หญิงแม้น-แทคไม่หวั่นควงคู่โชว์ฝีมือหุงข้าว
หญิงแม้น-แทคไม่หวั่นควงคู่โชว์ฝีมือหุงข้าว – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.
23 เมษายน 2552, 09:58 น.
เคยเห็นมานับไม่ถ้วนแล้ว สำหรับเหล่าเซเล็บคนดังที่หันมาเอาดีจับตะหลิวทำอาหาร แต่ที่ไม่เคยเห็นคือ เหล่าคนดังมาจับหม้อหุงข้าว หุงให้เห็นกันแบบสดๆ ให้เห็นกันไปเลยว่าข้าวที่แต่ละคนหุงออกมาหน้าตาเป็นยังไง จะสวยหรือหล่อเหมือนคนหุงหรือเปล่า?
งานนี้ วิพุธ หวั่งหลี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบริหารงานและการตลาด บริษัท ชัยทิพย์ จำกัด ทุ่มทุนเนรมิตลานอีเดน ศูนย์การเซ็นทรัลเวิล์ด เป็นห้องครัวจำลองเพื่อท้าเหล่าเซเล็บ นักแสดง และบุคคลจากหลากหลายอาชีพ รวม 100 ชีวิต ร่วมหุงข้าวกันแบบจริงๆ ให้เห็นกันจะๆตั้งแต่ขั้นตอนแรก โดยงานนี้ผู้จัดงานก็นำเครื่องมือวัดความนุ่มของข้าวมาวัดให้เห็นกันไปเลยว่า ข้าวพนมรุ้งที่หุงออกมามีคงคุณภาพความสวยและความนุ่มได้เท่ากันหมด เหมือนกับเชฟมาหุงเอง
โดยก่อนจะเริ่มการท้าประลอง วิพุธ ก็แอบเผยความลับที่ทำให้ข้าวพนมรุ้งเป็นที่ถูกอกถูกใจของเชฟจากโรงแรมชื่อดังมาตลอด 4 ปีว่า ข้าวพนมรุ้งผ่านการทดสอบและวิจัยมาเป็นอย่างดี เพื่อให้ได้สัดส่วนที่พอเหมาะของการผสมระหว่างข้าวเก่าและข้าวใหม่ เพราะถ้ามีอย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินไป อาจจะทำให้ข้าวที่หุงออกมาแข็งหรือแฉะขึ้นไป แต่ที่สำคัญคือข้าวพนมรุ้งไม่ต้องซาวน้ำ และ ผู้บริโภคสามารถควบคุมอัตราส่วนข้าวต่อน้ำที่เท่ากัน เพื่อให้ได้ข้าวสวยที่นุ่มอร่อยเท่ากันทุกครั้ง
งานนี้เหล่าเซเล็บและดาราก็ให้ความสนใจเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ ม.ล.ปุญยนุช ดุลยจินดา ควงคู่มากับน้องอร ลูกสาว, เชฟเจตน์ เชี่ยวสกุล, สุชัญญษ ธนาลงกรณ์, มินห์-อรรถวดี จิรมณีกุล,หัทยา วงศ์กระจ่างและลูกสาว, รัศมี ทองศิริไพศรี, สาลินี ปัญยารชุน และ ปุณยวีร์ สุขกุลวรเศรษฐ์ มาดูกันดีกว่าว่าฝีมือการหุงข่าวของเหล่าคนดังจะเป็นยังไง


เริ่มกันที่ไฮโซสาวสุดฮอตอย่างหญิงแม้น-ม.ร.ว. แม้นนฤมาศ ยุคล ที่งานนี้ออกตัวล่วงหน้าไว้ก่อนเลยว่าไม่เคยหุงข้าวมาก่อนในชีวิต แต่งานนี้เธอก็ได้คะแนนจากความนุ่มของข้าวไปถึง 55.3 เล่นเอาหญิงแม้นยิ้มไม่หุบ งานนี้ไม่รู้ว่าคุณภาพของข้าวหรือพรสวรรค์ลึกๆที่ซ่อนอยู๋กันแน่

ฟากหนุ่ม แทค-ภรัญยู โรจนวุฒิธรรม อดีตคนเคยรักก็มาเคียงคู่หุงข้าวกะเค้าด้วย งานนี้นายแทคก็ทำผลงานไปไม่เลวกวาดคะแนนไปได้ถึง53.8 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ผ่านเกณฑ์?
ส่วนคู่รักไฮโซอย่าง วินและพิม ซอนย่า โปลโดมินิก วัชรสินธุ์ ก็ควงคู่มาหุงข้าวด้วย ซึ่งพิมบอกว่าไม่ค่อยได้ทำกับข้าวเท่าไหร่ หรือถ้าจะทำก็ทำอาหารฝรั่ง เพราะถ้าเป็นอาหารไทยจะมีแม่บ้านทำให้มากกว่า ซึ่งแน่นอนว่าแม่บ้านทำได้อร่อยกว่าเราเลยไม่อยากไปทำแข่ง แต่ต่อไปนี้ถ้ามีข้าวดี แบบข้าวพนมรุ้งก็อาจจะลองหุงข้าวแข่งดู (หัวเราะ)

ปิดท้ายด้วยคุณแม่ยังสาวอย่าง หนิง ศรัยฉัตร? กุญชรฯ จีระแพทย์ ที่วันนี้ทิ้งให้คุณสามีเลี้ยงลูก 1 วันบอกว่า แต่ก่อนก็ไม่สนใจทำอาหาร แต่พอมีลูกก็ต้องหันมาใส่ใจสุขภาพของลูกมากขึ้น เพราะอยากให้ลูกได้กินข้าวที่ดี มีคุณภาพ

เห็นทีคราวนี้ไม่รู้จะบอกว่าคุณภาพข้าวเค้าดีจริง หรือเป็นเพราะพรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ลึกๆของเหล่าคนดังกันแน่!!!


ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไทยรัฐออนไลน์
- 23 เมษายน 2552, 09:58 น.
ไขความลับกับอาการซ่อนเร้นของผู้หญิงก่อนมีประจำเดือน
ไขความลับกับอาการซ่อนเร้นของผู้หญิงก่อนมีประจำเดือน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.
22 เมษายน 2552, 11:00 น.


เคยสงสัยมั้ยว่าทำไมเวลาใกล้ๆวันนั้นของเดือนทีไร ผู้หญิงเรานอกจากจะต้องทรมานกายกับอาการปวดท้อง รูปร่างที่ผิดแปลก เพราะพุงที่ป่องออกมามากว่าปกติแล้ว วันนั้นคนรอบข้างยังพร้อมใจกันทำตัวไม่ได้ดั่งใจเราไปซะทุกอย่าง ทำอะไรก็ขัดหูขัดตา หงุดหงิดไปซะหมด บางคนอาการหนักถึงขั้นปลีกตัวออกจากสังคม มีอาการซึมเศร้า แต่พอหลังจากพ้นวันนั้นของเดือนไป 1-2 วัน โลกใบเดิมก็กลับมาสดใสเหมือนเดิม ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
เชื่อว่าผู้หญิงไทยหลายคนเคยประสบปัญหาดังกล่าว แต่ไม่เคยรู้ว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ทำให้ต้องทนรับกับอาการดังกล่าวจนกลายเป็นความเคยชินและมองข้ามปัญหาเล็กๆที่เกิดขึ้นเป็นประจำนี้ไปในที่สุด แต่ใครจะรู้ว่าปัญหาเล็กเหล่านี้ วันหนึ่งอาจกลายเป็นภัยร้ายที่ส่งผลกระทบต่อตัวเราและคนรอบข้างอย่างคาดไม่ถึง


จากผลการสำรวจของสวนดุสิตโพล พบว่า ร้อยละ 91.20 ของกลุ่มนิสิต นักศึกษา และสตรีวัยทำงานที่มีอายุระหว่าง 18-35 ปี ในกรุงเทพฯ 503 คน และต่างจังหวัด 554 คน รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,057 คน มีอาการไม่พึงประสงค์ก่อนมีประจำเดือน และร้อยละ 91.39 ไม่รู้จัก “PMS, PMDD”
ทั้งนี้อาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นมากที่สุดคือ หงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวนโดยไม่ทราบสาเหตุร้อยละ 19.24 รองลงมาคืออาการตึงคัดเต้านมร้อยละ 17.88 ทั้งนี้สตรีกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 70.96 ไม่เคยได้รับข้อมูล ความรู้เกี่ยวกับกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน โดยร้อยละ 40.87 เห็นว่าอาการไม่พึงประสงค์ก่อนมีประจำเดือนควรได้รับการรักษา เพราะบางครั้งมีอาการรุนแรงทำให้หงุดหงิดทรมาน ทนอาการเจ็บปวดไม่ไหว มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต และไม่มีความสุข
จากผลการสำรวจดังกล่าวชี้ให้เห็นว่ามี สตรีจำนวนมากที่ตกเป็นเหยื่อของอาการไม่พึงประสงค์ในช่วงก่อนมีประจำเดือน โดยไม่รู้สาเหตุและวิธีรักษาที่ถูกต้อง ดังนั้นกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับไบเออร์ เชริง ฟาร์มา จัดเสวนาพิเศษในหัวข้อ “สตรีไทยห่างไกลวิกฤติทางอารมณ์ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันกับ 24/4″ เพื่อให้ความรู้และความเข้าใจเรื่องภาวะทางอารมณ์ โดยเฉพาะความแปรปรวนทางร่างกายและอารมณ์ที่มีสาเหตุมาจาก PMS, PMDD?
เริ่มจาก แพทย์หญิงนันทา อ่วมกุล ผู้อำนวยการสำนักที่ปรึกษา กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสาเหตุของอาการดังกล่าวว่า ปัจจุบันนอกจากสตรีไทยต้องเผชิญกับความเครียด หงุดหงิดและอารมณ์แปรปรวนมากขึ้นจากภาระงานและความรับผิดชอบต่อครอบครัวที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจขาลงแล้ว ยังต้องเผชิญกับภาวะการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกายในช่วงก่อนมีประจำเดือน จนก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์(PMS, PMDD) ทำให้ผู้หญิงเกิดอาการแปรปรวนทั้งร่างกายและจิตใจ จนส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและความสัมพันธ์ต่อผู้คนรอบข้าง

ขณะที่ศาสตราจารย์ นายแพทย์สุรศักดิ์ ฐานีพานิชสกุล คณะบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า?????? “กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน (Premenstrual Syndrome : PMS) คือ อาการทางกายและใจที่เกิดกับผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ในช่วงเวลา 5-10 วัน ก่อนมีประจำเดือน และอาการจะดีขึ้นและหายไปหลังจากประจำเดือนมาแล้ว ซึ่งสาเหตุของการเกิด PMS ยังไม่ทราบกันแน่ชัด แต่ทางการแพทย์สันนิษฐานว่า อาจจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงระดับของฮอร์โมนเพศ ในระหว่างรอบประจำเดือน โดยความรุนแรงของอาการแต่ละคนจะขึ้นอยู่กับหลายสาเหตุ เช่น ลักษณะการใช้ชีวิต ความเครียด และกรรมพันธุ์ โดยอาการหลักๆ ที่มักเป็นกันมาก เช่น คัดตึงเต้านม แขนหรือขาบวม ปวดศีรษะ ไมเกรน ท้องอืด น้ำหนักขึ้น อยากอาหารมากกว่าปกติ นอนไม่หลับ หรือนอนมากกว่าปกติ หงุดหงิด อารมณ์แปรปรวน ขาดสมาธิ เครียด วิตกกังวล ส่วนกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนชนิดรุนแรง (Premenstrual Dysphoric Disorder : PMDD) เป็นกลุ่มอาการที่มีความรุนแรงมากกว่า PMS โดยความรุนแรงอาจมีผลเสียต่อการใช้ชีวิตของผู้ที่มีอาการเป็นอย่างมาก และมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการรักษา
“จากการวิจัยพบว่า ผู้หญิงไทยในวัยเจริญพันธุ์ร้อยละ 95 มีอาการก่อนมีประจำเดือนอย่างน้อย 1 อาการ จากอาการหลักที่มักเกิดขึ้น ได้แก่ คัดตึงเต้านม ปวดศีรษะ แขนขาบวม ท้องบวมอืด หงุดหงิด เครียด อารมณ์แปรปรวน อยากอาหารมากกว่าปกติ นอนไม่หลับและขาดสมาธิ โดย 1 ใน 3 ของผู้หญิงกลุ่มนี้ ความรุนแรงของอาการอาจมีมากขึ้น และมีอาการร่วมกันมากกว่า 2 ? 3 อย่างขึ้นไป เช่น หงุดหงิด อารมณ์แปรปรวน หดหู่ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังพบว่า 10% ของผู้หญิงกลุ่มนี้มีอาการอยู่ในขั้นรุนแรง หรือ PMDD ซึ่งอาการเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับคนรอบข้างทั้งเพื่อนร่วมงาน ครอบครัว และมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงาน ขณะที่มีผู้หญิงไทยเพียง 10% ที่รู้จักและเข้าใจถึงอาการ PMS และถ้าเป็นอาการ PMDD จะยิ่งรู้จักกันน้อยมาก” ศ.นพ.สุรศักดิ์ กล่าว

ส่วนวิธีปฏิบัติสำหรับผู้ที่มีอาการก่อนมีประจำเดือนนั้น ศ.นพ.สุรศักดิ์ แนะนำให้ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ฝึกสมาธิเพื่อให้จิตใจสงบ พักผ่อนให้เพียงพอ บริโภคอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ หลีกเลี่ยงความเครียดในชีวิตประจำวัน หรือใช้ผลิตภัณฑ์ปรับสมดุลที่ช่วยบรรเทาอาการก่อนมีประจำเดือนเดือน โดยรับประทาน 24 เม็ดกับอีก 4 เม็ด เพื่อเป็นการปรับสมดุลของสารในร่างกาย อย่างไรก็ดี ผู้มีอาการก่อนมีประจำเดือนควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม
ด้านนพ. สุกมล วิภาวีพลกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชศาสตร์ กล่าวว่า “อารมณ์แปรปรวนคือ อารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและอย่างไม่มีเหตุผล หรือบางครั้งกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ กลับมีการตอบสนองมากเกินเหตุ ซึ่งอาการเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย เพราะร่างกายจะหลั่งสารแห่งความเครียด ทำให้นอนไม่หลับ ปวดเกร็งตามท้ายทอย หัวไหล่เพราะกล้ามเนื้อเกร็งตัว กระทบต่อการทำงาน เพราะไม่มีสมาธิ ทำให้การงานล่าช้าหรือบกพร่อง กระทบต่อความสัมพันธ์ ทั้งเพื่อนร่วมงานและสมาชิกในครอบครัว เพราะอารมณ์รุนแรงจะแสดงออกมาทางการสื่อสาร ทำให้คนรอบข้างเครียดไปด้วย หรือ เสียบรรยากาศที่ดีในครอบครัวและที่ทำงาน? โดยเฉพาะช่วงก่อนมีประจำเดือนอาจจะทำให้ผู้หญิงมีอาการหงุดหงิด เครียด และอารมณ์แปรปรวนได้ง่ายขึ้น จึงควรสังเกตตนเองอยู่เสมอ และปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อให้ตนเองเป็นผู้หญิง “อารมณ์สวย” อยู่เสมอ”
สำหรับสาวๆคนไหนที่สงสัยว่าตัวเองเข้าข่ายอาการดังกล่าวหรือไม่ สามารถดาวน์โหลดคู่มือ “อารมณ์ดี 24/4″ ได้ที่
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไทยรัฐออนไลน์
- 22 เมษายน 2552, 11:00 น.
กินอย่างไร…ชะลอวัยสาว 40+
กินอย่างไร…ชะลอวัยสาว 40+ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.
ตอนเป็นวัยรุ่น จะกินจะดื่มอะไรที ก็ไม่ต้องพิถีพิถัน จะอดนอนซัก 2 คืน อดข้าวเช้า ข้าวกลางวันบ้างก็ไม่เห็นร่างกายจะผิดปกติ หรือแสดงอาการอะไร
แต่พอเริ่มก้าวเข้าสู่เลข 3 เท่านั้นแหละ ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งดั่งหินผา ก็เริ่มจะรับไม่ไหว ผิวพรรณที่เคยสดใส เปล่งปลั่งก็เริ่มจะเหี่ยวย่น หย่อนคล้อยไปตามกาลเวลา
จนเมื่อก้าวเข้าสู่หลัก 4 ความเสื่อมของร่างกายยิ่งปรากฏให้เห็นเด่นชัด นอกจากจะเป็นแหล่งรวมของสารพัดโรคแล้ว สิ่งหนึ่งที่บรรดาสาวๆส่วนใหญ่ทนไม่ได้คือ ความสาวที่บอกลาเราไปแบบติดสปีดนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม แม้ความแก่และสังขารของมนุษย์ จะเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่เราจะทำอย่างไรเพื่อรู้เท่าทันและเตรียมรับมือกับความแก่ตั้งแต่เนิ่นๆ วันนี้เรามีเทคนิคดีๆเกี่ยวกับการเลือกรับประทานอาหารอย่างถูกวิธี เพื่อชะลอความสาวให้อยู่กับเราไปนานๆ จาก พญ. อัจจิมา สุวรรณจินดา ผู้อำนวยการสถาบัน Medisci แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง และอายุรวัฒน์ มาฝาก
ร่างกายก็เหมือนกับรถยนต์
พญ. อัจจิมา เปรียบเทียบว่าร่างกายของคนเราเหมือนกับรถยนต์ ตรงที่รถยนต์ต้องอาศัยน้ำมันในการสับดาปเครื่องยนต์เพื่อให้ขับเคลื่อนได้ ซึ่งถ้าคนขับเลือกน้ำมันที่ไม่ดี ไม่เหมาะสมกับเครื่องยนต์ ก็จะทำให้กระบวนการสันดาป เผาผลาญเชื้อเพลิงภายในไม่สมบูรณ์ เครื่องยนต์ทำงานไมปกติ เช่นเดียวกับร่างกายของคนเราที่ต้องการอาหาร เพื่อสร้างพลังงานและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ซึ่งหากร่างกายได้รับอาหารที่ไม่มีประโยชน์หรือในปริมาณที่ไม่สมดุล ร่างกายก็ไม่สามารถนำมาใช้เป็นพลังงานหรือซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้

หลายคนอาจแย้งว่าตั้งแต่เกิดมา จนย่างเข้าสู่เลข 3 แล้ว ก็กินอาหารตามใจปากมาตลอด แต่ไม่เห็นมีความผิดปกติอะไรในร่างกาย ซึ่งคุณหมอบอกว่า อาการผิดปกติหรือโรคจะไม่ปรากฏออกมาทันที แต่อาจมีสัญญาณบ่งชี้ เช่น อาการนอนไมหลับ ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกไม่สดชื่น ร่างกายอ่อนเพลีย ซึ่งสัญญาณเหล่านี้หลายคนอาจเห็นเป็นเรื่องปกติ หรือเป็นความเคยชิน แต่ความจริงๆแล้วเป็นสิ่งผิดปกติ เพราะ ร่างกายของคนที่ได้รับอาหารเพียงพอ จะมีพลังงานในการทำกิจกรรมทั้งวัน โดยไม่อ่อนเพลีย หรือเหน็ดเหนื่อยระหว่างวัน
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี นำไปสู่ความเสื่อมของร่างกาย??
คุณหมอยกตัวอย่างชนเผ่าฮันซ่า ในประเทศปากีสถาน ซึ่งเป็นชนเผ่าที่ได้ชื่อว่ามีอายุยืนที่สุดในโลก (คนเราสามารถมีอายุขัยได้ยืนยาวถึง 120 ปี) ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่า ประชากรในวัย 60-80 ปีของชนเผ่านี้ไม่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง ขณะที่ในคนปกติมักป่วยเป็นโรคมะเร็ง ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ชนเผ่านี้มีอายุยืน น่าจะมาจากการดำรงชีวิตด้วยวิถีแบบดั้งเดิม คือ การล่าสัตว์ จับปลา และเก็บผลไม้ มาเป็นอาหาร รวมทั้งการดื่มน้ำแร่เป็นประจำอีกด้วย
แต่ต่อมาเมื่อนักวิทยาศาสตร์เริ่มเข้าไปศึกษาเพื่อไขความลับเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชนเผ่านี้มากขึ้น โดยมีการนำเทคโนโลยีและความเจริญเข้าไป ปรากฏว่าคนสูงอายุในเผ่าเริ่มป่วยเป็นโรคมากขึ้น จนนำมาสู่การตั้งสมมติฐานว่าความเจริญของเทคโนโลยีเป็นตัวนำไปสู่ความเสื่อมถอยของร่างกาย และอายุขัยของคนหรือไม่

ไขความลับกิน…ต้านโรค กิน…อย่างสมดุล
ในปัจจุบันผู้บริโภคอาจได้รับข้อมูลหรือสูตรการกินอาหารเป็นพันๆสูตรทั้งง่ายบ้างยากบ้าง เพื่อให้เรามีสุขภาพแข็งแรง มีร่างกายที่สมส่วน แต่สำหรับ พญ. อัจจิมาเธอกลับมีสูตรสำเร็จสำหรับการรับประทานอาหารอย่างถูกวิธี เพียงสั้นๆง่ายๆว่า “กินอย่างสมดุล”
คุณหมอบอกว่า บางคนอยากผอมก็อดอาหาร ออกกำลังกายอย่างหักโหม ซึ่งการทำเช่นนั้นเป็นการทำร้ายร่างกาย เพราะการมีร่างกายที่สมส่วน คือการกินอย่างสมดุล ไม่มากไปหรือน้อยไป แต่ต้องเพียงพอกับความต้องการของร่างกายที่จะใช้ในการสร้างพลังงานและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย โดยหลักการรับประทานอาหารของคุณหมอคือ กินอาหารให้ครบทุกมื้อ (สำหรับคุณหมอประกอบด้วย 5 มื้อด้วยกัน คือ มื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อเย็น และของว่างระหว่างมื้อเช้าและมื้อเที่ยง) โดยเฉพาะมื้อเช้าที่หลายคนอาจมองข้าม แต่คุณหมอกลับให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะในช่วงที่เราหลับเป็นเวลา 8-10 ชั่วโมง ร่างกายของเราจะขาดสารอาหาร ดังนั้นพอตื่นเช้าขึ้นมา ร่างกายจึงต้องการกลูโคสเข้าไปเลี้ยงสมอง? รวมทั้งสารอาหารประเภทโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต เพื่อผลิตสารไปกระตุ้นให้สมองสร้างสืบประสาทเพื่อทำให้ร่างกายตื่นตัวตลอดทั้งวัน
คุณหมอยังบอกอีกว่า นอกจากจะกินอาหารให้ครบทุกมื้อแล้ว ยังต้องครบทุกหมู่ด้วย และ ถ้าจะให้ดีควรกินอาหารที่เป็นวัตถุดิบ คือไม่ผ่านการดัดแปลงหรือแปรรูปมากนัก ไม่ว่าจะเป็นการปรุงโดยใช้ความร้อนสูงๆ หรือการปรุงแต่งรสชาติให้มีรสจัดเกินไป เพราะจะเป็นการทำลายระบบย่อยและระบบดูดซึมของร่างกาย ซึ่งปัจจุบันเราจะพบว่ามีผู้ป่วยโรค “ไส้รั่ว” มากขึ้น ซึ่งเป็นภาวะที่ก้อนอาหารที่รับประทานเข้าไปหลุดไปยังส่วนต่างๆ ดยไม่ผ่านกระบวนการย่อยและดูดซึมโดยลำไส้ ให้เป็นโมเลกุลเล็กๆ หรือภาวะกรดไหลย้อน เกิดผื่นแดงหรือแพ้อาหารที่กินเป็นประจำ
นอกจากนี้ ยังควรเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลาย อย่ากินอะไรซ้ำซากเป็นประจำทุกมื้อ เพราะหากกินซ้ำซากจะเกิดภาวะ?ภูมิแพ้อาหาร? มีลักษณะคล้ายอาการดื้อยา และร่างกายก็จะไม่ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน

ให้เวลากับการกิน และ รู้เท่าทันสุขภาพของตัวเอง
ด้วยสภาวะสังคมที่เร่งรีบ ทำให้เราเลือกที่จะประหยัดเวลาในการรับประทานให้มากที่สุด เพื่อเคลียร์งานหรือเข้าประชุม ซึ่งคุณหมอเห็นว่า นั่นเป็นการทำร้ายตัวเองทางอ้อม เพราะเวลาที่เรารับประทานอาหารเข้าไป อาหารจะถูกลำเลียงไปยังอวัยวะต่างๆ จนเข้าสู่กระบวนการย่อยและดูดซึมเพื่อเป็นพลังงาน ซึ่งหาก 2 กระบวนการนี้ทำงานอย่างไม่สมบูรณ์ อาหารที่เรารับประทานเข้าไปไม่ว่าจะดีหรือมีประโยชน์แค่ไหน แต่ไม่ได้ผ่านกระบวนการย่อยก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้นเราควรค่อยๆรับประทานอาหาร เคี้ยวอาหารให้ละเอียด และนั่งพักสักครู่หลังรับประทานอาหาร
นอกจากนี้ คุณหมอยังบอกว่า ไม่มีใครรู้จักตัวเราดีกว่าตัวเราเอง ดังนั้นเราจึงควรหมั่นฟังสิ่งที่ร่างกายบอกกับเรา เช่น วันนี้ตื่นเช้ามารู้สึกร่างกายไม่ปกติ เราต้องไม่ละเลย แต่ต้องกลับไปคิดว่าเพราะอะไร เมื่อวานเรารับประทานอะไรเข้าไปบ้าง หรือเมื่อวานร่างกายเรารับอาหารเข้าไปเท่านี้ แล้ววันนี้ร่างกายของเรามีการขับถ่ายออกมาหรือไม่ และขับถ่ายออกมาในปริมาณที่เหมาะสมหรือไม่ ซึ่งหากทำเช่นนี้เป็นประจำเราจะได้ทราบความผิดปกติของร่างกาย
ผิวพรรณที่สดใส คือหน้าต่างของร่างกาย
โบราณว่า ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ แต่ พญ. อัจจิมา กลับมองว่าผิวพรรณก็เป็นหน้าต่างของร่างกายเราเหมือนกัน เพราะแน่นอนว่าลักษณะภายนอกที่จะบ่งชี้ว่าคุณมีสุขภาพดีหรือไม่ ก็เริ่มจากการสังเกตผิวพรรณก่อน ยิ่งคุณมีผิวพรรณที่เปล่งปลั่ง สดใสเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นตัวการันตีว่าคุณมีสุขภาพดีเท่านั้น
คุณหมอบอกว่า คนที่มีสุขภาพดีนอกจากจะรับประทานอาหารที่ดีเข้าไปแล้วยังต้องมีการ detox หรือกำจัดสารพิษออกจากร่างกายด้วย ซึ่งการ detox ที่เกิดขึ้นเป็นปกติของคนเราอยู่แล้ว คือ การขับถ่ายในรูปของอุจจาระ และการขับเหงื่อจากการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกาย
โดย 3 ไม้ตายของกินอาหารเพื่อสุขภาพละเพื่อชะลอความแก่ของคุณหมอ คือ? 1. รับสิ่งดีๆเข้าไปในร่างกาย 2.ขับสิ่งไม่ดีออกไปจากร่างกาย 3. ทำให้ร่างกายอยู่ในระดับสมดุล
รู้เคล็บลับดีๆสำหรับการกินอาหารชะลอความแก่แล้ว สาวๆที่ไม่อยากแก่ก่อนวัย แซงโค้งเพื่อนๆในกลุ่มหล่ะก็ ต้องอย่าลืมนำไปปฏิบัติกัน เพราะถ้าไม่หันมาสนใจดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ ผิวพรรณและหน้าตาที่เคยสดใสจะบอกลาคุณไปแบบไม่รู้ตัว
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไทยรัฐออนไลน์
- 21 เมษายน 2552, 13:28 น.
กอร์ดอง เบลอ ให้ทุนเด็กไทย ก้าวสู่อาชีพเชฟอินเตอร์ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์
กอร์ดอง เบลอ ให้ทุนเด็กไทย ก้าวสู่อาชีพเชฟอินเตอร์ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.
19 เมษายน 2552, 00:00 น.

ความที่ต้องการสนับสนุนนักเรียนอาชีวะ ในสายคหกรรมศาสตร์ ให้เป็น ที่ยอมรับจนสามารถโกอินเตอร์ได้อย่างภาคภูมิ จึงเป็นแรงผลักดันให้นักธุรกิจสาวอินเตอร์ รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ เกิดไอเดียบรรเจิด จัดแข่งขันประกวด “ส้มตำสยาม” ขึ้น

ทันทีที่ได้รับโจทย์จาก ผู้บริหารสถาบัน เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต ว่า มีทุนเรียนฟรีจะมอบให้เด็กที่มีใจรักด้านการทำอาหาร โดยจับมือกับโรงเรียนอาชีวะ 60 แห่งทั่วประเทศเดินสายแข่งขัน เพื่อค้นหาเพชรเม็ดงามในแวดวงอาชีวะ ให้ได้รับการต่อยอดเรียนทำอาหารระดับอินเตอร์
เหตุที่เลือกชู “ส้มตำ” ขึ้นมาแข่งขัน “คุณหรีด-รพีพรรณ” เผยว่า เพราะตนเป็นคนที่เดินทางไปต่างประเทศบ่อย และทุกครั้งที่เข้าร้านอาหารไทยในต่างประเทศก็จะเห็นเมนู “ส้มตำ” เป็นเมนูที่ฝรั่งสั่งกันเยอะมาก ถ้าหากเรามีพ่อครัวแม่ครัวจากเมืองไทยที่ได้รับการการันตรีจากเลอ กอร์ดอง เบลอ เป็นใบเบิกทาง ก็จะยิ่งช่วย ให้เมนู “ส้มตำ” เป็นเมนูที่ได้รับการกล่าวขวัญในหมู่ชาวต่างชาติมากขึ้น เพราะ ส้มตำไม่จำเป็นต้องเป็นมะละกอเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ แครอท มะม่วง ขนุน หรือแตงกวาก็ได้ ที่สำคัญคือ ส้มตำไม่เพียงแต่จะเป็นอาหารคาวเท่านั้น แต่ยังสามารถดัดแปลงให้เป็นอาหารหวานได้หลากหลาย เช่น เค้กส้มตำ เชอร์เบทส้มตำมะละกอ ฯลฯ ซึ่งเป็นสูตรของเชฟเลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต เรียกว่ายิ่งพัฒนาสูตรส้มตำ ให้มีความหลากหลายมากขึ้นเท่าไหร่ เราก็สามารถส่งออกวัตถุดิบเพื่อใช้ในการทำส้มตำไปต่างประเทศได้มากขึ้น
คุณ หรีดยังบอกด้วยว่า ที่เน้นการแข่งขันในกลุ่มเด็กอาชีวะ เพราะเป็นกลุ่มคนจำนวนมากที่ไม่มีโอกาสเรียนเลอ กอร์ดอง เบลอ แต่เป็นกลุ่มที่มีใจรักเรียนด้านอาหารเป็นวิชาชีพ ถ้าได้รับการต่อยอดให้มีความเชี่ยวชาญในการทำอาหาร ก็จะยิ่งเป็นกำลังใจและสร้างความภาคภูมิใจในวิชาชีพให้กับเด็กอาชีวะ ทั้งนี้ เด็กที่เข้าร่วมการแข่งขันจะได้รับการอบรมเรื่องอาหารจากเชฟชื่อดัง รวมถึงได้รับคำแนะนำการเลือกซื้อวัตถุดิบอย่างถูกวิธี โดยผู้ชนะการแข่งขันอันดับ 1 และ 2 จะได้เข้ารับพระราชทานทุนการศึกษาจากสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในงานครบรอบ 2 ปีโรงเรียนสอนประกอบอาหารเลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต ในปลายปีนี้ ทุนละ 700,000 บาท และอันดับ 3-6 มีตำแหน่งงานที่ร้านอาหารไทยแลนด์ พลาซ่า สหรัฐอเมริกา และร้านอาหารบานาน่าเบย์ สหรัฐอเมริกา ไว้รองรับอีกด้วย

และเป็นการอุ่นเครื่องก่อนเปิดการแข่งขันประกวด “ส้มตำสยาม” คุณหรีดได้เชิญ รมต.ประจำสำนันายกรัฐมนตรี-นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย, รมว.พาณิชย์-นางพรทิวา นาคาศัย รวมถึงเอกอัครราชทูตและภริยาทูตประเทศต่างๆที่ประจำอยู่ในประเทศไทย ร่วมโชว์ ฝีมือการตำ? “ส้มตำ” เพื่อเป็นการยืนยันว่า “ส้มตำ” เป็นเมนูยอดฮิตทั้งในหมู่คนไทยและฝรั่งต่างชาติจริงๆ!!!
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไทยรัฐออนไลน์
- 19 เมษายน 2552, 00:00 น.
เมนูปูจานโปรดคนดัง
เมนูปูจานโปรดคนดัง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.
19 เมษายน 2552, 00:00 น.

ยกอาหารทะเลขึ้นห้างให้อิ่มอร่อยอย่างได้รสชาติและต้องรสนิยมอีกด้วย จากการร่วมมือกันของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเขตบางขุนเทียน และเซ็นทรัลพัฒนา จัดเทศกาลอาหารเมนูปู “The World of Crab Festival 2009 : กินปู ดูทะเลกรุงเทพฯ” ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา พระราม 2 มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ที่บริเวณสวนพักผ่อนเซ็นทรัล พาร์ค เมื่อเร็วๆนี้

ความพิเศษและความยิ่งใหญ่ของการจัดงานในปีนี้ เริ่มต้นด้วยการเนรมิตพื้นที่สวนพักผ่อนให้กลายเป็นถนนชายทะเลบางขุนเทียน ที่รวมเอาสุดยอดร้านอาหารดัง รวมทั้งอาหารทะเลสดๆ มากกว่า 200 ร้าน มารวมไว้ให้เลือกซื้อในราคาพิเศษ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีคนดังมาร่วมปรุงอาหารจานโปรดในเมนูปู อาทิ ม.ร.ว.แม้นนฤมาศ ยุคล ที่ขอปรุงสลัดปูทะเลดอง โดยบอกว่า ส่วนตัวเป็นคนชอบรับประทานสลัด เพราะนอกจากจะเป็นเมนูสุขภาพแล้วยังทำง่าย เพียงนำผักที่ชอบมาคลุกเคล้ากับน้ำสลัดแล้วใส่ปูทะเลสดๆเพียงเท่านี้ก็ได้ อาหารจานอร่อย
สำหรับจานโปรดของ น้องเล็ก-กรกนก ยงสกุล ได้แนะนำเมนูซูชิปูนิ่ม โดยเผยเคล็ดลับว่า การทำซูชิที่ดีต้องมาจากวัตถุดิบที่สดจริงๆ อาหารญี่ปุ่นก็เป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่มีความหลากหลาย ส่วน “ชัชนิต” มุสิกไชย มหาคุณ ชวนอร่อยกับเมนูแซนด์วิชปูทะเล อาหารที่ทำได้ง่ายๆ เหมาะกับไลฟ์ สไตล์ของคนทำงานในยุคปัจจุบันที่มีแต่ความเร่งรีบ ขณะที่ 2 สาว อุ้ย-สุทัศนีย์ คุณผลิน และ พลอย-ชวพร เลาหพงศ์ชนะ ร่วมแรงร่วมใจกันนำเสนอสลัดมะม่วงปูอลาสก้า โดยบอกว่า ปูอลาสก้าถือเป็นสุดยอดอาหารประเภทปู พร้อมแนะว่าอยากให้สลัดจานนี้อร่อยมากขึ้น ก็สามารถเพิ่มผลไม้เพื่อรสชาติและสร้างสีสันให้สวยงามขึ้น
ปิดท้ายด้วยเมนูของ ดร.กฤติกา คงสมพงษ์ กับอาหารจานโปรดของคนไทย ด้วยเมนูส้มตำปูอลาสก้า ซึ่งบอกว่า อาหารจานนี้ไม่ทำให้อ้วน และขอเพิ่มความเก๋ไก๋ด้วยการใส่ปูอลาสก้าลงไปด้วย จะทำให้ส้มตำจานนี้ดูน่ารับประทาน และอร่อยจนวางช้อนไม่ลงเลยทีเดียว



ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไทยรัฐออนไลน์
- 19 เมษายน 2552, 00:00 น.
ไก่พื้นเมืองลูกผสมพม่า น้องใหม่นักเลงไก่ชน
ไก่พื้นเมืองลูกผสมพม่า น้องใหม่นักเลงไก่ชน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.
8 ธันวาคม 2552, 05:00 น.

ไก่พม่าผสมพื้นเมือง
ตีไก่ เป็นการละเล่นเพื่อให้เกิดความสนุกสนานตามประเพณีของไทยมาแต่โบราณ “ไก่” ที่นำมาลงสนาม “ฟาดแข้ง แทงเดือย” ที่อยู่ในความสนใจจาก “สิงห์สนาม” ขณะนี้คือ “ไก่พม่าผสมพื้นเมือง”…
ตีไก่ เป็นการละเล่นเพื่อให้เกิดความสนุกสนานตามประเพณี หรือนักขัตฤกษ์ของไทยแต่โบราณ และยังคงได้รับความนิยมมาจนกระทั่งปัจจุบัน “ไก่” ที่นำมาลงสนาม “ฟาดแข้ง แทงเดือย” ที่อยู่ในความสนใจจาก “สิงห์สนาม” เวลานี้ก็คือ “ไก่พม่าผสมพื้นเมือง”
…ไก่พม่า มีลักษณะเด่นคือ หน้าเล็กแหลม ปากเป็นแนวเส้นตรง ปลายงุ้มเล็กน้อย หงอนมักเป็นหงอนแจ้แบบหงอนงู หงอนชี้ฟ้า หรือหงอนนาคราช ตาโปนขนาดเล็ก กระดูกบาง สนับปีกหนา ยาว แข้งเล็ก และมักแข้งอิ่ม บ่งบอกว่าเป็นไก่ตีไว ตีแม่น เดือยส่ง ตุ้มหูมักขาว ส่วนชั้นเชิงจะเป็นไก่ปาก ตีน เดือยไว ไม่ค่อยปะทะกับคู่ต่อสู้ แต่จะคอยจังหวะทีเผลอ ลักษณะเด่นๆ นี้เองมันจึงถูกนำมาปรับปรุงสายพันธุ์ กับไก่พื้นบ้านของไทยเรา
และ….กลายเป็นสินค้าปศุสัตว์ส่งออกไปยัง อำเภอพนมมาลัย จ.ปันเตีย-เมียนเจย และ จ.พระตะบอง ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางรับซื้อใน ประเทศกัมพูชา

นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ
นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ ปศุสัตว์จังหวัดสระแก้ว บอกกับ “หลายชีวิต” ว่า จังหวัดสระแก้วมีพื้นที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านหลายจุด ส่งผลให้การค้าชายแดนดำเนินอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านปศุสัตว์ทั้งโค กระบือ สุกร รวมทั้งไก่ชน และเพื่อควบคุมป้องกันไม่ให้เกิดโรคระบาดได้ง่าย โดยเฉพาะช่วงที่ลมหนาวมาเยือน จึงพัฒนารูปแบบการเลี้ยงและการจัดการที่ลดความเสี่ยงต่อโรคไข้หวัดนกและโรคระบาดอื่นในไก่พื้นเมืองทุกตำบลตำบลละ 1 ฟาร์มสาธิต
นายไชโย ขนบบวรกุล อบจ.สระแก้ว เขตอำเภออรัญประเทศ หนึ่งในฟาร์มสาธิตที่บ้านผ่านศึก ต.ผ่านศึก อ.อรัญประเทศ เล่าให้ทีมงานฟังว่า ไก่พันทาง ก็คือไก่ที่ผสมไก่แจ้ ไก่อู ไก่ป่า ซึ่งขณะนี้กำลังเป็นที่นิยมบริโภคอย่างมากในประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนไก่พื้นเมือง โดยหลักความจริงก็คือไก่ชน ราคาซื้อขายจะไม่ตายตัว ถ้ามีเชิงชนดีจากราคาหลักร้อย อาจถึงหลักพัน ปัจจุบันส่งขายออก และบางส่วนเอาไปเป็นพ่อ-แม่พันธุ์ เพื่อเป็นการพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์

นายไชโย ขนบบวรกุล
สำหรับอาหาร ในช่วงยังเป็นลูกเจี๊ยบ จะใช้ กระถินอบแห้งผสมกับข้าวโพดบด และอาหารสำเร็จรูป 30 เปอร์เซ็นต์เลี้ยงไก่อ่อน กระทั่งอายุ 2 เดือน จึงให้เม็ดข้าวโพด และข้าวเปลือก คัดด้วยวิธีการล้างน้ำ แล้วคัดเอาเม็ดลีบออก เอาเฉพาะที่จมน้ำ ป้องกันไม่ให้ไก่ เกิดการระคายคอ
…หากตัวไหนไม่ แข็งแรง โดยสังเกตจากใบ หน้าเหลือง บำรุงด้วย ตับหมูต้มสุกๆ ดิบๆ ชิ้นประมาณลูกเต๋า ไข่แดง 1 ฟอง ให้ไก่กินกับ มะเขือ เทศ 1/2 ลูก/ตัว เพื่อบำรุงเลือด วันละ 1 ครั้ง พร้อมทั้ง สังเกตมูลไก่ที่ขับถ่ายออกมา ถ้ามีลักษณะเป็นสีขาว แสดงว่า อาหารไม่ย่อย จะให้ยาคูลท์ ประมาณครึ่งขวด/ตัว
ส่วนการดูเชิงชน โดยไม่ลงสนาม คือ ถ้าอุ้มหน้าอกไก่ไม่ยอมอยู่นิ่ง มุ่งเดินหน้าเพียงอย่างเดียว จะเป็นไก่เชิง ถ้าจับอกจะถอยหลังแสดงว่าเป็นไก่ถอยและตี ถ้าลูบคอแล้วไก่แสดงอาการส่ายหัวไปมา จะเป็นไก่หวงหัว
…ไงซะก็ขอให้เล่นเป็นเกมกีฬา อย่าให้การพนันขันต่อเข้ามาเกี่ยวก็แล้วกัน.
เพ็ญพิชญา เตียว
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย เพ็ญพิชญา เตียว
- 8 ธันวาคม 2552, 05:00 น.
ประมงวิจัย..ปูม้านิ่ม ใช้สารอาหารที่มีคุณค่า
ประมงวิจัย..ปูม้านิ่ม ใช้สารอาหารที่มีคุณค่า – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.
7 ธันวาคม 2552, 05:00 น.

การแปรรูปเป็นอาหาร.
คณะประมง ม.เกษตรฯ ผลิตปูม้านิ่มนำร่องเป็นแห่งแรกของประเทศ ที่อ.ปะทิว จ.ชุมพร ทดสอบตลาด กระแสดีเกินคาด นักวิจัยเร่งสร้างเทคโนโลยีใหม่ผลิตให้มากขึ้น …
ปูนิ่ม…เป็นปูที่ลอกคราบใหม่ๆ โดยกระดองเก่าจะถูกสลัดทิ้ง ให้เหลือแต่เยื่อบางๆหุ้มตัว มีลักษณะนิ่ม สามารถบริโภคได้ทั้งตัว ปริมาณเนื้อส่วนที่รับประทานได้มากกว่าปูกระดองแข็ง 3-4 เท่า เป็นที่นิยม เพราะมีรสชาติอร่อย และความนุ่มแน่นของเนื้อปู

ปูม้าสองกระดอง.
เมื่อพบคุณค่านำไปสู่การสร้างประกายแห่งโอกาส ของ สินค้าประมงตัวใหม่ นักวิจัยทั้งภาครัฐและเอกชน จึงมุ่งมั่นสนับสนุน การพัฒนาการผลิตเพื่อให้ได้ปริมาณและคุณภาพ โดยผ่านกระบวนการวิจัย ก่อนที่จะส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ สร้างรายได้เพิ่ม และ สร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศชาติ
ผศ.มยุรี จัยวัฒน์ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หัวหน้าทีมวิจัย ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจาก…สำนัก งานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ดำเนินการร่วมกับ เกษตรกร และ ภาคเอกชน ในโครงการ…ผลิตปูม้านิ่มนำร่องเป็นแห่งแรกของประเทศไทย…ที่ บ้านเกาะเตียบ ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร เพื่อนำตัวอย่าง ปูม้านิ่มที่ผลิตได้ไปทดสอบตลาด พบว่าได้รับ การตอบรับสูงแต่การผลิตยาก เพราะกระดองปูที่แข็งตัวเร็ว และนักวิจัยต้องใช้ความพยายามนำ วิทยา ศาสตร์ผสมผสานกับภูมิปัญญาคนไทย สร้างเทคโนโลยี ใหม่ในการผลิต ให้มีปริมาณผลผลิตมากขึ้น และมี คุณภาพดีขึ้นโดยลำดับ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับ ทรัพยากรไทยในอนาคต…!!
…จาก ปูกระดองแข็งกลายเป็นปูกระดองนิ่ม ตามธรรมชาติโดยทั่วไป ก่อนการลอกคราบ ปูจะลดการเคลื่อนไหว ไม่กินอาหาร ทำให้มีความสะอาด และ ปริมาณแบคทีเรียปนเปื้อนต่ำ ใน อัตรา 104 โคโลนีต่อกรัม ไม่พบแบคทีเรียก่อโรค ในขณะเดียวกัน ปูจะดูดซับธาตุอาหาร สารอาหาร ทั้ง จากน้ำทะเล และ กระดองเดิม เข้าเก็บไว้ในตัวก่อนสลัดกระดองเก่าทิ้งไป…

ผศ.มยุรี จัยวัฒน์
ผศ.มยุรี จัยวัฒน์ บอกอีกว่า ในการดูดซับเพื่อสะสมสารอาหารใช้ในการเจริญเติบโต ผลการวิเคราะห์ทางเคมีพบว่า ปูม้านิ่ม 100 กรัม ให้สารอาหารแตกต่างจากปูม้ากระดองแข็งและแหล่งอาหารอื่นๆ โดยให้คุณค่า พลังงานปริมาณ 56 กิโลแคลอรี ไขมันต่ำแค่ 1.1 กรัม คอเลสเทอรอล 73 มิลลิกรัม แต่แคลเซียมสูงถึง 257 มิลลิกรัม และ ใยอาหาร 0.72 กรัม
ผลการวิจัย ยังพบว่า ปูม้าเพศผู้มีการเพิ่มขึ้นของขนาดและน้ำหนักสูงกว่าปูม้าเพศเมีย ในอัตราขนาดกระดองก่อนลอกคราบ 4.1-5.3 ซม. หนัก 38.9-85.6 ก. หลังลอกคราบขนาดกระดอง เพิ่มขึ้น 0.4-0.9 ซม. อัตราเฉลี่ยร้อยละ 14.89 ส่วน ปูม้า เพศเมีย ขนาดกระดองก่อนลอกคราบ 3.1-5.6 ซม. หนัก 20.1-78.2 ก. หลังลอกคราบขนาดกระดองเพิ่มขึ้น 0.4-0.8 ซม. คิดเป็นร้อยละ 9.26-17.02
ผลผลิตปูม้านิ่มของโครงการฯได้วางจำหน่ายที่ เคเคเก้าดาวฟาร์ม ร้านยิ้มโภชนา ร้าน P2N ผู้สนใจต้องการบริโภคก็ไปกันได้ ส่วนชาวประมงที่ต้องการเข้าร่วม โครงการผลิตปูม้านิ่มเป็นการค้า กริ๊งกร๊างคุยกับ ผศ.มยุรี จัยวัฒน์ ได้ที่ 08-1341-7057 ในเวลาราชการสะดวกที่สุด.
ไชยรัตน์ ส้มฉุน
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
- 7 ธันวาคม 2552, 05:00 น.
ภัยหนาวเชียงใหม่ ชาวบ้านเดือดร้อน 2.2 แสนครอบครัว
ภัยหนาวเชียงใหม่ ชาวบ้านเดือดร้อน 2.2 แสนครอบครัว – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.
4 ธันวาคม 2552, 17:00 น.

ผู้ว่าเชียงใหม่ เผย หลังประกาศพื้นที่ประสบภัยหนาวทั้งจังหวัด เหตุอุณหภูมิลดต่ำกว่า 15 องศาฯ ติดต่อกันเกิน 3 วัน ราษฎรได้รับผลกระทบกว่า 220,000 ครอบครัว…
นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังจากประกาศพื้นที่ประสบภัยหนาวทั้งจังหวัด เนื่องจากมีอุณหภูมิลดต่ำว่า 15 องศาฯ มาติดต่อกันเกิน 3 วัน มีราษฎรได้รับผลกระทบกว่า 220,000 ครอบครัว จึงกำชับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งสำรวจเพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน หากเกินกำลังในเรื่องของงบประมาณให้รายงานมายังจังหวัด เพื่อเบิกจ่ายงบประมาณในอำนาจผู้ว่าฯ จำนวน 50 ล้านบาท มาช่วยเหลือ ล่าสุดได้ทำหนังสือถึงกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อของบประมาณมาช่วยเหลือราษฎรอีก 500,000 ผืน สภาพอากาศสำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาวอุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศา และเชียงใหม่มีอุณหภูมิต่ำสุด 16 องศา
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไทยรัฐออนไลน์
- 4 ธันวาคม 2552, 17:00 น.
น้ำท่วมรอบ3 นราธิวาส รวม5อำเภอ
น้ำท่วมรอบ3 นราธิวาส รวม5อำเภอ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.
4 ธันวาคม 2552, 16:30 น.

น้ำท่วมรอบ 3 ในพื้นที่ นราธิวาส จากฝนตกต่อเนื่อง แม่น้ำสุไหงโก-ลก และ สายบุรีล้นตลิ่งอย่างรวดเร็ว น้ำป่าจากเทือกเขาสันกาลาคีรีไหลมาสมทบ ท่วมบ้านเรือนริมฝั่งเพิ่มขึ้นรวมแล้ว 5 อำเภอ..
ผู้สื่อข่าวฟาร์มนิวส์ รายงานสถานการณ์น้ำท่วมรอบ 3 ในพื้นที่ จ.นราธิวาส จากฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลให้แม่น้ำสุไหงโก-ลกและแม่น้ำสายบุรีล้นตลิ่งอย่างรวดเร็ว เพราะมีน้ำป่าจากเทือกเขาสันกาลาคีรีไหลมาสมทบและท่วมบ้านเรือนริมฝั่งเพิ่มขึ้นรวมแล้ว 5 อำเภอ คือ สุไหงโก-ลก ตากใบ เจาะไอร้อง ระแงะ และรือเสาะ โดยระดับน้ำสูง 70-100 เซนติเมตร หน่วยงานแต่ละพื้นที่อพยพราษฎรกว่า 300 ครอบครัว ถนนสายหลักและสายรองถูกน้ำท่วม 60-80 เซนติเมตร รถยนต์ไม่สามารถสัญจรได้ 35 สาย นอกจากนี้ โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) นราธิวาส ทั้ง 3 เขต ต้องประกาศปิดการเรียนการสอนเพิ่มจากวานนี้รวมกว่า 20 แห่ง.
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไทยรัฐออนไลน์
- 4 ธันวาคม 2552, 16:30 น.
แพร่ประชุม เตรียมพร้อม ป้องกันภัยแล้ง
แพร่ประชุม เตรียมพร้อม ป้องกันภัยแล้ง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.
4 ธันวาคม 2552, 16:00 น.

จังหวัดแพร่ ประชุมการเตรียมความพร้อม ป้องกันแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ประสานงานทุกฝ่าย ย้ำประชาชนต้องมีน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค รองลงมาคือน้ำสำหรับการเกษตร…
นายสุริยันต์ กาญจนศิลป์ รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ประชุมการเตรียมความพร้อมในการป้องกันแก้ไขปัญหาภัยแล้ง กล่าวในที่ประชุมว่า การแก้ปัญหาต้องมีการประสานงานในทุกๆฝ่าย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือประชาชนต้องมีน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค รองลงมาคือน้ำสำหรับการเกษตร โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับปัญหาภัยแล้ง ได้แก่ สถานีอุตุนิยมวิทยาแพร่ ให้คอยรายงานสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง โครงการชลประทานแพร่ให้ติดตามปริมาณน้ำอย่างใกล้ชิด ในขณะนี้ถือว่ามีปริมาณน้ำน้อยกว่าปีที่ผ่านมาถึงร้อยละ 40 ถือว่าน่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง และจะมีผลกระทบต่อภาคการเกษตร โดยที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะคอยติดตามสถานการณ์อย่างไกล้ชิด
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไทยรัฐออนไลน์
- 4 ธันวาคม 2552, 16:00 น.
ชาวนาพิจิตรโวย ทำนา70ไร่ เพลี้ยกระโดดบุก
ชาวนาพิจิตรโวย ทำนา70ไร่ เพลี้ยกระโดดบุก – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.
4 ธันวาคม 2552, 15:20 น.

ชาวนาพิจิตรวอนรัฐ ทำนาปี 70 ไร่ ใช้พันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี 60 ไม่ต้านทานโรค ถูกเพลี้ยกระโดดกัดกินต้นข้าวเสียหาย เก็บเกี่ยวได้ผลผลิตเพียง 3 ตัน จึงต้องการขอรับการช่วยเหลือจากภาครัฐ..
นายบุญมี สังฆะมณี อายุ 60 ปี ชาวนาในเขต หมู่3 ต.สายคำโห้ อ.เมืองพิจิตร เปิดเผยว่า ทำนาปี 70 ไร่ ใช้พันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี 60 ไม่ต้านทานโรค ถูกเพลี้ยกระโดดกัดกินต้นข้าวเสียหาย ในนาข้าว 70 ไร่ สามารถเก็บเกี่ยวได้ผลผลิตเพียง 3 ตัน จึงต้องการขอรับการช่วยเหลือจากภาครัฐ ขณะนี้ ไม่เคยมีนโยบายที่ชัดเจนว่าจะเข้ามาทำการช่วยเหลือแต่อย่างใด อีกทั้งไม่เคยมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปให้คำแนะนำใดๆเลย รวมถึงจังหวัดก็ทำได้แค่เพียงประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ แต่ไม่เคยมีการช่วยเหลือใดๆ ไปถึงเกษตรกรเลย จากการสำรวจพบว่าขณะนี้นาข้าวของ จ.พิจิตร เสียไปหายแล้ว 369,243 ไร่ ในพื้นที่ 9 อำเภอ ส่งผลให้ชาวนาเดือดร้อน 28,278 ครอบครัว
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไทยรัฐออนไลน์
- 4 ธันวาคม 2552, 15:20 น.
เกษตรฯเร่งตัดวงจร เพลี้ยกระโดด หวั่นระบาดซ้ำ
เกษตรฯเร่งตัดวงจร เพลี้ยกระโดด หวั่นระบาดซ้ำ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.
4 ธันวาคม 2552, 15:05 น.

รมว.เกษตรฯสั่งเร่งตัดวงจรเพลี้ยกระโดด หวั่นระบาดซ้ำในพื้นที่นาภาคกลาง แนะใช้วิธีธรรมชาติ ฆ่าธรรมชาติ ควบคู่การให้ความรู้ชาวนา…
เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยจากการระบาดของเพลี้ยกระโดด สีน้ำตาลทำลายนาข้าวอย่างต่อเนื่อง โดยได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด รวมถึงสั่งการให้หน่วยงานในสังกัด เช่น กรมการข้าว กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่แก้ไขปัญหาทั้งในช่วงที่มีสถานการณ์แพร่ระบาดและสถานการณ์ปกติตลอดทั้งปี
รมว.เกษตรฯ กล่าวต่อว่า ได้สั่งให้หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการตัดวงจรเพลี้ยกระโดดด้วยวิธีต่างๆ ป้องกันการแพร่ระบาดซ้ำในพื้นที่เดิมแถบภาคกลาง ซึ่งเคยได้รับความเสียหายรวมประมาณ 1 แสนไร่ เช่น นครสวรรค์ สุพรรณบุรี และอ่างทอง โดยการใช้ธรรมชาติฆ่าธรรมชาติด้วยตัวห้ำตัวเบียนการให้คำแนะนำแก่เกษตรกรในการพักดินด้วยการหันไปปลูกพืชหมุนเวียนชนิดอื่นสลับกับข้าวเพื่อสลัดดิน จะตัดวงจรของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้ นอกจากนั้น ยังเร่งรณรงค์อย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดในพื้นที่อื่นๆ ด้วยวิธีการข้างต้นเช่นเดียวกัน
สำหรับการประกาศพื้นที่แพร่ระบาด เช่น จ.พิจิตร ให้เป็นเขตพื้นที่ภัยพิบัตินั้น นายธีระ กล่าวว่าเพื่อให้หน่วย งานภาครัฐเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วตามระเบียบของกระทรวงการคลัง โดยใช้เงินทดรองราชการในส่วนของผู้ว่าราชการจังหวัด วงเงิน 30 ล้านบาท หากนอกเหนือไปจากนี้ ยังอยู่ในอำนาจของปลัดกระทรวงฯ ที่จะพิจารณาอนุมัติได้อีก 90 ล้านบาท โดยเกณฑ์การช่วยเหลือจะใช้เกณฑ์เดียวกันกับกรณีน้ำท่วมนาข้าว คือ ไร่ละ 606 บาท
รมว.เกษตรฯ กล่าวอีกว่า กระทรวงเกษตรฯ จะเร่งบูรณาการร่วมกันกับทุกหน่วยงานเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายจากเพลี้ยกระโดดเพิ่มขึ้นมากไปกว่านี้ โดยกระทรวงเกษตรฯ จะเข้าไปดูแลสถานการณ์และพยายามตัดวงจรเพลี้ยกระโดดโดยเร็ว เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาวนาและสถานการณ์การส่งออกข้าวไทยที่กำลังไปได้ด้วยดี เนื่องจากขณะนี้ราคาข้าวกำลังขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ทีมข่าวเกษตร
- 4 ธันวาคม 2552, 15:05 น.
จันทบุรีเดือดร้อน ช้าง60เชือก กัดกินพืช
จันทบุรีเดือดร้อน ช้าง60เชือก กัดกินพืช – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.
4 ธันวาคม 2552, 14:30 น.

ชาวบ้าน ต.ทับช้าง อ.สอยดาว จันทบุรี เดือดร้อนพบช้างกว่า 60 เชือก ออกมาจากป่าเข้าทำลายกัดกินพืชของเกษตรกรทุกคืน..
เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. นายค้ำ แก้วทอง กำนัน ต.ทับช้าง อ.สอยดาว จ.จันทบุรี เปิดเผยว่า หมู่บ้านที่ได้รับความเดือดร้อนใน ต.ทับช้าง มี 3 หมู่บ้าน จากการตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว พบช้างกว่า 60 เชือก ที่ออกมาจากป่าเข้าทำลายกัดกินพืชของเกษตรกรทุกคืน บางคืนออกจากป่าหลังจากมืดค่ำไปไม่นาน บางคืนออกมากลางดึก จนกระทั่งชาวบ้านไม่สามารถพากันคอยอยู่เฝ้าระวังโขลงช้างป่าได้โดยตลอด เพราะคาดเดาไม่ถูกว่าช้างจะออกจากป่ามาทำลายพืชไร่เมื่อไร พร้อมได้เตรียมการแก้ปัญหาระยะยาว โดยนำกล้วย อ้อย มาปลูกในแนวป่าให้เป็นอาหารของช้าง เพื่อช้างจะได้ไม่ออกจากป่ามากัดกินทำลายพืชไร่ของชาวบ้าน


ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไทยรัฐออนไลน์
- 4 ธันวาคม 2552, 14:30 น.
ปศุสัตว์จัดพิธีไถ่ชีวิตวัว-ควายถวายพระราชกุศล
ปศุสัตว์จัดพิธีไถ่ชีวิตวัว-ควายถวายพระราชกุศล – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.
4 ธันวาคม 2552, 14:14 น.

กรมปศุสัตว์สืบสานพระราชดำริในหลวง เตรียมจัดพิธีไถ่ชีวิตโค-กระบือ 299 ตัวถวายเป็นพระราชกุศล 5 ธันวาคม 2552 สำหรับนำไปช่วยเหลือเกษตรกรยากจน…
เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. นายปรีชา สมบูรณ์ประเสริฐ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า เพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่พระราชทานโครงการที่มีประโยชน์อย่างมหาศาลแด่ปวงชนชาวไทย กรมปศุสัตว์จึงจัดงานพิธีกล่าวคำสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล 5 ธันวาคม โดยในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ เวลา 13.00 น.นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเป็นประธานโครงการจัดพิธีสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และไถ่ชีวิตโค-กระบือมอบให้เกษตรกร ตามพระราชดำริ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวต่อว่า พิธีดังกล่าวจะจัดขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติฯ คลองหลวง จ.ปทุมธานีและดำเนินการในส่วนภูมิภาคในแต่ละจังหวัดที่มีสมาชิกกลุ่มโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ ตามความเหมาะสม โดยจะมีการไถ่ชีวิตโค-กระบือจำนวน 299 ตัว
นายปรีชา กล่าวอีกว่า ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้พระราชทานโครงการธนาคารโค-กระบือฯ ให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2522 โดยใช้กระบือของกรมปศุสัตว์จำนวน 280 ตัว นำไปให้การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากจนในพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ราบเชิงเขา จ.ปราจีนบุรี-สระแก้ว ตามพระราชดำริ ในท้องที่ อ.สระแก้วและ อ.วัฒนานคร เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากจน ได้มีโอกาสมีโค -กระบือไว้ใช้แรงงานเป็นของตนเอง โดยการเช่าหรือเช่าซื้อหรือวิธีการอื่นใดในราคาถูก กรมปศุสัตว์ ได้ดำเนินโครงการเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน (ปี 2552) ส่งผลให้สามารรถช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากจนแล้วกว่า 150,000ราย และยังมีเกษตรกรที่ยังอยู่ในโครงการกว่า80,000 ราย และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวต่อว่า จากแนวทางการดำเนินโครงการธนาคารโค-กระบือ เป็นการลดปัญหาความยากจนของเกษตรกรที่ตรงจุด เกษตรกรได้ใช้แรงงานจากสัตว์ ได้มูลสัตว์เป็นปุ๋ยคอกในไร่นา ช่วยฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้กลับสมบูรณ์ดังเดิม ได้สัตว์เป็นทรัพย์สินของตนเอง เป็นการเพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่าย ทั้งยังสนับสนุนให้เกษตรกรรวมกลุ่มและมีส่วนร่วมในการบริหารโครงการเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน สำหรับ ผู้ประสงค์จะบริจาคเพื่อไถ่ชีวิตโค-กระบือ ในโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ ติดต่อได้ที่กลุ่มโครงการพิเศษ กรมปศุสัตว์ โทร.0 2653-4444 ต่อ 3384-5 ในเวลาราชการ.
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไทยรัฐออนไลน์
- 4 ธันวาคม 2552, 14:14 น.
ส่งหมูไปเขมร ยังฉลุย การเมืองไร้ผลกระทบ
ส่งหมูไปเขมร ยังฉลุย การเมืองไร้ผลกระทบ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.
4 ธันวาคม 2552, 13:20 น.

ปศุสัตว์สระแก้วเผยยอดส่งออกหมูมีชีวิตไปเขมรยังไม่ตก ชี้ปัญหาการเมืองไร้ผลกระทบ ระบุคนเขมรนิยมกินหมูไทยมากกว่าหมูเวียดนาม เพราะได้มาตรฐาน…
เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ ปศุสัตว์ จ.สระแก้ว นำคณะเจ้าหน้าที่จากกรมปศุสัตว์ และสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การส่งออกสุกรขุนมีชีวิต บริเวณจุดผ่อนปรนบ้านโคกสะแบง อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยนายอำพัน กล่าวว่า ปัจจุบันไทยส่งสุกรขุนมีชีวิตไปกัมพูชาวันละ 500 ตัว เฉลี่ยเดือนละประมาณ 15,000 ตัว คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาทต่อปี ซึ่งสุกรที่ส่งออกมาจากฟาร์มมาตรฐานใน 5 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง สระแก้วและจันทบุรี
สำหรับขั้นตอนการส่งออกสุกรขุนมีชีวิตไปยังกัมพูชา ปศุสัตว์ จ.สระแก้ว กล่าวว่า มีขั้นตอนที่เป็นมาตรฐาน คือ ต้องขอเปิดช่องทางส่งออกเฉพาะครั้ง เพื่อดำเนินการส่งออกเป็นคราวๆ เพื่อดำเนินการส่งออกเป็นครั้งๆ ไปจากกองกำลังบูรพา โดยขั้นตอนดังกล่าวดำเนินการเสร็จภายใน 1 วัน ไม่รวมระยะเวลาการกักกันโรค อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาพบว่ากัมพูชานิยมบริโภคสุกรจากไทยมากกว่าสุกรจากเวียดนาม เพราะฟาร์มเลี้ยงได้มาตรฐานและไม่มีสารเร่งเนื้อแดงในเนื้อสุกร
นายอำพันธุ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ การส่งออกสุกรไทยไปยังกัมพูชาไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมือง ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า มูลค่าการส่งออกสินค้าจากสระแก้วไปยังกัมพูชามีมูลค่าประมาณ 2,200 ล้านบาทต่อปี จำนวนนี้ มาจากมูลค่าการส่งออกสุกรประมาณ 1,500 ล้านบาท
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ทีมข่าวเกษตร
- 4 ธันวาคม 2552, 13:20 น.
-
ล่าสุด
- Opposition demands water management scheme rethink
- Agreement set at Chiang Mai Water Summit
- NBTC fears loss of freedoms in new media frequencies
- ‘Patriots’ ordered out of Sanam Luang
- B450m drug bust at Chatuchak
- Ahmadinejad to speak at water summit
- Agency urged to mourn Woravat ‘failures’
- Siriphong denies hacker deal
- Ministers sign deals to bolster trust
- Abhisit asked to clarify draft dodge claim
- NACC denies Yuranunt probe foot-dragging
- Condo oasis in peril
-
ลิงก์
- ศาสตร์และศิลป์ที่สอนในเมืองไทย
- SoClaimon.Facebook
- SootinClaimon.google
- DinPuiThai.google
- ChangChoice.Webs
- SoClaimon.blogspot
- Google แผนที่ตำบล 76 จังหวัด
- คำไทย:ThaiWords
- คำไทย:ThaiWords
- SoClaimon.Twitter
- แหล่งสรรพศาสตร์ศิลปวิทยาในเมืองไทย
- crystal-cream.com
- นพ. ต่อพงศ์ คล้ายมนต์
- Apichaya Claimon
- พญ.อภิชญา คล้ายมนต์
- ชมรมดินปุ๋ยบนเว็บ
- ตระกูล “คล้ายมนต์”
-
คลังเก็บ
- พฤษภาคม 2013 (2157)
- เมษายน 2013 (3184)
- มีนาคม 2013 (3832)
- กุมภาพันธ์ 2013 (3775)
- มกราคม 2013 (4245)
- ธันวาคม 2012 (4992)
- พฤศจิกายน 2012 (6067)
- ตุลาคม 2012 (5167)
- กันยายน 2012 (4160)
- สิงหาคม 2012 (6734)
- กรกฎาคม 2012 (4770)
- มิถุนายน 2012 (2887)
-
หมวดหมู่
- กรมวิชาการเกษตร-กสิกรรม
- กรมวิทยาศาสตร์บริการ
- กรมอุตุนิยมวิทยา
- ข้อมูลสมุนไพร
- คมชัดลึก
- ความรู้-ศัพท์
- Agrochemical
- ธาตุอาหารพืช
- ลักษณะขาดธาตุอาหารของพืช
- ศัพท์
- สถานการณ์พืชเศรษฐกิจ
- สรีรวิทยาของพืช
- หนังสือแนะนำ
- การใช้ปุ๋ยอินทรีย์กับพืชไร่เศรษฐกิจ
- การใช้ปุ๋ยเคมีในระบบปลูกพืชไร่
- คำแนะนำการใช้ปุ๋ยพืชไร่
- ปรับปรุงดินและใช้ปุ๋ยกับพืชไร่
- ปุ๋ยและการใช้ปุ๋ย
- พัฒนาคำแนะนำใช้ปุ๋ยพืชไร่
- สรุปงานวิจัยดินปุ๋ยพืชไร่ครั้งที่1
- Building Soils for Better Crops
- Fertilizer Best Management Practices
- Fertilizer Manual
- Fertilizers and their use
- Hydroponics: the complete guide to gardening without soil
- Micronutrients for Sustainable Production
- Plant Analysis Reference Procedures
- เกษตรอินทรีย์
- เศรษฐกิจพอเพียง
- Fertilizer news and articles
- Plant Nutrition
- Soil Taxonomy 2Ed.
- คำแนะนำด้านพืช
- คำแนะนำด้านสัตว์
- งานวิจัยดินปุ๋ย
- บ้านและสวน
- ผลิตภัณฑ์
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- วารสารส่งเสริมการเกษตร
- สทท NBT
- สำนักข่าวอิศรา
- อสมท MCOT
- เดลินิวส์ออนไลน์
- เทคโนโลยีชาวบ้าน
- เส้นทางเศรษฐี
- แนวหน้า
- แผนที่
- โพสต์ทูเดย์
- ไทยพีบีเอส Thai PBS
- ไทยรัฐออนไลน์
- ไทยโพสต์
- BangkokPost
- Blog Stat
- FAO EcoCrop
- KU eMagazine
- NewCROP
- ThaiEurope
- The Nation
- Uncategorized
-
RSS
Entries RSS
Comments RSS


