ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย ที่เกี่ยวข้อง

การพัฒนา Gliocladium virens เป็นเชื้อราปฏิปักษ์ที่ใช้ควบคุมเชื้อราสาเหตุของโรคพืชโดยชีววิธี

ผ่านทางการพัฒนา Gliocladium virens เป็นเชื้อราปฏิปักษ์ที่ใช้ควบคุมเชื้อราสาเหตุของโรคพืชโดยชีววิธี.

การพัฒนา Gliocladium virens เป็นเชื้อราปฏิปักษ์ที่ใช้ควบคุมเชื้อราสาเหตุของโรคพืชโดยชีววิธี 

โรคพืชที่เกิดจากการเข้าทำลายของเชื้อสาเหตุที่อาศัยอยู่ในดิน นับเป็นโรคสำคัญที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพืชเศรษฐกิจต่าง ๆ ทั้งพืชไร่ ไม้ผล และพืชผัก โดยทำให้เกิดอาการเมล็ดเน่า เน่าระดับดินหรือเน่าคอดิน โรคกล้าไหม้ รากและโคนเน่า รวมทั้งโรคเหี่ยว เป็นต้น การใช้สารเคมี ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสภาพแวดล้อมพิษของสารเคมีที่ตกค้างอยู่ในดิน ทำลายจุลินทรีย์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ในการควบคุมเชื้อโรคสาเหตุโรคพืช ประเทศที่เจริญได้ตื่นตัวและหันมาศึกษาวิธีการควบคุมโรคพืชในดินโดยชีววิธี ควบคู่ไปกับการปฏิบัติทางเขตกรรมกันมากขึ้น เพื่อลดการใช้สารเคมี ลง ทำให้สภาพนิเวศทางการเกษตรกลับคืนสู่สภาพสมดุล หลายประเทศได้มีการศึกษาและผลิตจุลินทรีย์เพื่อใช้แทนสารเคมีอย่างเป็นการค้าแล้ว เช่น เชื้อราTrichoderma เชื้อแบคทีเรีย Bacillus sp. และเชื้อรา Gliocladium virens เชื้อรา G. virens นี้สามารถควบคุมเชื้อราสาเหตุโรคพืชได้หลายชนิด เช่นPythium spp., Sclerotium rolfsii Phytophthora sp. และ Fusarium oxysporum

 

จิระเดช แจ่มสว่าง และคณะ จากภาควิชาโรคพืช คณะเกษตร ได้ศึกษาการพัฒนา Gliocladium virensเป็นเชื้อราปฏิปักษ์ที่ใช้ควบคุม เชื้อสาเหตุโรคพืชโดยชีววิธี โดยการนำตัวอย่างดินในแปลงพืชผัก พืชไร่ ไม้ผล และสวนป่า รวม 200 ตัวอย่าง มาแยกเชื้อรา สามารถแยกเชื้อรา G. virens ได้ 101 ไอโซเลท เมื่อนำเชื้อดังกล่าวมาทดสอบประสิทธิภาพในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเส้นใยเชื้อราสาเหตุโรคพืช 6 ชนิด คือ เชื้อรา Pythuim aphanidermatum, Hyptophthora parasitica, Fusarium oxysporum, Sclerotium rolfsii Rhizoctonia solan และ Macrophomina phaseolina บนอาหาร potato dextrose agar (PDA) ปรากฏว่า เชื้อรา G. virens มีเปอร์เซ็นต์การยับยั้ง การเจริญและการเจริญของเส้นใยเชื้อโรคพืชถึง 4 ชนิด จากเชื้อโรคที่ทดสอบ 6 ชนิด ขณะที่ไอโซเลท 60 และ 49 มีค่าเฉลี่ยอัตราการเจริญคลุม ทับโคโลนีของเชื้อโรคพืชสูงในเชื้อโรค 5 ชนิด จากที่ทดสอบ 6 ชนิด อย่างไรก็ตามพบว่าไอโซเลท 49, 52, 61, 67, 68, 69, 71, 76, 77, 100 และ 101 มีคุณสมบัติที่ยับยั้งการเจริญและการเจริญคลุมทับเส้นใยเชื้อโรคได้

 

การศึกษาเพิ่มปริมาณเชื้อ G. virens บนเมล็ดข้าวโพด (ทุบแตก) ข้าวฟ่าง และข้าวเปลือก พบว่าหลังบ่มเชื้อเป็นเวลา 5 วัน เชื้อ G. virens สามารถเจริญและสร้างสปอร์ได้ดีมากบนอาหารดังกล่าว โดยมีระดับคะแนนการเจริญระหว่าง 3.9-4.0 (ระดับการเจริญสูงสุด) และมีปริมาณเชื้อ 2.1 x 1011, 1.1 x 1011และ 2.9 x 1011 หน่วยโคโลนี/เชื้อสด 1 กรัม ตามลำดับ สำหรับการเลี้ยงเชื้อรา G. virens บนอาหารแข็งจำนวน 6 สูตร ภายใต้ความชื้น อุณหภูมิและแสงระดับต่าง ๆ พบว่า เชื้อเจริญและสร้างสปอร์ได้ดีบนอาหารทุกสูตรใกล้เคียงกัน โดยมีปริมาณเชื้ออยู่ในช่วง 1.0 x 108 - 6.6 x 1010 หน่วยโคโลนี/เชื้อสด 1 กรัม และ 0.2 x 108 - 3.9 x 1010 หน่วยโคโลนี/ผงเชื้อแห้ง 1 กรัม เปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งมีค่าระหว่าง 40.0-75.0 เปอร์เซ็นต์ จากการศึกษาครั้งนี้สรุปได้ว่า สูตรที่ 5 ซึ่งประกอบด้วย รำหยาบ 40 เปอร์เซ็นต์ ข้าวโพด 30 เปอร์เซ็นต์ ทรายแก้ว 10 เปอร์เซ็นต์ และดินขุยไผ่ 20 เปอร์เซ็นต์ มีความชื้นในสูตรอาหาร 40 เปอร์เซ็นต์ มีความชื้นในสูตรอาหาร 40 เปอร์เซ็นต์ เลี้ยงภายใต้แสง 24 ชั่วโมง/วัน ที่อุณหภูมิ 27-30 องศาเซลเซียส เป็นสูตรและวิธีการที่เหมาะสมที่สุดสำหรับใช้ในการเพิ่มปริมาณเชื้อรา G. virens

 


จัดทำโฮมเพจโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์, 3 กันยายน 2545

About these ads

มีนาคม 23, 2010 - Posted by | 2543-2545, การเกษตร, KU eMagazine

ยังไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: