ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย ที่เกี่ยวข้อง

กวาง ที่พนัสเดียร์ฟาร์ม สัตว์เศรษฐกิจเพื่ออนาคต กุมภาพันธ์ 10, 2010

มติชนกรุ๊ป : หนังสือพิมพ์และนิตยสารในเครือมติชน.

วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 22 ฉบับที่ 467

เทคโนฯ ปศุสัตว์

กวาง ที่พนัสเดียร์ฟาร์ม สัตว์เศรษฐกิจเพื่ออนาคต

จากที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมเกษตรสัญจรที่จัดโดยนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน กับการเดินทางไปเยี่ยมการเลี้ยงกวางของสหกรณ์กวางแห่งประเทศไทย และฟาร์มเลี้ยงกวางของสมาชิกสหกรณ์ในเขตอำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม จึงเป็นจุดประกายแห่งการเริ่มต้นในการทำอาชีพการเลี้ยงกวาง ของ คุณทนง สิงห์คำ

ด้วยความสนใจและการศึกษาเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงกวางมาอย่างต่อเนื่อง โดยเดินทางไปเยี่ยมชมการเลี้ยงกวางในที่ต่างๆ เสมอ จึงทำให้คุณทนงตัดสินใจลงทุนทำฟาร์มเลี้ยงกวางขึ้น ในนามของ พนัสเดียร์ฟาร์ม เมื่อปี 2547 ควบคู่ไปกับการทำฟาร์มเลี้ยงสุกรที่ทำมาแต่เดิม

“พอดีในช่วง ปี 2545 อาชีพการเลี้ยงสุกรประสบปัญหาการลงทุนสูง อัตราเสี่ยงทั้งเรื่องโรคและความผันผวนด้านราคาสูงมาก จึงทำให้เราคิดที่จะหาธุรกิจอะไรสักอย่างที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องโรค ราคา และเป็นสินค้าที่มีอนาคต”

“เพราะกวางคือ สัตว์เศรษฐกิจเพื่ออนาคต”

นั่นคือ มุมมองของชายผู้นี้ต่ออาชีพการเลี้ยงกวาง ที่วันนี้ถือได้ว่าคุณทนง เป็นผู้หนึ่งที่ประสบความสำเร็จกับอาชีพการเลี้ยงกวาง และกลายเป็นแหล่งศึกษาดูงานของผู้สนใจ นอกจากนี้ ยังเป็นกรรมการของสหกรณ์กวางแห่งประเทศไทยอีกด้วย

“จากตรงนี้ จึงทำให้เรามุ่งมั่นที่จะเลี้ยง และส่งเสริมการเลี้ยงกวางให้เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง เพื่อให้กวางเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่มีการเพาะพันธุ์ เลี้ยงดู มีการจัดการตามหลักวิชาการ และแปรรูปผลผลิตให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีประโยชน์สำหรับผู้บริโภค อีกทั้งลดการล่าและทำลายสัตว์ป่าในธรรมชาติ” คุณทนง กล่าว

พนัสเดียร์ฟาร์ม นั้น ตั้งอยู่เลขที่ 50/2 หมู่ที่ 8 ตำบลหมอนนาง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี โทร. (038) 466-125, (081) 734-2415

เจ้าของฟาร์มกวางแห่งนี้ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า หลังจากที่ตัดสินใจทำฟาร์มเลี้ยงกวางแล้ว จึงได้ซื้อกวางเข้ามาเลี้ยง เริ่มต้นด้วยกวางพันธุ์รูซ่า จำนวน 9 ตัว โดยเป็นตัวผู้ 1 ตัว และตัวเมีย 8 ตัว

จากความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่อง ฝูงกวางจึงเพิ่มจำนวนขึ้น โดยปัจจุบันได้มีเลี้ยงกวางทั้งหมด 170 ตัว ประกอบด้วย 2 สายพันธุ์หลักคือ กวางม้าหรือกวางไทย และกวางรูซ่า

โดยเหตุผลที่เลือกเลี้ยงกวางทั้ง 2 ชนิด เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตดี เขาอ่อนที่ได้มีขนาดใหญ่ อีกทั้งยังโตเร็ว ทนโรคและเหมาะสมกับสภาพดินฟ้าอากาศของประเทศไทย

แต่อย่างไรก็ตาม ในการเลี้ยงกวางไทยนั้น ปัจจุบันกำหนดให้กวางเป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดหนึ่ง และกรมป่าไม้ได้ออกกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2537) ตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ให้กวางม้าหรือกวางไทยเป็นหนึ่งใน 59 สัตว์ป่าชนิดที่สามารถขออนุญาตเลี้ยงเพาะพันธุ์ได้ ดังนั้น หากเกษตรกรที่สนใจต้องการทำฟาร์มเลี้ยงกวางม้าหรือกวางไทย รวมถึงการเลี้ยงสัตว์ป่าเชิงพาณิชย์อื่นๆ ที่อนุญาตให้เพาะเลี้ยงได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินการขออนุญาตก่อน

โดยติดต่อที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งจะมีเงื่อนไขและขั้นตอนในการดำเนินการตั้งแต่ขออนุญาตเพาะพันธุ์ การขออนุญาตค้า และการขออนุญาตครอบครอง รายละเอียดตามกฎกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาตในเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง และการค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าคุ้มครองและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2551

ทั้งนี้ ในพื้นที่เลี้ยงกว่า 60 ไร่ กับปริมาณกวาง 170 ตัว เพื่อให้เกิดความเหมาะสม จึงแบ่งรูปแบบการเลี้ยงออกเป็น

1. เลี้ยงในลักษณะปล่อยแปลงหญ้า

2. เลี้ยงแบบขังคอก

“ถ้าเลี้ยงแบบปล่อยแปลงหญ้าอย่างเดียวจะต้องใช้พื้นที่ในอัตรา 1 ตัว ต่อไร่ แต่ถ้าเลี้ยงแบบปล่อยแปลงและขังด้วยอย่างที่ทำนี้ จะสามารถเลี้ยงกวางได้ 2 ตัว ในพื้นที่ 1 ไร่” เจ้าของฟาร์มบอกและว่า

“การจะเลี้ยงปล่อยทุ่งหญ้าอย่างเดียวจะทำให้แปลงหญ้าเสียหาย ดังนั้น จึงจำเป็นต้องสร้างคอกแล้วตัดหญ้าจากข้างนอกมาเสริมร่วมกับการให้อาหารข้น โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนปริมาณหญ้าธรรมชาติจะน้อย จึงจำเป็นต้องหาอาหารเสริมมาให้กวาง ปัจจุบัน ปริมาณหญ้าที่มีอยู่นั้นเพียงพอกับจำนวนกวางที่เลี้ยง แต่หากกวางมีปริมาณเพิ่มขึ้นฟาร์มอาจต้องปลูกหญ้าและถั่วเพิ่มขึ้น โดยหญ้าที่ให้ก็มีหญ้าขนเป็นหลัก เนื่องจากหญ้าขนนั้นปลูกง่าย เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ลุ่มที่มีน้ำท่วมขังในบางฤดู และเป็นหญ้าที่มีในธรรมชาติอยู่บริเวณรอบฟาร์มด้วย”

คุณทนง กล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับการจัดการดูแลกวางนั้น เมื่อกวางคลอดลูกออกมา จะปล่อยให้แม่กวางเลี้ยงจนหย่านม แล้วคัดเลือกกวางที่มีช่วงหลังยาว โครงสร้างดี เก็บไว้เป็นพ่อพันธุ์ ส่วนตัวผู้ที่มีลักษณะรูปร่างไม่เข้าเกณฑ์ ก็จะนำไปขุน ขณะที่ตัวเมียนั้นส่วนใหญ่จะเก็บไว้เป็นแม่พันธุ์ ยกเว้นตัวที่ผิดปกติจริงๆ จะคัดทิ้งหรือขุนขายต่อไป

ในการเลี้ยงกวางของคุณทนงนั้น ได้มีการนำแนวทางของการเลี้ยงสุกรเข้ามาผสมผสาน เช่น แนวคิดที่จะเลี้ยงกวางขุนให้เหมือนสุกรขุน โดยมีคำอธิบายว่า ต้องการเลี้ยงให้ได้คุณภาพของเนื้อกวางที่ดี ดังนั้น กวางที่จะเข้าโรงเชือด จึงต้องได้รับอาหารที่มีคุณภาพอย่างเพียงพอ ตลอดจนมีอายุเข้าฆ่าที่เหมาะสม จะทำให้ได้เนื้อที่มีคุณภาพ และเนื้อกวางที่ได้จะผ่านกระบวนการตัดแต่งมีคุณภาพดี เป็นที่ต้องการของลูกค้า

นอกจากนี้ อีกข้อแนะนำ การจัดการอาหารช่วงระยะการสร้างเขา ซึ่งหากกวางได้รับปริมาณอาหารไม่เพียงพอ หรือทำให้กวางเกิดความเครียดจากสาเหตุต่างๆ จะมีผลทำให้ผลผลิตเขาต่ำลง การเสริมอาหารข้นที่มีคุณภาพดีเพื่อต้องการเพิ่มผลผลิตเขานั้น ให้ผลไม่แตกต่างกับการให้กวางได้กินอาหารประเภทหญ้าคุณภาพดีในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการ ดังนั้น ในช่วงระยะการสร้างเขาจึงควรมีปริมาณอาหารที่เพียงพอวางให้กินได้อย่างเต็มที่ อย่าจำกัดอาหาร และไม่จำเป็นต้องเสริมอาหารข้น

สำหรับการจำหน่ายผลผลิตจากกวางของพนัสเดียร์ฟาร์มนั้น ประกอบด้วย

หนึ่ง การขยายสายพันธุ์กวางให้กับเกษตรกรที่สนใจ

สอง ผลิตเนื้อกวางตัดแต่งจำหน่ายที่ร้านค้าของ เจแอนด์โอ

สาม ทำไส้กรอกกวางส่งให้กับทางสหกรณ์กวางฯ (โดยทางฟาร์มมีโรงงานแปรรูปเป็นของตนเอง)

สี่ ผลิตเขากวางอ่อนจำหน่าย เช่น เขากวางอ่อนสไลซ์ เขากวางอ่อนบดผง และเขากวางอ่อนบรรจุแค็ปซูล

ห้า ผลผลิตอื่นๆ จากกวาง

มาถึงวันนี้ พนัสเดียร์ฟาร์ม มีความพร้อมแล้วที่จะให้ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ กับผู้สนใจที่อยากมีอาชีพการเลี้ยงกวาง ฟาร์มแห่งนี้จึงเป็นอีกแห่งหนึ่งที่เปิดกว้างให้ผู้สนใจได้เข้ามาเรียน ซึ่งสามารถติดต่อได้ตามที่อยู่ข้างต้น

อนึ่ง สำหรับแหล่งความรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงกวาง รวมไปถึงการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเชิงพาณิชย์ ผู้สนใจยังสามารถติดต่อขอข้อมูลได้ที่ สำนักพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ สพภ. ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2551 เป็นหน่วยงานที่ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืนและถูกวิธี

โดยมีสถานที่ตั้งอยู่ที่ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 อาคารรวมหน่วยงานราชการ (อาคาร B) ชั้น 9 เลขที่ 120 หมู่ที่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 โทร. (02) 141-7800

คุณปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ กล่าวว่า แนวทางการพัฒนาสัตว์ป่ามาเป็นสัตว์เลี้ยงเพื่อเสริมเศรษฐกิจนั้น นอกจากจะช่วยสร้างอาชีพและรายได้แล้ว ยังทำให้สัตว์ป่าในธรรมชาติไม่สูญพันธุ์ และส่งผลดีต่อระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพในธรรมชาติ

“จากการที่ สพภ.ได้ลงสู่พื้นที่ จึงพบว่ามีกลุ่มธุรกิจกวาง กลุ่มนกปากขอ และกลุ่มไก่ฟ้า เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพ ซึ่งมีการดำเนินการนำร่องพัฒนา ส่งเสริม และช่วยแก้ไขปัญหา ตลอดจนช่วยเพิ่มองค์ความรู้ใหม่ๆ ช่วยสนับสนุนเพิ่มช่องทางการตลาดและการประชาสัมพันธ์ เพื่อนำไปสู่การส่งเสริมให้เกษตรกรในบ้านเราสามารถนำไปประกอบอาชีพสร้างรายได้อย่างมั่นคง” คุณปีติพงศ์ กล่าวในที่สุด

เชิญร่วมสัมมนา “ทำนาอย่างไร ให้เหลือเก็บ” ฟรี

สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย ร่วมกับคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดสัมมนาเชิงวิชาการในงานเกษตรภาคเหนือ เรื่อง “ทำนาอย่างไร ให้เหลือเก็บ” ณ ห้องประชุมคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2552 เวลา 09.00-15.30 น.

คุณปัญญา เจริญวงศ์ นายกสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การจัดสัมมนาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้และประสบการณ์จากนักวิชาการ นักบริหาร และเกษตรกรผู้ประสบความสำเร็จในการทำนา มาถ่ายทอดให้กับเกษตรกร โดยในภาคเช้า ประกอบด้วยการบรรยายพิเศษ เรื่อง “อนาคตข้าวไทยกับสถานการณ์อาหารโลก” โดย คุณประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมการข้าว “โอกาสของข้าวไทยก้าวไกลในตลาดโลกจริงหรือ?” โดย ศ.ดร.อารี วิบูลย์พงษ์ ภาควิชาเศรษฐศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และกำเคียวเดี่ยวไมค์ กับไมค์ ภิรมย์พร” โดย ไมค์ ภิรมย์พร เกษตรกรนักร้องลูกทุ่งผู้ประสบความสำเร็จในการทำนาแผนใหม่

ภาคบ่าย เป็นการสัมมนา เรื่อง “ทำนาอย่างไร ให้เหลือเก็บ” ผู้ร่วมอภิปราย ประกอบด้วย คุณสมาน ทัดเที่ยง เกษตกรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิ จากจังหวัดเชียงใหม่ คุณประสาท ฮงประยูร ประธานศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรตำบลสัยนาเส็ง จังหวัดเชียงใหม่ และ คุณฐกร กนกพรวสินทร์ ฝ่ายการตลาด บจก.สยามคูโบต้าอุตสาหกรรม จำกัด และ คุณตะวัน ห่างสูงนิยม และปิดท้ายการสัมมนาด้วยการบรรยายพิศษ เรื่อง “สหกรณ์ก้าวไกล ข้าวไทยยั่งยืน” โดย คุณฉกรรณ์ แสงรักษาวงศ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์

สนใจเข้าร่วมการสัมมนา สำรองที่นั่งได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โทร. (053) 944-088, (084) 608-9915 โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

About these ads
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s