์ลดภาวะโลกร้อน

วันชัย ตั้งพานิชดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวิลด์คลาส เรนท์ อะ คาร์ จำกัด กล่าวถึงการจัดโครงการแรลลี่การกุศล “บัดเจ็ท แอนด์ ฮอนด้า ฟรีด แรลลี่ คูล เดอะ เวิลด์” ว่า บริษัท ผู้ให้บริการรถเช่า ซึ่งเป็นธุรกิจรถเช่าระดับอินเตอร์แบรนด์ ที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก 3,200 แห่ง สำหรับในประเทศไทยมีสาขาอยู่ 22 แห่ง มีจำนวนรถยนต์ 2,300 คัน ได้ตระหนักดีว่าการทำธุรกิจรถเช่าเป็นส่วนหนึ่งที่ปล่อยก๊าซคาร์บอน ไดออกไซด์ออกสู่โลก การจัดแรลลี่การกุศลส่วนหนึ่งเพื่อแสดงความขอบคุณลูกค้า โดยนำรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดมาให้ลูกค้าขับ พร้อมนำรายได้ทั้งหมดไปปลูกป่า ในพื้นที่ จ.เพชรบุรี เงินทั้งหมดจะนำไปซื้อต้นกล้า และจัดสรรเป็นค่าดูแลรักษาป่าภายในระยะเวลา 2 ปี เฉลี่ยแล้วปลูกป่า 1 ไร่ต้องใช้ประมาณ 3,160 บาท รายได้จากโครงการแรลลี่จะนำไปปลูกป่า 60 ไร่ ซึ่งใช้เงินประมาณ 200,000 บาท คาดว่าจะเริ่มต้นปลูกป่าได้ในเดือนมิ.ย.นี้

“เลือกใช้เทคโนโลยีของยานยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่นใช้รถยนต์ที่รองรับน้ำมันอี 20 นโยบายด้านอีโคคาร์ รวมทั้งการดูแลเรื่องรักษาเครื่องยนต์ของรถที่ให้บริการตามมาตรฐานเพื่อ สร้างความปลอดภัยให้กับลูกค้า และช่วยลดมลพิษได้หากเครื่องยนต์ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง” ผู้บริหารบริษัทรถเช่าบอกเล่า

สำหรับ กิจกรรมแข่งแรลลี่ในครั้งนี้ ยังได้เชิญชวนผู้เข้าร่วมปลูกหญ้าแฝกริมธารน้ำตกนางรอง จังหวัดนครนายก เพื่อให้หญ้าแฝกซึ่งเป็นพืชที่มีรากลึก ช่วยกักเก็บน้ำ ทำ ให้หน้าดินไม่ถูกชะล้างโดยง่าย รวมทั้งสามารถดูดซับก๊าซมีเทน

อธิชา โรจนสุวรรณ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยว จังหวัดนครนายก และเอนก ดาอาสา ผู้จัดการน้ำตกนางรอง ผู้ให้การสนับสนุนกิจกรรมปลูกหญ้าแฝกครั้งนี้ เปิดเผยร่วมกันว่า หญ้าแฝกที่ใช้ปลูกเป็นพันธุ์สงขลา 2 ซึ่งได้มาจากศูนย์พัฒนาที่ดิน จังหวัดนครนายก มีขนาดรากยาว 4 เมตร สามารถป้องกันการพังทลายของหน้าดินริมน้ำตกไม่ให้พังทลายลงไปได้เป็นอย่างดี เมื่อดินไม่พังทลาย โอกาสที่จะปลูกต้นไม้ในพื้นที่ดังกล่าวก็มีเพิ่มมากขึ้น เท่ากับเป็นการลดโลกร้อนไปในตัว และเหตุผลที่เลือกหญ้าแฝกพันธุ์สงขลา 2 เนื่องจากรากสามารถนำมาสกัดทำเป็นน้ำหอมได้อีกด้วย

ผู้อำนวยการการท่องเที่ยว จังหวัดนครนายก กล่าวเพิ่มเติมว่า หญ้าแฝกที่ปลูกบริเวณน้ำตกนางรองจะช่วยป้องกันการพังทลายของตลิ่งในช่วงหน้า ฝน ที่บางครั้งมีน้ำป่า ซึ่ง น้ำตกนางรองเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดนครนายก บริเวณนี้จึงเหมาะสมเป็นส่วนช่วยรณรงค์ให้คนหันมาปลูกหญ้าแฝก สร้างจิต สำนึกให้กับนักท่องเที่ยวเห็นความสำคัญของพืชชนิดนี้ ซึ่งในพื้นที่ จ.นครนายกมีหลายพื้นที่ที่ปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดิน อาทิ บริเวณบ้านหุบเมย ศูนย์ภูมิรักษ์ และในสวนผลไม้บางแห่ง

อนึ่ง น้ำตกนางรองเป็นน้ำตกแห่งเดียวในเมืองไทยที่อยู่ในความดูแลขององค์การบริหาร ส่วนจังหวัดมาตั้งแต่ห้าสิบกว่าปีที่แล้ว โดยคุณหญิงละเอียด พิบูลสงคราม ภรรยาจอมพล ป. พิบูลสงคราม ขณะนั้นเป็น ส.ส.นครนายกมอบที่ดินผืนนี้ให้กับทางจังหวัดตั้งแต่ปี 2500 เป็นต้นมา.

วันอาทิตย์ ที่ 25 เมษายน 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > โลกสีสวย > แรงงาน-สาธารณสุข > มองคุณภาพชีวิต > ผีเสื้อนักต่อสู้กำพร้าช่วยให้โลกสวย.

ผีเสื้อเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่อยู่ใกล้ตัวเรา จะเห็นบินว่อนไปมาตามสวนหรือแหล่งที่มีดอกไม้บาน เพื่อหาอาหารตามเกสรดอกไม้ ช่วยกระตุ้นธรรมชาติให้มีการเคลื่อนไหว มี ชีวิตชีวาขึ้น แต่งแต้มโลกให้มีสีสันสวยงามโดยเฉพาะ ที่ปีกจะถูกตกแต่งให้มีลวดลายและสีสันงดงามอย่างมหัศจรรย์ ล้วนหลากหลายและหลากสีต่างไปตามสายพันธุ์ งามเด่นสะดุดตา ยากที่มนุษย์จะเลียนแบบได้

ผีเสื้อจึงเป็นแมลงที่สวยที่สุดในโลก มีทั้งชนิดกลางวันและกลางคืน ในบ้านเราเชื่อว่ามีราว 1,500 ชนิดด้วยกัน แหล่งที่นักท่องเที่ยวรักธรรมชาติชอบไปดูกันคือที่อุทยานแห่งชาติปางสีดาและ แก่งกระจาน ดูและถ่ายรูปกันเพลินทั้งวัน

ด้านวิชาการ จัดเป็นอินเสคต้า ระดับ Lepidotera ชื่อเป็นคำกรีก, lepis แปลว่าเกล็ด teron แปลว่าปีก หมายถึงปีกที่ปกคลุมด้วยเกล็ดสีต่าง ๆ เป็นแผ่นเล็ก ๆ เรียงซ้อนกันคล้ายกระเบื้องมุงหลังคา ลวดลายต่างกันตามสายพันธุ์ ซึ่งจะสวยต่างกัน ประเภทที่หายากราคาจะสูง นักสะสมจะชอบมาก

ธุรกิจตามมา โลกของผีเสื้อทำให้เกิดอาชีพหลายอย่าง ช่วยให้คนไปท่องเที่ยวดูแลรักธรรมชาติสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น นักวิจัยเพาะเลี้ยงทำให้ได้สายพันธุ์หลากหลายเป็นธุรกิจที่กว้างไกล เกิดทัวร์ผีเสื้อและสวนผีเสื้อครบวงจรหลายแห่ง ที่ผมเคยไปดูสวนผีเสื้อที่พัทยาใหญ่มาก สมุยและภูเก็ตรองลงไป ทั้งนักท่องเที่ยว นักเรียน และผู้สนใจเข้าชมกันมากเพราะมีให้ดูได้ครบวงจรชีวิต

วงจรชีวิต หลังผสมพันธุ์กันกลางอากาศไม่กี่วันตัวผู้จะตายไป ราว 1 อาทิตย์ต่อมา ตัวเมียจะไปวางไข่บนใบไม้ตามสายพันธุ์ของผีเสื้อนั้น ๆ ออกมาครั้งหนึ่งราว 50-70 ฟอง เป็นไปตามฤดูกาล ม.ค.-เม.ย. ผีเสื้อจรกาและนางละเวง, พ.ค.-ส.ค. ถุงทองหรือเทพธิดาเมืองไทยและกระทกรก, ก.ย.-ต.ค. หนอนมะนาว ละหุ่ง และเอ็ดเวิร์ดตัวใหญ่สวยงามมาก ขนาด 27 ซม. ที่สวนสายทิพย์ พัทยา มีมาก

ขณะเป็นตัวหนอนจะกินใบไม้เป็นอาหารตามชนิดที่แม่วางไข่ไว้ ลอกคราบ 4-5 ครั้ง จะกลายเป็นตัวดักแด้ ระยะนี้อยู่นานหน่อยไม่ต้องกินอาหาร ราว 2 อาทิตย์ ตัวอ่อนข้างในจะค่อย ๆ คลานออกมา แล้วก็บินออกไปเลย

กำพร้าพ่อแม่ ลูกผีเสื้อพอคลานออกมาก็บินได้ ไม่มีพ่อแม่ดูแลสั่งสอนและฝึกชีวิตให้อยู่รอด ต้องช่วยตัวเองตั้งแต่ลืมตาดูโลก ศัตรูคือ นก กิ้งก่า ตั๊กแตน ไปจนถึงมนุษย์ ต้องคอยหลบหลีกอย่างว่องไวคล่องตัว จะรู้จักสังเกตสิ่งแวดล้อมและปรับตัว เข้ากับธรรมชาติอย่างดี เป็นนักต่อสู้ที่กำพร้าพ่อแม่มาแต่กำเนิด สามารถต่อสู้ชีวิตให้อยู่รอดได้เข้มแข็งไม่ย่อท้อ ไม่มีพ่อแม่มาคอยฝึกสอนเหมือนสัตว์อื่น เป็นตัวอย่างอันดีของมนุษย์หากรู้สึกท้อแท้ในชีวิต

อาหารของผีเสื้อคืออาหารเหลว น้ำจากผลไม้ ที่ชอบมากคือน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ ที่เราเห็นบินว่อนไปมาตามแหล่งที่มีดอกไม้ มีคนให้ข้อสังเกตว่า ผีเสื้อนี้โชคดี ชีวิตอยู่กับสิ่งสวยงาม เหมือนนิยายผีเสื้อกับดอกไม้ที่คนติดกันมาก ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งคือเมื่อดูดน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ดอกใดไปแล้ว จำแม่นมาก จะไม่ย้อนไปดูดน้ำหวานจากเกสรดอกไม้นั้นอีกเลย จนมีคนไปเปรียบกับชายเจ้าชู้บางครั้งมีพฤติกรรมคล้ายผีเสื้อ

อุทยานแมลงและสวนผีเสื้อ ของ ม.เกษตร ศาสตร์ กำแพงแสน เป็นแหล่งวิจัยและอนุรักษ์แมลงและผีเสื้อที่น่าสนใจแห่งหนึ่ง ผู้สนใจจะเข้าไปชมได้ อยู่ในโดมใหญ่ เต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิดมาก ร่มรื่น มีตาข่ายคลุมกันสัตว์ใหญ่หรือนกเข้ามา ผีเสื้อเลี้ยงครบวงจรบินว่อนให้ดูอย่างเพลินตา ถูกปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติ โดยเฉพาะ ผีเสื้อถุงทอง งามมาก ตั๊กแตนใบไม้ รูปร่างเหมือนกิ่งไม้ เกาะตามกิ่งไม้ ลองเอานิ้วแตะดู จะกระดุกกระดิกให้เห็นทันที

ผีเสื้อถูกส่งออกนอก เมื่อเร็ว ๆ นี้ผมไปเที่ยวป่าที่ จ.แพร่ พบผู้ประกอบการไปรับซื้อดักแด้ของผีเสื้อกับชาวบ้านเป็นอาชีพไปแล้ว เขาเก่งมากพอเห็นดักแด้จะรู้ว่าเป็นสายพันธุ์ใด จะเลือกพันธุ์ที่สวย หายาก โดยเฉพาะเป็นผีเสื้อชนิดกลางคืน สำหรับผีเสื้อพันธุ์หายากจะรับซื้อเป็นตัวด้วย ท้องถิ่นนี้เห็นว่ามีพันธุ์ผีเสื้อตอนกลางคืนที่หายากชุมมาก ทั้งตัวเป็นและดักแด้จะถูกส่งนอก บอกว่าให้ผู้สนใจและนักเรียนได้เรียนรู้ธรรม ชาติของสัตว์ สายพันธุ์ทางเมืองร้อนคงจะแปลกไปจากเมืองหนาว เขาบอกว่าประเทศ ที่รับซื้อคือยุโรปและอเมริกา เขาซื้อดักแด้ จากชาวบ้านตัวละ 2 บาท เอาไปขายตัวละ 100 บาท

ฟังเขาพูดแล้วทำให้นึกถึงเด็กไทย หากเกิดจะมีผู้สนใจเรื่องนี้ขึ้นมาและสานต่อ โดยเฉพาะผู้ชี้แนะให้ความรู้เรื่องธรรมชาติของผีเสื้อเป็นแบบอย่าง เริ่มตั้งแต่วางไข่ไปจนถึงเติบใหญ่เป็นตัวออกมาต่อสู้กับโลกภายนอกด้วยเป็น นักต่อสู้ที่แท้จริง ไม่มีพ่อแม่คอยประคับประคอง คงจะเป็นแรงบันดาลใจทำให้เด็ก ๆ เกิดกำลังใจมีความมานะไม่ย่อท้อ อดทนในการต่อสู้กับชีวิตเพิ่มขึ้นบ้าง

สุดท้ายขอขอบคุณ คุณเกรียงไกร สุวรรณภักดิ์ ที่ได้ให้ทั้งความรู้และภาพ เป็นความรู้ดีมาก.

วันอาทิตย์ ที่ 18 เมษายน 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > โลกสีสวย > แรงงาน-สาธารณสุข > มองคุณภาพชีวิต > ละมั่งหลอดแก้วสำเร็จครั้งแรกของโลก.

ละมั่งเป็นสัตว์สงวนหนึ่งในสิบห้าชนิดตาม พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าปี 2535 มีอยู่สองสายพันธุ์คือสายพันธุ์ไทยและสายพันธุ์พม่า ได้สูญพันธุ์ไปแล้วจากป่าธรรมชาติของประเทศไทยราว 60 ปี ปัจจุบันมีเหลืออยู่ราว 50 ตัว 2 แห่ง ที่สวนสัตว์เขาดิน กท. และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าและพันธุ์พืชที่บางละมุง ชลบุรี

ละมั่งได้หวนกลับมาเป็นข่าวอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่เงียบหายไปนาน ด้วยการตกลงความร่วมมือ การเพาะขยายพันธุ์สัตว์ป่าเพื่อคืนสู่ธรรมชาติเมื่อ 12 ก.ค. 2551 ของสามหน่วยงาน มหาวิทยาลัยเกษตร ศาสตร์ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และองค์การสวนสัตว์ และก็ได้เป็นความจริงขึ้นมา ละมั่งจำนวนหนึ่งได้ถูกปล่อยสู่ป่าห้วยขาแข้งมรดกโลกซึ่งเป็นบ้านเดิมของเขา ไปบ้างแล้ว

ด้านวิชาการ การผสมเทียมละมั่งสายพันธุ์พม่าได้ประสบเป็นผลสำเร็จเป็นที่ 2 ของโลกแล้วที่ประเทศไทย ครั้งแรกของโลกเกิดขึ้นที่มินนิโซตา สหรัฐอเมริกา เมื่อ 17 ปีก่อน นสพ.ดร.สิทธวีร์ ทองทิพย์ศิริเดช แห่งคณะสัตวแพทย์ มก. กำแพงแสน ได้รีดน้ำเชื้อจากละมั่งตัวผู้จากสถานีสัตว์ป่าฯ บางละมุง ชลบุรี นำมาตรวจความแข็งแรง ไปแช่แข็งในถังไนโตรเจนเหลว -196 องศา ใส่กล้องทางช่องท้องส่องดูละมั่งเพศเมียจาก สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ดูจนแน่ใจว่ามีความพร้อมตกไข่ จึงฉีดน้ำเชื้อเข้าปีกมดลูกเมื่อ 25 มิ.ย. 52 แล้ว ได้คลอด เมื่อ 14 ก.พ. 53 เป็นเพศเมียที่สมบูรณ์ตรงกับวันวาเลนไทน์และตรุษจีน จึงตั้งชื่อว่า อังเปา

ที่มาคุยเรื่องละมั่งในวันนี้เนื่องด้วยได้มีโอกาสเดินทางไปกับ ศ.นพ.ยงยุทธ วัชรดุลย์ ไปดูการปฏิบัติการและการประชุมเทคโนโลยีการสืบพันธุ์สัตว์ป่า ต้นแบบในละมั่ง ณ ศูนย์อนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรภาคตะวันออก สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จ.ชลบุรี เมื่อ 30-31 มี.ค. 53 ด้วยความร่วมมือจากหลายองค์กร โดยมีองค์การสวนสัตว์เป็นเจ้าภาพ จุดประสงค์ต้องการพัฒนาศักยภาพการวิจัยด้วยเทคโนโลยีทันสมัยในการสืบพันธุ์ สัตว์ป่าในประเทศไทย พร้อมการอนุรักษ์ขยายพันธุ์และปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ

ในงานนี้ได้พบผู้บริหารระดับสูงเด่นดังในวงการสัตวแพทย์หลายท่าน นสพ.สุเมธ กมลนรนารถ, นสพ.ดร.บริพัตร ศิริอรุณรัตน์, นสพ.วิศิษฏ์ อาศัยธรรมกุล, สพญ.ดร.อัมพิกา ทองภักดี, นสพ.ดร.สิทธวีร์ ทองทิพย์ศิริเดช และทางสวนสัตว์เปิดเขาเขียว อภิเดช สิงหเสนี, ปชส.อรรถพร ศรีเหรัญ และ นสพ.วิศิษฏ์ วิชาศิลป์ รอง ผอ.องค์การสวนสัตว์ประธานเปิดการประชุม

ในห้องปฏิบัติการได้ดูเป็นวันสุดท้าย มีคณะสัตวแพทย์หลายท่านมาจากหลายหน่วยงานมาร่วมช่วยกันอย่างพร้อมเพรียง เท่าที่เห็นสัตวแพทย์จาก ม.เกษตรศาสตร์, จุฬาฯ, องค์การสวนสัตว์, กรมปศุสัตว์ รวมทั้ง ดร.เดบร้า เบิร์ก มือหนึ่งของโลกด้านทำกวางหลอดแก้วและโคลนนิ่งในกวางแดง ประเทศนิวซีแลนด์ และ ดร.ปิแอร์ คอมมิซอลี จากสถาบันสมิธโซเนียน สหรัฐอเมริกา มือเจาะไข่และย้ายฝากตัวอ่อนในกวางระดับโลก มาร่วมทำให้ทีมงานครั้งนี้เป็นพลังที่เข้มแข็งมากจนประสบผลสำเร็จ

ละมั่งหลอดแก้วติดเป็นตัวอ่อน ในการผสมเทียมในหลอดแก้วครั้งนี้ น้ำเชื้อละมั่งตัวผู้ได้มาจากน้ำเชื้อแช่แข็งจากสวนสัตว์นครราชสีมา ส่วนรังไข่ของละมั่งตัวเมียจากสวนสัตว์เขาเขียว ได้ผสมกันจนเกิดปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนเกิดขึ้น ถือเป็นความสำเร็จของการผสมในหลอดแก้วครั้งแรกของโลก ต่อไปตัวอ่อนก็จะแบ่งตัวจากเซลล์เดียวเป็น 2, 4 มากขึ้นจนถึง 120-150 เซลล์ เรียกบล๊าสโตซีส พร้อม จะฝังตัวในมดลูก

ย้ายฝากตัวอ่อน คณะทำงานได้ดมยาสลบละมั่งเพศเมีย 7 ตัว ส่องกล้องเข้าทางหน้าท้องดูความพร้อมเพื่อที่จะฝากตัวอ่อนไว้ พบสมบูรณ์เหมาะสม 4 ตัว จึงได้ดูดเอาตัวอ่อนจากที่เตรียมไว้เป็นระยะ 2 และ 4 เซลล์ ฉีดเข้าไปในปลายท่อรังไข่ แล้วตัวอ่อนก็จะค่อย ๆ เจริญขึ้นและค่อยเคลื่อนไปตามท่อรังไข่สู่โพรงมดลูก ฝังตัวเจริญเป็นตัวอ่อนในมดลูก เป็นการย้ายฝากตัวอ่อนมาสู่แม่ใหม่ หรือที่เราเรียกกันว่า แม่อุ้มบุญ ต่อจากนั้นก็จะติดตามดูว่าจะติดลูกหรือไม่ จากการตรวจหาฮอร์โมนในอุจจาระและอัลตราซาวด์ หากเกิดติดละมั่งจะท้องราว 8 เดือนก็คลอดลูกออกมา ลูกละมั่งที่เกิดก็จะถือว่าเป็นละมั่งหลอดแก้วตัวแรกของโลกด้วย คงไม่นานเกินรอที่จะเฝ้าดูด้วยการเอาใจช่วยขอให้สำเร็จ

ในห้องประชุมวิชาการ มีผู้สนใจมาร่วมฟังกันมาก นักวิชาการได้บรรยายหลากหลายรูปแบบ ล้วนพัฒนาเทคโนโลยีด้านนี้อย่างมาก

ท่านประธานวิศิษฏ์ได้สรุปว่า เชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะเป็นผู้นำด้านนี้ของ อาเซียนแน่นอนและจะขยายต่อไปยังเอเชีย เพราะเรามีสัตว์ป่าหายาก มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและนักวิจัยที่มีความสามารถเพียบพร้อม และปีต่อไปก็จะขยายโครงการไปยังละมั่งสายพันธุ์ไทย นกกระเรียนคืนถิ่น กวางผา สมเสร็จ เก้งหม้อ และช้างไทย ขอให้ประชาชนได้ให้กำลังใจและสนับสนุนด้วย ข้อมูลเพิ่มเติม นสพ.ดร.บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ โทร. 08-9893-1352.

วันอาทิตย์ ที่ 11 เมษายน 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > โลกสีสวย > แรงงาน-สาธารณสุข > มองคุณภาพชีวิต > รพ.บ้านแพ้วร่วม สปสช.ลงชุมชนผ่าตัดต้อกระจก.

หน่วยแพทย์ผ่าตัดเคลื่อนที่ หมายถึงการที่คณะแพทย์พยาบาลรวมตัวกันนำเอาเครื่องมือแพทย์ไปผ่าตัดให้ บริการกับประชาชนผู้ยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร โดยมิต้องให้คนไข้มาที่โรงพยาบาล เป็นการบริการกันถึงที่ คนไข้ไม่ต้องเดินทางมาไกล ไม่เสียเวลา และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้วย

โรคที่หน่วยแพทย์ไปผ่าตัดให้มีหลายประเภท ตามความถนัดขององค์กรนั้น ๆ อาทิ การแก้ไขความพิการของใบหน้า ปากแหว่ง เพดานโหว่ เพื่อให้กินอาหารได้สะดวกขึ้น การตกแต่งใบหน้าที่บกพร่องไป หนังตาตก ตาชั้นเดียว จมูกแบน ทำศัลยกรรมเพื่อ เสริมบุคลิกภาพให้มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น โรคหูน้ำหนวก และโรคหูอักเสบเรื้อรัง ผ่าตัดให้โรคหูหายไป ไปจนถึงโรคเลนส์ตาเสื่อมหรือโรคต้อกระจกในผู้สูงอายุ ที่มองไม่ค่อยเห็นได้มีดวงตาที่แจ่มใสมองเห็นดีขึ้น

องค์กรที่ออกไป เท่าที่ทราบมีหลายแห่งได้แก่ หน่วยแพทย์จักษุ ศัลยกรรม สภากาชาดไทย ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมาคมศัลยกรรมตกแต่งแห่งประเทศไทย ได้ยินชื่อเสียงบ่อย นพ. ชลทิศ-นพ.ภาคภูมิ สินรัชตานันท์ และคณะ, ราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิก แห่งประเทศไทย, มูลนิธิหู คอ จมูก แห่งประเทศไทย แพทย์คนเก่งที่ช่วยเหลือเรื่อง หูน้ำหนวกทั้งในและต่างประเทศ นพ.ศัลยเวทย์ เลขะกุล และคณะ, มูลนิธิดวงแก้วในพระสังฆราชูปถัมภ์, สมาคมแพทย์พยาบาลไทยในอเมริกา ไปจนถึง รพ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร

ที่จะคุยวันนี้คือ หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ที่ไปผ่าตัดโรคต้อกระจกตามชนบท ผมเคยไปกับทีมงานของ พญ.โสมสราญ วัฒนะโชติ, พญ.ทิพาพันธ์ แสงอ่อน นพ.ชัยเยนทร์ รัตนวิจารณ์ และคณะ ออกผ่าตัดคนไข้ต้อกระจกยัง อ.เต่างอย จ.สกลนคร ราว 100 กว่าราย 2 วัน ผลเป็นที่เรียบร้อยดี และครั้งล่าสุดได้ไปกับคณะของ รพ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร 3 วัน ผ่าตัดโรคต้อกระจกเช่นเดียวกัน

โรคต้อกระจก เกิดจากความเสื่อมของร่างกายทำให้เลนส์ตาของผู้สูงอายุ แต่เดิมจะใส แสงเมื่อผ่านจะเกิดการหักเหให้ลงบนจอรับภาพพอดี เมื่อเลนส์เกิดขุ่นจากความเสื่อม แสงเข้าตาน้อยลง และการหักเหของแสงก็ผิดไป จอประสาทตารับภาพไม่เต็มที่ ทำให้ตามัวมองอะไรไม่ค่อยเห็น บางรายที่เป็นมากเป็นมานานทั้งสองข้างแทบไม่เห็นเลย ต้อกระจกเป็นสาเหตุสำคัญอันดับหนึ่งที่ทำให้ผู้สูงอายุตามัวมองไม่ค่อยเห็น

การรักษา ต้อกระจกไม่ใช่โรคติดต่อ เป็นข้างหนึ่งจะไม่ลุกลามไปอีกข้างหนึ่ง แต่มักเกิดทั้งสองข้าง เป็นมากน้อยอาจไม่เท่ากัน จะเกิดช้า ๆ มาหลายปี ปัจจุบันรักษาโดยการสลาย (Phacoemulsification) ไม่ต้องรอให้สุกเหมือนอดีต หากตามัวนั้นเป็นอุปสรรคต่อชีวิตประจำวันหรือในการทำงาน

สถิติ คาดว่าในบ้านเรามีโรคต้อกระจกเกิน 100,000 ราย จะเพิ่มใหม่ราวปีละ 40,000 ราย เมื่อเดือนที่แล้วผมได้ไปกับคณะของ รพ.บ้านแพ้ว ผอ.นพ.สุรพงษ์ บุญประเสริฐ ได้อนุมัติให้ นพ.พรเทพ พงศ์ทวิกร, พญ.พัทธ์ศรัณย์ ธนะสุพรรณ และคณะ ไปผ่าตัดต้อกระจกที่ ต.เนินสง่า อ.เนินสง่า จ.ชัยภูมิ

วันแรกได้ตรวจคัดกรองคนไข้ที่จะทำการผ่าตัด โดยให้คนไข้ที่อดอาหารและน้ำมาตรวจหาโรคเบาหวาน, คนไข้ที่กินยาแอสไพรินป้องกันเรื่องโรคหลอดเลือดให้งดยา 7 วัน ตรวจตา วัดความดันตา และหากำลังของเลนส์ เพื่อเตรียมใส่เลนส์เทียมให้ เมื่อได้คนไข้ที่จะผ่าแล้วให้ไปพัก 1 คืน และได้ผ่าตัดในวันรุ่งขึ้นบนรถผ่าตัดเคลื่อนที่ และที่ รพ.เนินสง่า หลังผ่าตัดให้พักค้างใน รพ. 1 คืน รุ่งขึ้นจึงเปิดตาดูความเรียบร้อย พร้อมให้คำแนะนำและยากินยาหยอดไปต่อที่บ้าน จะนัดมาตรวจอีก 1 อาทิตย์ และอีก 1 เดือน เที่ยวนี้กะทันหันผ่าตัดไปราว 50 ราย ปกติรองรับได้ถึง 200 ราย

รพ.บ้านแพ้ว และ สปสช. ได้ให้ความร่วมมือร่วมโครงการออกผ่าตัดโรคต้อกระจกตามชนบทมาราว 4 ปี ได้ไปหลายจังหวัด รวมแล้วทำไปเกิน 40,000 ราย มีมาตรการในการติดตามดูหลังผ่าตัดเรียบร้อย ผลทราบแล้วว่าดีทุกคน เป็นที่พอใจทั้งหมอ คนไข้ และเจ้าของสถานที่ คนไข้ต่างดีใจมากที่สามารถทำให้ตาที่มองไม่ค่อยเห็น กลับมามองเห็นชัดเจนดีอย่างมหัศจรรย์ อยากให้คุณหมอมากันอีก จะได้มาทำอีกข้างหนึ่ง ทุกอย่างบริการฟรีหมด ได้รับความสะดวกดีมาก หากไปโรงพยาบาลต้องรอคิวนาน ทาง รพ.เนินสง่า ก็พอใจที่สามารถช่วยทุกข์ของชาวบ้านบริเวณนี้ได้ตามความต้องการ

การที่องค์กรจากส่วนกลางนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ไปบริการประชาชนตามชนบทหลาย รูปแบบ นับเป็นการพัฒนาอย่างหนึ่งช่วยให้คนไข้ที่อยู่ห่างไกลได้รับความสะดวกขึ้น คาดว่าอนาคตคงจะมีเพิ่มขึ้นและวิธีการจะหลากหลายขึ้นด้วย.

ข้อมูลเพิ่มเติม สุนิสา ทองกำพร้า 08-7410-9954

วันอาทิตย์ ที่ 25 เมษายน 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > โลกสีสวย > แรงงาน-สาธารณสุข > ชีวิตและสุขภาพ > ‘บุคลิกภาพเลือกงาน !!!’.

ท่านคงเคยได้ยินคำว่า “บุคลิกภาพ” อยู่บ่อย ๆ หรืออาจ กำลังพยายามปรับบุคลิกภาพตัวเองให้ดีขึ้นตามที่เพื่อนว่า แฟนบ่น เจ้านายดุ แต่ “บุคลิกภาพ” ที่ผมจะพูดถึง มีความหมายลึกกว่าการเดินหลังตรง แต่งตัวให้สะอาด ดูดี หรือมีมารยาททางสังคม ในทางจิตเวช “บุคลิกภาพ” หรือ personality ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ วัยรุ่น หมายถึงแบบแผน หรือลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคลที่แสดงออกในชีวิตประจำวันทั้งในด้านของความ คิด อารมณ์และพฤติกรรม บุคลิกภาพมีผลต่องานของท่าน ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยบอกโอกาสในการประสบความสำเร็จ หรือทำให้ท่านมีความสุขหรือก่อให้เกิดความทุกข์ในการทำงานในแต่ละวันของท่าน ก็ได้

โดยทั่วไปแล้ว ทางการแพทย์สามารถแบ่งบุคลิกภาพได้หลายวิธี แต่วิธีที่เข้าใจง่ายและใช้กันแพร่หลาย คือการแบ่งบุคลิกภาพ เด่น ๆ ออกเป็น 10 แบบด้วยกัน เรามาลองดูกันว่าท่านมีบุคลิกภาพแบบไหน และสอดคล้องกับงานของท่านที่ทำอยู่หรือเปล่า ไม่ต้องแปลกใจถ้าบุคลิกภาพของท่านเป็นได้ในหลายแบบที่ว่านี้ (เพราะแต่ละบุคลิกภาพเปรียบเหมือนอาวุธที่ท่านใช้ในการจัดการกับปัญหา) แต่ลองพิจารณาดูดี ๆ เพราะจะมีเพียงหนึ่งบุคลิกภาพเท่านั้นที่โดดเด่นและแสดงออกซึ่งความเป็นตัว ท่านมากที่สุด (นั่นคือ อาวุธที่ท่านใช้บ่อยที่สุดนั่นเอง)

1.หนุ่ม-สาวขี้ระแวง (Paranoid personality) ระมัดระวังตัวตลอด กลัวว่าจะถูกเอาเปรียบ มักจะเผลอโทษคนอื่นก่อน หนุ่ม-สาวนี้เหมาะกับงานที่ต้องคอยตรวจสอบหรือจับผิด เช่น ตำรวจ ผู้ตรวจสอบบัญชี เจ้าหน้าที่สรรพากร อาจารย์ นักกฎหมายหรือทนายความ และไม่เหมาะกับงานที่มีโอกาสถูกเอาเปรียบหรือแข่งขันกับคนอื่น

2.หนุ่ม-สาวสันโดษ (Schizoid personality) ชอบแยกตัว หลีกเลี่ยงการเข้าสังคม ไม่ค่อยแสดงออกทางอารมณ์ มีโลกส่วนตัวและจินตนาการสูง เหมาะกับอาชีพที่ทำงานคนเดียว เช่น นักวิจัย นักเขียน นักประพันธ์ และไม่เหมาะกับงานที่ต้องเข้าสังคมหรือติดต่องานกับคนอื่นบ่อย ๆ

3.หนุ่ม-สาวต่างดาว (Schizotypal personality) ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นผู้ชำนาญและฝักใฝ่ในเรื่องเหนือธรรมชาติ โชคลาง ซิกซ์เซนส์ มีจินตนาการสูง ความคิดแปลกแหวกแนว จนบางครั้งก็ยากที่จะเข้าใจ เหมาะกับงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์มาก ๆ เช่น นักวิทยาศาสตร์ หมอดู นักประดิษฐ์คิดค้น หรือนักเขียนแนวใหม่ ๆ และควรหลีกเลี่ยงงานที่ต้องติดอยู่ในกรอบเดิม ๆ

4.หนุ่ม-สาวขวางโลก (Antisocial personality) มักจะเป็นคนเจ้าเสน่ห์ อารมณ์ร้อน ก้าวร้าว เที่ยวเก่ง อาจฝ่าฝืนกฎระเบียบบ้าง กล้าเสี่ยงและไม่ค่อยเชื่อเรื่องบาปบุญคุญโทษ มักจะเหมาะกับงานที่ต้องเสี่ยง กล้าได้กล้าเสีย และกล้าตัดสินใจ เช่น ทนายความ นักธุรกิจ นักลงทุน นักการเมือง นักเล่นหุ้นหรือนักแข่งรถและจะอึดอัดกับงานที่มีกฎระเบียบเคร่งครัด

5.หนุ่ม-สาวเนี้ยบ (Histrionic personality) เป็นคนที่ต้องการเป็นจุดสนใจ แสดงอารมณ์ เต็มที่ (อาจดูเว่อร์ ไปบ้าง) ไวต่อความรู้สึกทั้งของตนเอง และผู้อื่น โรแมนติก มีทักษะในการพูด คล่องแคล่วชอบเข้าสังคม อยู่คนเดียว แล้วเฉา ให้ความสำคัญกับรูปร่างหน้าตาการแต่งตัว และเน้นความสัมพันธ์กับคนอื่น เหมาะกับงานประชาสัมพันธ์ นักร้อง นักแสดง พิธีกร เลขานุการ ตัวแทนจำหน่ายต่าง ๆ หรือสไตลิสต์ และควรหลีกเลี่ยงงานที่มีโอกาสใช้ทักษะทางสังคมของท่านน้อย

6.หนุ่ม-สาวแปรปรวน (Borderline personality) เป็นคนที่อ่อนไหว มีอารมณ์ศิลปินมาก เป็นหนุ่มติสต์ สาวติสต์ ถูก กระทบง่าย ความหลังแต่ครั้งไหนก็ไม่เคย ลืม เก็บทุกรายละเอียดทางอารมณ์ รักแรง เกลียดแรงกว่า โกรธง่ายหายเร็ว เลยดูเหมือนไม่มีจุดยืนที่ชัดเจนเพราะมักใช้อารมณ์นำเหตุผล หนุ่ม-สาวแปรปรวนจะเหมาะมากกับการประกอบธุรกิจส่วนตัว กำหนดการทำงานด้วย ตนเอง

7.หนุ่ม-สาวเอาแต่ใจ (Nar cissistic personality) เป็นคนมั่นใจในตัวเองสูง มากความสามารถ บอกตัวเองเสมอว่าตนเป็นคนพิเศษ จึงต้องได้รับการดูแลอย่างพิเศษ รักคนชม ไม่นิยมคนติ มองผลประโยชน์ของตัวเองเป็นใหญ่ ทะเยอทะยาน ชอบเป็นผู้นำ ดูผิวเผินเหมือนเป็นคนเห็นแก่ตัว แต่เนื้อในแล้วเปราะบาง เหมาะกับการเป็นผู้บริหารระดับสูง นักธุรกิจ หรือนักกีฬาอาชีพ และคงขาดใจตายถ้าต้องทำงาน ที่ต้องนอบน้อมถ่อมตน หรือรับคำสั่งในการทำงานอย่างเดียว

8.หนุ่ม-สาวขี้อาย (Avoidant personality) กลัวการถูกปฏิเสธหรือทอดทิ้ง ทำให้ขี้อาย ทั้ง ๆ ที่อยากจะเข้าสังคม มักมองตัวเองในแง่ลบ ชอบคิดว่าด้อยกว่าคนอื่นตลอด ไม่มั่นใจในตนเอง และเครียดง่าย หนุ่ม-สาวแบบนี้เหมาะกับบางอาชีพ เช่น พนักงานบริษัทหรือข้าราชการ และไม่เหมาะกับงานที่ต้องการความท้าทายหรือมีความเสี่ยงสูง

9.หนุ่ม-สาวติดเพื่อน (Dependent personality) มักยอมให้เพื่อน ๆ ตัดสินใจเรื่องสำคัญ ๆ แทน ชอบเป็นผู้ตาม ไม่ชอบค้านใคร เครียดเมื่อต้องอยู่คนเดียว เรียกได้ว่าเพื่อนเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ เป็นผู้ร่วมงานที่ดี เหมาะกับงานที่มีกรอบคำสั่งที่ชัดเจน และควรหลีกเลี่ยงงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มาก ๆ หรือต้องตัดสินใจในเรื่องสำคัญ

10.หนุ่ม-สาวไม้บรรทัด (Obsessive-compulsive personality) รักความมีระเบียบแบบแผน เกลียดการประนีประนอม ทุกอย่างต้องดีหรือดีที่สุด (perfectionist) เก็บทุกรายละเอียด ยึดเหตุผลเป็นหลัก รักความยุติธรรมและเคร่งศีลธรรม รู้คุณค่าของเงิน (บางคนอาจถึงขั้น “งก”) และมีตารางชีวิตที่แน่นอน เหมาะกับอาชีพแพทย์ ผู้พิพากษา นักบัญชี พระภิกษุ ครูอาจารย์ หรือตำรวจ และหลีกเลี่ยงงาน ที่ไม่มีรูปแบบที่แน่นอนหรือหมิ่นเหม่ต่อการผิดศีลธรรม

จะเห็นได้ว่า งานบางอย่างอาจสอดคล้องกับบุคลิกภาพแบบใดแบบหนึ่งอย่างเด่นชัด ในขณะที่อีกหลายงานก็เหมาะกับบุคลิกภาพหลาย ๆ แบบ และถ้าหากงานที่ท่านทำกับบุคลิกภาพที่ท่านมีไม่ค่อยคลิกกันเท่าไร แล้วล่ะก็ อาจจำเป็นต้องใช้ความสามารถในการเลือกใช้แต่ละบุคลิกภาพ (หรืออาวุธ) ที่ท่านมีให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่องานที่ท่านทำ เพราะเชื่อว่าในสภาวะเศรษฐกิจอย่างในปัจจุบัน ท่านเลือกที่จะปรับบุคลิกภาพน่าจะดีกว่าปรับเปลี่ยนงาน.

ข้อมูลจากข่าวสาร กรมสุขภาพจิต ISSN 0125-6475 และ นายแพทย์ธิติพันธ์ ธานีรัตน์ โรงพยาบาลสวนสราญรมย์

นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์

วันอาทิตย์ ที่ 18 เมษายน 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > โลกสีสวย > แรงงาน-สาธารณสุข > ชีวิตและสุขภาพ > ‘อันตรายจากการแพ้ยา-ผลข้างเคียงจากยา.

ปัจจุบันปัญหาแพ้ยารุนแรงในคนไทยยังมีข่าวออกมาให้เห็นกันอยู่เนือง ๆ บางรายอาจร้ายแรงถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิต อันตรายจากการแพ้ยาและผลข้างเคียงจากยาจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เราทุกคนควรใส่ใจเรียนรู้ถึงแนวทางป้องกันและวิธีการแก้ไขก่อนสาย

ข้อมูลจากงานประชุมวิชาการเรื่อง “อาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาที่ส่งผล ให้เกิดความผิดปกติของอวัยวะต่าง ๆ (Advances in Adverse Drug Reactions: Common Drug-Induced Organ Disorders)” ซึ่งกลุ่มชุมชนเภสัชกรนักปฏิบัติงาน ADR สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) ได้จัดขึ้นเพื่อเพิ่มพูนความรู้แก่เภสัชกรโรงพยาบาล ให้สามารถประเมินการแพ้ยาและอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาที่อาจเหนี่ยวนำ ให้เกิดโรคใหม่ หรือส่งผลให้เกิดความผิดปกติของอวัยวะต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถป้องกันความเสี่ยงจากการแพ้ยาซ้ำได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ระบุว่า อาการแพ้ยาเป็นอะไรที่คาดเดาไม่ได้ เพราะการแพ้ยานั้นจะขึ้นอยู่กับระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยแต่ละราย ดังนั้นในทางการแพทย์จึงไม่สามารถทราบล่วงหน้าได้ว่า ผู้ป่วยคนไหนจะแพ้ยาตัวไหน บางรายไม่เคยมีประวัติแพ้ยามาก่อนก็สามารถเกิดอาการแพ้ยาได้ สิ่งที่สำคัญจึงอยู่ที่ทำอย่างไรจะให้ผู้ป่วยมีความรู้ว่า เมื่อเกิดอาการผิดปกติและสงสัยแพ้ยา ควรรีบมาพบแพทย์และเภสัชกรก่อนที่อาการจะรุนแรง และทำอย่างไรจึงจะไม่เกิดการแพ้ยาซ้ำ

สำหรับอาการแพ้ยาที่พบบ่อยที่ผู้ป่วยควรพึงระวังและควรรีบกลับมาพบแพทย์หรือ เภสัชกรเมื่อได้รับยา คือ อาการผิดปกติทางผิวหนัง เช่น เป็นผื่นแดงเหมือนเป็นลมพิษ อาการบางอย่างพบได้ไม่บ่อยแต่รุนแรง เช่น โรคสตีเว่นจอห์นสันซินโดรม ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการผื่นแพ้ที่รุนแรงทั่วร่างกาย ตาอักเสบ มีแผลพุพองในปากและอวัยวะเพศ เมื่อเป็นแล้วมีโอกาสเสียชีวิตหรือพิการสูง เช่น ตามองไม่เห็น สำหรับอาการแพ้ยาที่บ่งบอกว่าอาจจะอันตรายรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ เช่น แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ความดันโลหิตลดต่ำลง หรือเกิดภาวะช็อก เป็นต้น

อย่าง ไรก็ดียังมีอาการแพ้ยาบางอย่างที่อาจจะดูเหมือนไม่รุนแรง แต่ก็อาจเป็นอันตรายร้ายแรงได้เช่นกัน เช่น อาการเหมือนเป็นลมพิษ หน้าบวม ตาบวม เพราะปฏิกิริยาแบบนี้อาจจะไปบวมในบริเวณอวัยวะที่สำคัญ เช่น หลอดลม คนไข้จะหายใจไม่ออก แน่นหน้าอก บางรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งยากลุ่มที่พบว่าเป็นสาเหตุของอาการแพ้ได้บ่อยจะเป็นยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวดอักเสบกล้ามเนื้อ ดังนั้นผู้ที่แพ้ยาแล้วมีอาการผื่นลมพิษ หน้าบวม ตาบวม อย่านิ่งนอนใจ ต้องรีบกลับมาพบแพทย์หรือเภสัชกรทันทีที่มีอาการ

ข้อควรระวังและแนวทางป้องกันการแพ้ยาสำหรับผู้ป่วย

1) กลุ่มผู้ป่วยที่มีประวัติแพ้ยา ทุกครั้งที่พบแพทย์ ต้องแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรเสมอ หากเคยได้รับบัตรแพ้ยาจาก โรงพยาบาล ต้องพกติดตัวไว้เหมือนบัตรประจำตัวประชาชนและยื่นบัตรแพ้ยาทุกครั้งที่มาพบ แพทย์เพราะยากลุ่มหนึ่งอาจมีหลายตัว หากผู้ป่วยไม่ให้บัตรแพ้ยา แพทย์อาจไม่ทราบว่าแพ้ยาตัวใด

2) กลุ่มผู้ป่วยที่ไม่เคยมีประวัติแพ้ยา ทุกครั้งที่รับประทานยาที่ไม่เคยรับประทานมาก่อนเป็นครั้งแรก ควรสังเกตอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด โดยทั่วไปอาการแพ้ยามักจะเกิดขึ้นในช่วง 1-2 สัปดาห์หลังจากได้รับยา หากมีอาการผิดปกติ เช่น ผื่นคันแปลก ๆ ทั่วร่างกาย หน้าบวม ตาบวม แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก คลื่นไส้ อาเจียนรุนแรง เวียนศีรษะ ให้รีบกลับมาพบแพทย์และปรึกษาเภสัชกรทันที เพื่อให้สามารถวินิจฉัยแพ้ยาได้เร็ว ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงอาการแพ้ยาลงได้

แม้ว่ายารักษาโรคเป็น 1 ในปัจจัย 4 ของการดำรงชีวิตของคนเรา แต่ทุกคนควรใช้อย่างระมัดระวังเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะทุกสิ่งในโลกนี้ล้วนมี 2 ด้าน ไม่เว้นแม้แต่ “ยารักษาโรค” แม้จะมีคุณอนันต์แต่ก็อาจมีโทษมหันต์ได้เช่นกัน ดังนั้นหากมีอาการผิดปกติดังที่กล่าวมา อย่าพยายามวินิจฉัยเอง โดยคิดว่าแค่แพ้ยา หรือคิดว่าแค่ผื่นคันนิดเดียวเดี๋ยวก็หายเอง ทางที่ดีควรรีบกลับไปปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทันที เพื่อหยุดยาก่อนที่จะสายเกินไป

ข้อมูลจาก เภสัชกรหญิงจันทิมา โยธาพิทักษ์ สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย)

นายแพทย์สุ รพงศ์ อำพันวงษ์

วันอาทิตย์ ที่ 11 เมษายน 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > โลกสีสวย > แรงงาน-สาธารณสุข > ชีวิตและสุขภาพ > ‘ฉลาดรัก’ รู้ใจ-ไหวทัน-ป้องกันได้.

สถาบันสุขภาพเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต ได้ทำการสำรวจวัยรุ่นชายหญิง ทั้งในระดับมัธยมต้น มัธยมปลาย ปวช./ปวส. และมหาวิทยาลัยในเขตกรุงเทพมหานคร จากสถาบันการศึกษา 10 แห่ง จำนวนทั้งสิ้น 1,320 คน ช่วงเดือนมกราคม 2553 ในหัวข้อวัยรุ่นไทยกับการสื่อรักวาเลนไทน์ 2010 โดยถามวัยรุ่นว่า หากแฟนขอมีเซ็กซ์ในวันวาเลนไทน์ท่านจะ ทำอย่างไร พบว่า วัยรุ่นชายเกือบ 1 ใน 3 หรือคิดเป็นจำนวนร้อยละ 27.6 ตอบว่า ยินดีและเต็มใจ ซึ่งมากกว่าวัยรุ่นหญิงซึ่งตอบว่ายินดีและเต็มใจ เพียงแค่ร้อยละ 4.2 เท่านั้น ทั้งนี้เมื่อนับจำนวนทั้งหมดแล้ว พบว่าวัยรุ่นชายมีความเสี่ยงมากกว่าร้อยละ 70 ในขณะที่วัยรุ่นหญิงที่มีความเสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์ จะมีประมาณร้อยละ 30 หรือ 1 ใน 3 ของวัยรุ่นหญิงทั้งหมด

รู้ใจ (รู้อารมณ์ ความรู้สึกของตนเอง)

ข้อมูลนี้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพัฒนาการของอารมณ์เพศในชายและหญิง ซึ่งความรักของผู้ชายมักจะเป็นแบบ อีโรติก เลิฟ คือ รักที่มีเรื่องของเซ็กซ์เข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญ ส่วนผู้หญิงจะมีความรักเป็นแบบ โรแมนติก เลิฟ คือ รักที่ใช้ความผูกพันของจิตใจเป็นหลัก ความแตกต่างนี้เป็นธรรมชาติทางกายภาพ ความแตกต่างของอารมณ์เพศชาย หญิงเช่นนี้เอง จึงทำให้เพศหญิงเสียเปรียบ และเมื่อฝ่ายหญิงเพลี่ยงพล้ำไปย่อมได้รับผลกระทบที่รุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียคุณค่าในตัวเอง การเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ และสูญเสียอนาคตการศึกษา และที่เลวร้ายที่สุด คือ การเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และเอดส์

วัยรุ่นชาย ซึ่งเป็นผู้กระทำ และดูเหมือนว่าจะได้เปรียบในเรื่องเพศ ขอให้ลองตอบคำถามว่า คุณค่าความเป็นชายคืออะไร ใช่ความเก่งในการหลอกฟันสาว ๆ หรือว่า คุณค่าความเป็นชายคือ ความเป็นสุภาพบุรุษที่ปกป้องดูแลเพศหญิงที่อ่อนแอกว่า ลูกผู้ชายตัวจริง คือ คนที่ให้เกียรติหญิงที่เรารัก ไม่ใช้ความรักของผู้หญิงเป็นเครื่องมือในการเอาเปรียบและหลอกลวง ลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา ลดความเห็นแก่ตัว ก็จะทำให้ท่านเป็นลูกผู้ชายที่มีศักดิ์ศรี และเป็นสุภาพบุรุษตัวจริง

ไหวทัน (รู้เท่าทันอารมณ์ และความต้องการของตนเองในสถานการณ์ต่าง ๆ)

เมื่อต้องเผชิญกับอารมณ์ ความรู้สึก ความต้องการภายในของตน วัยรุ่นมักจะสับสนไม่สามารถควบคุมตนเองและแก้ไขสถานการณ์ได้ การเริ่มต้นของเรื่องเลวร้ายส่วนใหญ่นั้นมักจะเริ่มเพียงแค่การพูดคุยถูกคอ ด้วยความใกล้ชิด ความรู้สึกอบอุ่น ได้นำพาให้วัยรุ่นนำตนเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่มีเงื่อนไขเอื้ออำนวย เช่น เที่ยวด้วยกันในวันวาเลนไทน์ตามผับ หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ สองต่อสอง เมื่อมีการดื่มแอล กอฮอล์ด้วยก็ยิ่งทำให้ขาดสติมากขึ้น เมื่อสูญเสียการควบคุมตนเอง ก็ไม่สามารถหยุดความสัมพันธ์ไว้เพียงความใกล้ชิดภายนอก และมักลงเอยที่การมีเพศสัมพันธ์

ซึ่งพบข้อมูลด้านบวกจากผลการสำรวจว่า วัยรุ่นหญิงส่วนใหญ่ (ร้อยละ 69.4) ยืนยันว่าไม่ยินยอมเด็ดขาด แต่ก็ยังมีวัยรุ่นหญิงอีกจำนวนไม่น้อย ร้อยละ 27.6 ที่ตอบว่ายินดีและเต็มใจ ข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่าวัยรุ่นหญิงส่วนใหญ่มีความเข้าใจ และสามารถดูแลตนเองเรื่องเพศได้ แต่สำหรับวัยรุ่นหญิง ร้อยละ 27.6 นั้น อะไรทำให้เธอพร้อมที่จะมีเพศสัมพันธ์ สิ่งสำคัญในการที่สาว ๆ จะตัดสินใจมอบกายมอบใจให้ใครสักคนนั้น ทั้งด้วยความเต็มอกเต็มใจ ด้วยความกังวล ความกลัวที่จะสูญเสียเขาคนนั้นไป หรือหลายครั้งความเสี่ยงก็เริ่มมาจากเราไม่ไหวทันต่อสถานการณ์ และอารมณ์ตนเอง ปล่อยให้สถานการณ์พาไป การไม่กล้าปฏิเสธ การเกรงใจ และการปล่อยกายปล่อยใจไปตามอารมณ์ สิ่งเหล่านี้แหละทำให้เราตัดสินใจผิดพลาดได้ทั้งสิ้น จึงขอให้วัยรุ่นมีสติสักนิด ให้มีสติที่จะรู้เท่าทันความคิด ความรู้สึก และความต้องการของตัวเอง และไตร่ตรองให้รอบคอบถึงผลที่จะตามมาจากการตัดสินใจของเรา นั่นย่อมหมายถึงอนาคตที่ดีที่สามารถกำหนดได้ด้วยตัวเราเอง

ป้องกันได้ (มีทักษะในการป้องกันตนเอง เมื่อเผชิญสถานการณ์คับขัน)

จากผลการสำรวจดังกล่าว พบว่า หนุ่มวัยรุ่นไทย ร้อยละ 32.8 เห็นว่าไม่แน่ใจว่าจะยอมมีเซ็กซ์กับแฟนในวันวาเลนไทน์หรือเปล่า ในขณะที่ร้อยละ 27.6 ตอบว่ายินดีและเต็มใจที่จะมีเซ็กซ์กับแฟน และร้อยละ 7.8 ตอบว่ายอมตาม เมื่อรวมกันแล้ว ร้อยละ 68.2 ของวัยรุ่นชาย มีความเสี่ยงสูงมาก แต่ก็ยังมีร้อยละ 22.2 ที่ยืนยันหนักแน่นว่า จะไม่มีเซ็กซ์กับแฟนเด็ดขาด

นอกจากนี้ผลการสำรวจข้างต้น พบข้อมูลวัยรุ่นหญิงที่น่าเป็นห่วง อาจจะถูกชักนำให้มีเพศสัมพันธ์ได้ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกที่ยอมตามปฏิเสธไม่เป็น กลุ่มที่สองพวกที่ไม่ แน่ใจ และกลุ่มที่สามคือบอกว่า แล้วแต่สถานการณ์ ซึ่งเมื่อรวมกันแล้ววัยรุ่นสามกลุ่ม นี้ล้วนแล้วแต่มีความเสี่ยงทั้งสิ้น โดยมีจำนวนรวม ร้อยละ 26.4 ซึ่งก็นับว่าไม่น้อยเลย ทีเดียว

ดังนั้น การปฏิเสธในสถานการณ์คับขันอาจจะยาก หากเราไม่เด็ดเดี่ยวพอ ทางที่ดีป้องกันตนเองตั้งแต่แรก ไม่ให้เข้าไปสู่สถาน การณ์อันตราย จนไม่สามารถปฏิเสธได้ เข้าทำนองกันไว้ดีกว่าแก้

ซึ่งหากมีข้อห้ามต่าง ๆ เช่น ไม่เที่ยวกลางคืน ไม่ดื่มสุรา หรือไม่ให้ทำพฤติกรรมอื่น ๆ บางครั้งก็ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูกหลาน วัยรุ่นไม่แน่ใจว่าห้ามได้แค่ไหน อย่างไร ถึงจะเหมาะสม ไม่ทำให้วัยรุ่นรู้สึกถูกกดดันหรือบังคับ เข้มงวดจนเกินไป สิ่งสำคัญสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองในการดูแลลูกหลานวัยรุ่นในเรื่องความรักและ เพศคงไม่ใช่การดูแลใกล้ชิด หรือเฝ้าระวังเฉพาะในวันวาเลนไทน์เท่านั้น แต่ควรเป็นการดูแลด้วยความรัก ความเอาใจใส่ ความห่วงใย ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่นมั่นคงของครอบครัว เพื่อให้เด็กเรียนรู้ในการเป็น “คนสำคัญ” ที่พ่อแม่รักและห่วงใย สอนให้เด็ก“ภาคภูมิใจ” ในตนเอง เข้าใจ “ธรรมชาติตามวัย” ที่อยากรู้อยากลอง ความคิดที่แตกต่างระหว่างเพศชายและหญิง หากพ่อแม่ผู้ปกครอง พูดคุยกับลูกหลานวัยรุ่นด้วยการฟังมากขึ้น รวมถึงการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรักของพ่อแม่ ซึ่งช่วยให้เด็กเข้าใจและเห็นตัว อย่างที่เป็นรูปธรรมและสนุกในการเรียนรู้มากขึ้น

คลิกข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
http://www.icamtalk.com
http://www.tot.co.th
http://www.tobenumber1.net
http://www.dmhweb.dmh.go.th/social

มีปัญหาสุขภาพจิต ขอรับบริการได้ที่หน่วยบริการสุขภาพใกล้บ้านทั่วประเทศ หรือสายด่วนสุขภาพจิต 1323, 1667.

นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์

วันอาทิตย์ ที่ 25 เมษายน 2553 เวลา 0:00 น

ผ่านทางDaily News Online > โลกสีสวย > แรงงาน-สาธารณสุข > X-RAY สุขภาพ > ท้องนอกมดลูก.

เมื่อเร็ว ๆ นี้ผู้เขียนได้รับทราบข่าวจากเพื่อนคนหนึ่งว่า ภรรยาของเขาตั้งครรภ์เป็นหนที่ 2 แล้ว แต่หมอวินิจฉัยแล้วแจ้งข่าวร้ายว่า เป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูกเหมือนกับครั้งแรก ผลก็คือต้องทำลายเด็กในครรภ์ ด้วยเหตุนี้จึงต้องมาพูดคุยกับ ศ.นพ.อภิชาติ จิตต์เจริญ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อไขข้อกระจ่างในเรื่องนี้ให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบกัน

ศ.นพ.อภิชาติ อธิบายว่า การตั้งครรภ์นอกมดลูก เป็นการตั้งครรภ์ที่เกิดนอกโพรงมดลูก พบได้บ่อยบริเวณท่อนำไข่ คือแทนที่ตัวอ่อนจะเดินทางไปฝังตัวในโพรงมดลูก แต่กลับฝังตัวที่ท่อนำไข่ นอกจากนี้ยังพบบริเวณอื่น ๆ เช่น บริเวณรังไข่ อุ้งเชิงกราน ช่องท้อง

สาเหตุที่ทำให้เกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูกมีหลายปัจจัยด้วยกัน เช่น มีความผิดปกติของท่อนำไข่ตีบตัน ตัวอ่อนมีความผิดปกติ หรืออุ้งเชิงกรานมีพังผืดอยู่เยอะ ทำให้ไปขัดขวางตัวอ่อนไม่ให้ไปที่ท่อนำไข่ และไปที่โพรงมดลูกได้ นอกจากนี้ในคนที่มีบุตรยาก และเคยใช้วิธีช่วยการเจริญพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นการทำเด็กหลอดแล้ว หรือวิธีการช่วยเจริญพันธุ์อื่น ๆ ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูกได้สูงกว่าคนปกติทั่วไป

คนไข้ตั้งครรภ์นอกมดลูกจะมาพบแพทย์ด้วย 3 อาการหลัก ๆ คือ ประจำเดือนขาด ปวดท้องน้อย มีเลือดออกกะปริดกะปรอยทางช่องคลอด แต่บางคนอาจจะไม่จำเป็นต้องมีถึงครบ 3 อาการก็ได้

การวินิจฉัยการตั้งครรภ์นอกมดลูก จะบอกว่าง่ายก็ง่าย แต่บางรายก็ยาก ซึ่งอาจทำให้เกิดความผิดพลาดในการวินิจฉัยได้ในคนไข้บางราย ดังนั้นการวินิจฉัยจึงจำเป็นต้องอาศัยการตรวจร่างกาย การตรวจภายใน การตรวจอัลตราซาวด์ การตรวจทางห้องปฏิบัติการดูระดับฮอร์โมนเบต้าเอสซีจี ว่ามีการตั้งครรภ์หรือไม่ รวมทั้งการซักประวัติอย่างละเอียด ดูว่ามีอาการขาดประจำเดือน มีอาการปวดท้อง หรือเคยมีการอักเสบ ติดเชื้อ ในอุ้งเชิงกราน และเคยมีปัญหาการตีบตันของท่อนำไข่มาก่อนหรือไม่

มีคนไข้หลายรายกว่าจะทราบว่าตั้งครรภ์นอกมดลูก ก็มักพบว่า มีการแตกของท่อนำไข่ และตกเลือดในช่องท้องแล้ว ซึ่งเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ เพราะการที่ตัวอ่อนไปฝังตัวที่ท่อนำไข่ แล้วมีการเจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ท่อนำไข่ไม่สามารถขยายตามได้ จะทำให้ท่อนำไข่แตก หรือบางกรณีตัวอ่อนฝังตัวที่ท่อนำไข่ไม่ดี อาจจะหลุดไปในช่องท้อง ทำให้มีการตกเลือดเกิดขึ้น ดังนั้นการวินิจฉัยที่ล่าช้าอาจจะทำให้คนไข้เสียชีวิตได้

วิธีการรักษาการตั้งครรภ์นอกมดลูก คือ การยุติการตั้งครรภ์ แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อน อาจจะใช้วิธีการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง เข้าไปตัดเอาบริเวณที่ตัวอ่อนฝังตัวออกมา แต่ในปัจจุบันวิธีการที่ใช้ คือ

1.ไม่ผ่าตัด วิธีการนี้จะมีการให้ยาแก่คนไข้ เพื่อไปทำลายตัวอ่อน และรก ทำให้ฝ่อไป แต่มีข้อจำกัด คือ จะต้องวินิจฉัยได้เร็ว ตั้งแต่ในระยะเริ่มแรก ขนาดตัวอ่อนยังไม่ใหญ่ และยังไม่มีการแตกของท่อนำไข่ โดยคนไข้ต้องมารับการติดตามดูแลและรักษาอย่างต่อเนื่อง เพราะจะต้องเจาะเลือดดูระดับฮอร์โมนเบต้า เอสซีจี ที่บ่งชี้ถึงการตั้งครรภ์ว่ามีระดับสูงหรือไม่ ถ้าระดับฮอร์โมนเบต้าเอสซีจียังไม่ต่ำลงมา และ ตัวอ่อนอาจจะยังไม่ฝ่อ ในระยะที่ติดตามดูอาจจะให้ทำซ้ำลงไปได้

2.การผ่าตัด แพทย์จะทำการผ่าตัดก็ต่อเมื่อวินิจฉัยแล้วว่า คนไข้มาพบแพทย์ตอนอายุครรภ์เยอะ หรือขนาดตัวอ่อนใหญ่มากเกินกว่าที่จะฉีดยาได้ หรือมีภาวะการแตกหรือตกเลือดแล้ว จะไม่มาฉีดยา แต่จะต้องทำการผ่าตัดทันที

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพยาธิสภาพคนไข้ขณะนั้นว่าเป็นอย่างไร เช่น ถ้าคนไข้ตกเลือดและมีภาวะช็อกจะมาส่องกล้องคงไม่ได้แล้ว ก็ต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้อง นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์ด้วยว่ามีความสามารถและชำนาญในผ่า ตัดแบบใด

ท้ายนี้ขอเรียนว่า สำหรับคนที่เคยตั้งครรภ์นอกมดลูกมาแล้ว การตั้งครรภ์ครั้งต่อไปก็มีโอกาสเกิดมากกว่าคนอื่น แต่ไม่เกิน 5-10 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น คนที่มีประวัติการตั้งครรภ์นอกมดลูกจะต้องรีบมาฝากครรภ์ เพื่อตรวจดูว่ามีการตั้งครรภ์นอกมดลูกหรือไม่.

นวพรรษ บุญชาญ : สัมภาษณ์



  • Lou: Heya, this really is such an incredible topic to learn about.
  • Anti Aging: What's up, just wanted to mention, I enjoyed this article. It was funny. Keep on posting!
  • ชมพู่: น่ารักอ่ะพีพลอยเดี่ยววางๆจะไปหาน่ะ คิดถึงแม่เกด คิด

หมวดหมู่